อธิบดีกรมการปกครอง แจงย้าย “นายอำเภอบ้านสร้าง” ลั่นต้องการคนรู้จริงแก้น้ำท่วม ยืนยันไร้ว่างเว้นตำแหน่ง


วันที่ 8 ต.ค.2569 นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง พร้อมคณะได้เดินลงพื้นที่ติดตามการแก้ไขปัญหาอุทกภัย ณ ศูนย์พักพิงชั่วคราวฯ หอประชุมที่ว่าการอำเภอกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี เพื่อติดตามการแก้ไขปัญหาอุทกภัยและมอบถุงยังชีพให้ผู้ประสบภัย โดยมีนายธรรมรัฎร์ งามแสง ได้สรุปสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ อ.กบินทร์บุรี


จากนั้น นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง ได้กล่าวถึงการเดินทางมาครั้งนี้ว่า มาหารือกันว่าจะระดมพลว่าเราจะช่วยกันฟื้นฟูอย่างไร ตอนนี้เป็นห่วงเรื่องการฟื้นฟู ไม่ได้เป็นห่วงเรื่องอื่น พยายามจะให้น้ำที่ไม่ท่วมแล้วเข้ามาช่วยในพื้นที่ที่ยังลำบากอยู่ มาสอบถามขาดเหลืออะไร ให้นายอำเภอช่วยติดตามและแจ้งกลับเข้ามา ตอนนี้ก็จะเป็นวัตถุประสงค์เดียวกัน คือฟื้นฟู ช่วยกันทำความสะอาด วันนี้ก็เหมือนน้ำลดลงหมดแล้ว จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ สิ่งที่ต้องรีบทำคือการเตรียมพร้อมในการฟื้นฟูและการทำความสะอาด ก็เห็นชาวบ้านเริ่มทำแล้ว เริ่มมีขยะแล้ว เราก็ต้องวางแผนว่าจะไปเก็บไว้ที่ไหน วันนี้ท่านต้องพูดว่าปลัดจังหวัดและนายอำเภอหลายอำเภอมา เพื่อจะมาคุยกันว่าถ้าท่วมที่ไหน ให้ส่งมาช่วย เราจะทำงานกันข้ามเขต ข้ามจังหวัด ข้ามอำเภอ เราจะไม่อยู่แค่อำเภอใครอำเภอมัน อีกเรื่องก็คือเรื่องของการเตรียมการสำรวจ สำรวจแล้วรีบส่งรายงาน ไม่ต้องรอสำรวจครบ สำรวจแล้วให้รีบทยอยทำทุกวัน และรีบส่งรายชื่อทุกวัน จะได้รีบเยียวยา เป็นข้อสั่งการจากนายกรัฐมนตรี ในส่วนของการเยียวยา ทำให้เร็วที่สุด ฟื้นฟูสภาพบ้านเรือนจะทำให้กลับสู่ปกติเร็วที่สุด ที่กบินทร์บุรีมีศูนย์พักพิงอีกสองศูนย์ที่ยังกลับไม่ได้”


อธิบดีกรมการปกครอง กล่าวด้วยว่า ส่วนเรื่องดราม่าก็เป็นเรื่องปกติ จะต้องหาคนที่เหมาะสมในระหว่างที่เกิดวิกฤต โดยเฉพาะของพื้นที่ ก็ต้องเชื่อข้อมูลของเพื่อนที่รายงานเข้ามา ประกอบกับเราให้โอกาสในส่วนของผู้ที่ต้องออกมาก่อน อันดับแรกก็ไปที่วิทยาลัยการปกครอง ให้ไปช่วยราชการไว้ก่อน และหาคนที่พร้อมที่จะทำงานและรู้พื้นที่จริงเข้ามาทำงาน ก็ได้จ่าจังหวัดมาช่วยทำงาน นอกจากนี้ จ่าจังหวัดเองก็ได้มอบให้รอง ผวจ. เข้ามาช่วย ส่วนเรื่องการไลฟ์ลงพื้นที่เป็นเรื่องส่วนตัว ส่วนเรื่องงานในภาพรวมคือทำอย่างไรเราจะแก้ปัญหาช่วยพี่น้องในภาพรวมให้เรียบร้อยที่สุดมากกว่า

นายนฤชา กล่าวอีกว่า วันนี้จังหวัดแก้ไขปัญหาเหล่านี้ได้ลุล่วงไปค่อนข้างจะเรียบร้อยหมดแล้ว ฝากทั้งพี่น้องสื่อมวลชนและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นว่าเราจะร่วมมือกันในการดำเนินการในทุกเรื่อง โดยเฉพาะของปราจีนบุรี ต้องระดมความร่วมมือและบูรณาการในการทำงาน โดยเฉพาะผู้ว่าราชการจังหวัดท่านเกษียณ มีท่านใหม่รักษาการ ตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดจะไม่มีการว่างเด็ดขาด เช่นเดียวกับนายอำเภอที่ออกไป ก็จะไม่มีการเว้นว่าง ต้องมีคนมาทำหน้าที่แทนตลอดเวลา


ด้านนายชนาธิป โคกมณี รองผู้ว่ารักษาราชการแทน ผู้ว่าฯปราจีนบุรี ยอมรับว่า จังหวัดปราจีนบุรีได้มีหนังสือไปถึงกรมการปกครองจริง เรื่องขอย้ายท่านนายอำเภอบ้านสร้างออกนอกพื้นที่ เพราะประเด็นในช่วงของวิกฤตน้ำท่วมในจังหวัดปราจีนบุรี  เราได้รับความเดือดร้อนกันทั่วหน้าทุกอำเภอ ตั้งแต่อำเภอนาดี, กบินทร์บุรี, อำเภอประจันตคาม, อำเภอศรีมหาโพธิ, อำเภอเมืองศรีมโหสถ และอำเภอบ้านสร้าง ทาง ผวจ. คนเดิม ในฐานะเป็นผู้บัญชาการเหตุการณ์ ได้ประชุมซักซ้อมเตรียมการและสั่งการไปหลายครั้งเกี่ยวกับการปฏิบัติการดูแลช่วยเหลือพี่น้องประชาชนตามแผนของบ้านสร้างเอง จุดอ่อนน่าจะอยู่ที่ว่าบ้านสร้างเป็นพื้นที่ต่ำ เป็นอำเภอท้ายสุดของจังหวัดปราจีนบุรี ก่อนที่น้ำจะไปถึงอำเภอบ้านสร้าง น้ำก็จะผ่านทุกอำเภอมาก่อน ที่จริงมีการเตรียมการวางแผนในการอพยพชาวบ้าน ขนสิ่งของขึ้นที่สูง เตรียมศูนย์พักพิง เตรียมประสานงานกับหน่วยงาน องค์กร มูลนิธิต่าง ๆ แต่การปฏิบัติที่ผ่านมามันไม่ใช่เช่นนั้นแล้ว บางคนเห็นนายอำเภอทำงานตลอด จังหวัดก็ไม่ได้ปฏิเสธว่าท่านทำงาน แต่ท่านก็ทำงานตามสไตล์ของท่านในเรื่องของการบริหารในภาพรวม โดยผู้ว่าราชการจังหวัด ในฐานะผู้บัญชาการ มองภาพสูงภาพกว้าง ท่านเห็นว่าการบริหารงานของบ้านสร้างมีปัญหาอุปสรรคอย่างไร ประการแรกคือความล่าช้าของการเตรียมการป้องกัน เพราะเป็นพื้นที่น้ำท่วม จึงต้องมีเวลาในการเตรียมการมากกว่านี้ แต่ท่านก็อาจจะมีคลิป แต่ในทางข้อเท็จจริงมันอาจจะไม่สอดคล้องกับเรื่องของการนำเสนอเท่าไรนัก


“ผมเข้าไปที่อำเภอบ้านสร้างทุกวัน ผมเห็นแล้วว่าศูนย์แก้ไขปัญหาน้ำท่วมไม่มีการตั้งขึ้น ไม่มีการสั่งการ ไม่มีการประสานงาน คนที่เข้าไปช่วยประสานงานก็ทำอะไรไม่ได้เลย แม้จะคุยกับปลัดอำเภอ ปลัดอำเภอก็ตัดสินใจไม่ได้ ต้องท่านนายอำเภอคนเดียว ถ้าเป็นเช่นนี้ก็จะแก้ปัญหาให้ชาวบ้านไม่ได้ ต้องหาคนใหม่เข้าไป ชาวบ้านกำลังเดือดร้อน จะเอาความรู้สึกส่วนตัวหรือประเด็นอะไรเข้ามาเกี่ยวข้องไม่ได้ ไม่เหมาะไม่ควรอย่างยิ่ง” นายชนาธิป  กล่าวและว่า


ส่วนที่มีคนกล่าวว่ามีกรณีจีนเทา กรณีขยะพิษ  นายชนาธิป ยืนยันไม่เกี่ยวกับการขอย้ายนายอำเภอ  แต่จังหวัด โดยนายวีระพันธ์ ท่านลงนามในเอกสาร ท่านมองประเด็นในเรื่องของการบริหารแก้ไขปัญหาน้ำท่วม  จึงลงนามในหนังสือไปถึงอธิบดีกรมการปกครองในวันที่ 30 กันยายน ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของการปฏิบัติหน้าที่ของท่าน เราต้องยึดหลักดูแลประชาชนเป็นอันดับแรก “ผมมอบนโยบายทุกนายอำเภอว่าชาวบ้านจะต้องปลอดภัย มีอาหารกิน โรคภัยไข้เจ็บต้องได้รับการดูแลรักษา ทั้งสัตว์มีพิษและไฟฟ้าช็อต” 


ส่วนกระแสอะไรที่สื่อออกไป มันเป็นภาพลักษณ์ของจังหวัด องค์กร และหน่วยงาน ก็ต้องฝากพี่น้องประชาชนว่าเราต้องแสวงหาข้อเท็จจริงให้มาก เราเข้าใจว่ามีการติดตามสื่อของท่านนายอำเภอเยอะ พี่น้องประชาชนและเอฟซีเยอะ แต่เขาอาจจะไม่ได้สัมผัสใกล้ชิด