สแกนข้อกล่าวหา 17 รัฐมนตรี หลังฝ่ายค้านยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ จัดหนัก“พฤติกรรมชั่วร้ายแรง-จิตใจผุพัง-อุ้มทุนเทา-ฮั้วสภาสูง”


วันที่ 8 ต.ค.2569 ข้อกล่าวหาที่พรรคร่วมฝ่ายค้านยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลนั้น นอกเหนือจากมีรายชื่อของนายกรัฐมนตรีแล้วยังมีข้อกล่าวหารัฐมนตรีอีก 17 คน ประกอบด้วยรองนายกรัฐมนตรีจำนวน 4 คน และรัฐมนตรีอีก 13 คนประกอบด้วย

1. นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คมนาคม ซึ่งญัตติของฝ่ายค้านกล่าวหาว่ามีพฤติกรรมทุจริตฉ้อฉล รู้เห็นเป็นใจหรือปล่อยปละละเลยให้มีการทุจริต ไร้ซึ่งความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ ไร้คุณธรรมและจริยธรรม จงใจปฏิบัติหน้าที่เพื่อให้ตนเองและพวกพ้องมีส่วนได้รับประโยชน์จากโครงการต่างๆ ของรัฐ มีพฤติกรรมและการใช้อำนาจโดยแสวงหาผลประโยชน์จากวิกฤติของชาติ เป็นพฤติกรรมอันอำมหิต โดยไม่สนต่อความทุกข์ยากของประชาชน วางนโยบายเพื่อนายทุน แต่กลับปล่อยปละละเลยคนส่วนใหญ่ของประเทศ ส่งผลร้ายแรงเป็นความเสียหายต่อประเทศชาติและประชาชน

รวมถึงใช้อำนาจ ตำแหน่งหน้าที่ เครือข่ายพรรคพวกบริวาร ครอบครัว และพรรคการเมืองของตน ดำเนินการโกงการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาเป็นขบวนการ ซึ่งถือเป็นการก่ออาชญากรรมทางประชาธิปไตยครั้งใหญ่ของประเทศชาติ ทำลายสถาบันทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตยแบบรัฐสภา ทำลายองค์กรอิสระและกลไกการตรวจสอบถ่วงดุลตามรัฐธรรมนูญและกฎหมายใช้อำนาจ อิทธิพลและเครือข่ายของตนเอง เข้าไปแทรกแซงกลไกการตรวจสอบการโกงการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา ส่งเสริมการกระทำที่เป็นการขัดกันแห่งผลประโยชน์ สร้างสภาวะการลอยนวลพ้นผิดให้แก่ตนเองและพวกพ้อง


“ทรงศักดิ์” ละโมบโลภมาก

2.นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี ข้อกล่าวหา ไม่เคารพและปฏิบัติหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญ จงใจหรือปฏิบัติหน้าที่ขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญและกฎหมาย ไม่มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ มีพฤติกรรมทุจริตฉ้อฉลคดโกง เป็นตัวการและสนับสนุนให้เกิดการทุจริต ขาดความละอาย จิตใจผุพัง ละโมบโลภมาก จนไม่สามารถ

ควบคุมตนเองจากการทุจริตคอร์รัปชันได้ สมรู้ร่วมคิดในขบวนการทุจริตอย่างเป็นระบบ ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง ใช้อำนาจ ตำแหน่งหน้าที่ เครือข่ายพรรคพวกบริวาร และพรรคการเมืองของตน ดำเนินการโกงการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาอย่างเป็นขบวนการ ซึ่งถือเป็นการก่ออาชญากรรมทางประชาธิปไตยครั้งใหญ่ของประเทศชาติ ทำลายสถาบันทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตยแบบรัฐสภา ทำลายองค์กรอิสระและกลไกการตรวจสอบถ่วงดุลตามรัฐธรรมนูญและกฎหมาย


“เอกนิติ”ละเลยแก้ทุนเทา

3.นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ข้อกล่าวหา บริหารประเทศผิดพลาด ขาดความสามารถในการแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ บริหารราชการแผ่นดินผิดพลาดบกพร่องอย่างร้ายแรง จงใจหรือปล่อยปละละเลยให้มีการทุจริต ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายอย่างร้ายแรง ละเลยในการจัดการกับขบวนการทุนเทา และคนใกล้ชิดกับขบวนการดังกล่าวจนสร้างความเสียหายต่อประเทศชาติและประชาชน


“ศุภจี”ไร้ตัวตนแก้วิกฤติ

4. นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ข้อกล่าวหา -ไร้ภาวะผู้นำ ไร้ตัวตนในการแก้ไขวิกฤติของประเทศ บริหารราชการแผ่นดินผิดพลาด ปล่อยปละละเลยในการแก้ไขวิกฤติส่งผลให้ประชาชนต้องแบกรับด้วยตนเอง ไร้ความสามารถในการแก้ไขวิกฤติค่าครองชีพในปัจจุบัน ปล่อยให้ราคาสินค้า อุปโภคบริโภคขึ้นสูงจนกระทบต่อการดำเนินชีวิตของประชาชน


“ปกรณ์”ผลประโยชน์ทับซ้อน

5. นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ข้อกล่าวหา -มีพฤติกรรมมีผลประโยชน์ทับซ้อน ใช้อำนาจเพื่อเอื้อผลประโยชน์แก่ตนเองและพวกพ้อง ทุจริตคอร์รัปชัน ขาดธรรมาภิบาลในการบริหารราชการแผ่นดิน ขาดความโปร่งใส ทำลายหลักนิติรัฐนิติธรรมจนสร้างความเสียหายต่อการบริหารราชการแผ่นดิน ไร้ความรับผิดชอบต่อหน้าที่ ขาดคุณสมบัติในการดำรงตำแหน่งเป็นรัฐมนตรี


“อดุลย์”ไม่เป็นเยี่ยงอย่างที่ดี

6.พลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ข้อกล่าวหา - มีพฤติกรรมทุจริตต่อหน้าที่ ไม่ประพฤติตนให้เป็นเยี่ยงอย่างที่ดีต่อนายทหารชั้นผู้น้อย ขาดระเบียบวินัย ไร้เกียรติ ไร้ศักดิ์ศรี ขาดความเป็นผู้นำ ปล่อยปละละเลยให้เกิดการทุจริต เอื้อประโยชน์ให้ตนเองและพวกพ้อง จงใจปฏิบัติหน้าที่ขัดต่อกฎหมายและรัฐธรรมนูญ


“สุรศักดิ์”คดโกงเป็นอาจิณ

7.นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ข้อกล่าวหา - ปล่อยปละละเลยให้เกิดการทุจริต บริหารราชการแผ่นดินล้มเหลว ขาดความโปร่งใส เอื้อประโยชน์ต่อตนเองและพวกพ้อง ไร้คุณธรรมจริยธรรม ขาดความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ มีพฤติกรรมคดโกงทุจริตเป็นอาจิณ ใช้อำนาจเพื่อเอื้อผลประโยชน์แก่ตนเองและพวกพ้อง รวมถึงใช้อำนาจ ตำแหน่งหน้าที่ เครือข่ายพรรคพวกบริวาร และพรรคการเมืองของตนดำเนินการโกงการเลือกสมาชิกวุฒิสภาอย่างเป็นขบวนการ ซึ่งถือเป็นการก่ออาชญากรรมทางประชาธิปไตยครั้งใหญ่ของประเทศชาติ ทำลายสถาบันทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตยแบบรัฐสภา ทำลายองค์กรอิสระและกลไกการตรวจสอบถ่วงดุลตามรัฐธรรมนูญและกฎหมาย


“ไชยชนก”มีพฤติกรรมผิดปกติ

8.นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ข้อกล่าวหา - ไม่มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง ไร้ความกตัญญู มีพฤติกรรมผิดปกติไม่สามารถดำรงตำแหน่งเป็นรัฐมนตรีได้ด้วยตนเอง จงใจหรือปฏิบัติหน้าที่ขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญและกฎหมาย ประกอบธุรกิจบนที่ดินของรัฐแบบผิดกฎหมาย ยึดเอาผลประโยชน์ชาติมาเป็นผลประโยชน์ของตนเอง ขาดความยับยั้งชั่งใจและมัวเมาในการใช้อำนาจ บริหารราชการแผ่นดินผิดพลาด สมรู้ร่วมคิดกับบริษัทเอกชนและเครือข่ายพรรคการเมืองเพื่อทุจริตเงินภาษีของประชาชน สร้างความเสียหายให้กับประเทศชาติ 

ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ผลิตความเท็จเป็นกิจวัตรเพียงเพื่อผลประโยชน์ของตนเองและครอบครัว ยึดถือผลประโยชน์ของครอบครัวและพวกพ้องมากกว่าผลประโยชน์ของชาติ ไร้ความสามารถในการบริหารราชการแผ่นดิน รวมถึงใช้อำนาจ ตำแหน่งหน้าที่ เครือข่ายพรรคพวกบริวาร ครอบครัว และพรรคการเมืองของตน ดำเนินการโกงการเลือก สมาชิกวุฒิสภาอย่างเป็นขบวนการ ซึ่งถือเป็นการก่ออาชญากรรมทางประชาธิปไตยครั้งใหญ่ของประเทศชาติ ทำลายสถาบันทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตยแบบรัฐสภา ทำลายองค์กรอิสระและกลไกการตรวจสอบถ่วงดุลตามรัฐธรรมนูญและกฎหมาย


“สุชาติ”ขาดความซื่อสัตย์สุจริต

9. นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ข้อกล่าวหา - มีผลประโยชน์ทับซ้อน จงใจปฏิบัติหน้าที่และใช้อำนาจขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญและกฎหมาย มีพฤติกรรมทุจริตฉ้อฉล โกงใช้อำนาจเพื่อเอื้อผลประโยชน์แก่ตนเองและพวกพ้อง ขาดความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ ขาดธรรมาภิบาลในการบริหารราชการแผ่นดิน ขาดความโปร่งใส จงใจหรือปล่อยปละละเลยให้มีการทุจริต จนสร้างความเสียหายต่อประเทศชาติ


“รุทธพล”ส่งเสริมคนชั่วได้ดี

10. พลตำรวจโท รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ข้อกล่าวหา-มีพฤติกรรมทุจริตคอร์รัปชัน ประพฤติไม่ชอบ ใช้อำนาจเพื่อเอื้อผลประโยชน์แก่ตนเองและพวกพ้อง มีผลประโยชน์ทับซ้อน ปฏิบัติหน้าที่สองมาตรฐาน ขาดความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ มีพฤติกรรมเล่นพรรคเล่นพวก ขาดธรรมาภิบาลในการบริหารราชการแผ่นดิน สร้างความเสียหายต่อราชการแผ่นดิน ทำลายหลักนิติรัฐ นิติธรรม ส่งเสริมให้คนชั่วได้ดี แต่กับคนมีความสามารถกลับไม่มีที่ยืนในระบบราชการ ยอมตนเป็นเครื่องมือของบุคคลภายนอกเพื่อทำลายผลประโยชน์ของชาติ รวมถึงแทรกแซงกระบวนการยุติธรรมเพื่อประโยชน์ของตนเองและพวกพ้องใช้อำนาจในการโยกย้ายกลั่นแกล้งเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติหน้าที่โดยสุจริต ตอบแทนผลประโยชน์ให้กับเจ้าหน้าที่ที่เอื้อประโยชน์ให้เครือข่ายตนเองและพวก


“นภินทร” อาชญากรรมปชต.

11.นายนภินทร ศรีสรรพางค์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ข้อกล่าวหา-มีพฤติกรรมชั่วอย่างร้ายแรง ก่ออาชญากรรมต่อระบอบประชาธิปไตย ขาดความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ มีพฤติกรรมทุจริตคอร์รัปชัน ปล่อยปละละเลยให้มีการทุจริต จงใจปฏิบัติหน้าที่ขัดต่อกฎหมาย สมรู้รวมคิดในขบวนการทุจริตอย่างเป็นระบบ ทุจริตได้มาซึ่งอำนาจรัฐโดยวิธีการที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ไร้คุณสมบัติในการดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี รวมถึงใช้อำนาจตำแหน่งหน้าที่ เครือข่ายพรรคพวกบริวาร และพรรคการเมืองของตน ดำเนินการโกงการเลือกสมาชิกวุฒิสภาอย่างเป็นขบวนการ ซึ่งถือเป็นการก่ออาชญากรรมทางประชาธิปไตยครั้งใหญ่ของประเทศชาติ ทำลายสถาบันทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตยแบบรัฐสภา ทำลายองค์กรอิสระและกลไกการตรวจสอบถ่วงดุลตามรัฐธรรมนูญและกฎหมาย


“ศุภมาส”ล็อกมงโครงการน้ำเงิน 

12.นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ข้อกล่าวหา -มีพฤติกรรมทุจริตคอร์รัปชัน อย่างเป็นขบวนการ ใช้อำนาจหน้าที่เอื้อผลประโยชน์ให้กับกลุ่มทุน ล็อคโครงการต่างๆให้กับสมัครพรรคพวกระบอบสีน้ำเงิน จิตใจผุพังจนหาความดีไม่ได้ สมรู้ร่วมคิดในขบวนการทุจริตอย่างเป็นระบบ จนทำลายระบบราชการให้เกิดความเสียหายอย่างสิ้นเชิง มีพฤติกรรมความผิดเฉกเช่นเดียวกับองค์กรอาชญากรรม


“ภราดร”มือถือสากปากถือศีล

13.นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ข้อกล่าวหา-มีพฤติกรรมชั่วอย่างร้ายแรง สร้างกลโกงยึดอำนาจรัฐ มีพฤติกรรมทุจริตฉ้อฉลคดโกง ทำลายคุณธรรม จริยธรรมลงอย่างสิ้นเชิง มีพฤติกรรมมือถือสากปากถือศีล ไร้ซึ่งความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ จงใจหรือปฏิบัติหน้าที่ขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญและกฎหมาย ไร้คุณสมบัติในการดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี รวมถึงใช้อำนาจ ตำแหน่งหน้าที่ เครือข่ายพรรคพวกบริวารครอบครัว และพรรคการเมืองของตน โกงการเลือกสมาชิกวุฒิสภาอย่างเป็นขบวนการ ซึ่งถือเป็นการก่ออาชญากรรมทางประชาธิปไตยครั้งใหญ่ของประเทศชาติ ทำลายสถาบันทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตยแบบรัฐสภา ทำลายองค์กรอิสระและกลไกการตรวจสอบถ่วงดุลตามรัฐธรรมนูญและกฎหมาย


“สุขสมรวย”โกงเลือกสว.

14.นางสุขสมรวย วันทนียกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ข้อกล่าวหา-ขาดความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ มีพฤติกรรมทุจริตคอร์รัปชัน จงใจปฏิบัติหน้าที่ขัดต่อกฎหมาย บริหารราชการแผ่นดินผิดพลาดร้ายแรงและสร้างความเสียหายให้กับราชการ ไร้จิตสำนึก ใช้อำนาจไปในทางไม่ชอบ มุ่งใช้เงินงบประมาณเพื่อประโยชน์ส่วนตนและพวกพ้อง ทุจริตได้มาซึ่งอำนาจรัฐโดยวิธีการที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ไร้คุณสมบัติในการดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีใช้อำนาจ ตำแหน่งหน้าที่ เครือข่ายพรรคพวกบริวาร และพรรคการเมืองของตน ดำเนินการโกงการเลือกสมาชิกวุฒิสภาอย่างเป็นขบวนการ ซึ่งถือเป็นการก่ออาชญากรรมทางประชาธิปไตยครั้งใหญ่ของประเทศชาติ ทำลายสถาบันทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตยแบบรัฐสภา ทำลายองค์กรอิสระและกลไกการตรวจสอบถ่วงดุลตามรัฐธรรมนูญและกฎหมาย นอกจากนี้ยังใช้อำนาจ อิทธิพล ตำแหน่งหน้าที่ และเครือข่ายของตนเอง เข้าไปแทรกแซงกลไกการตรวจสอบการโกงการเลือกสมาชิกวุฒิสภาและการโกงการเลือกตั้ง ส่งเสริมการกระทำที่เป็นการขัดกันแห่งผลประโยชน์ สร้างสภาวะการลอยนวลพ้นผิดให้แก่ตนเองและพวกพ้อง


“สิริพงศ์ ”สมรู้ร่วมคิดทุจริต

15.นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ข้อกล่าวหา- มีพฤติกรรมทุจริตฉ้อฉลคดโกง จงใจปฏิบัติหน้าที่ขัดต่อกฎหมายและรัฐธรรมนูญ ใช้อำนาจไปในทางไม่ชอบเพื่อประโยชน์ส่วนตนและพวกพ้อง ไร้ซึ่งความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ ขาดความโปร่งใส มีผลประโยชน์ทับซ้อน สมรู้รวมคิดในขบวนการทุจริตอย่างเป็นระบบ ไร้คุณสมบัติในการดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี


“เจเศรษฐ์ ”โกงเลือกสว.

16.นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ข้อกล่าวหา -จงใจหรือปฏิบัติหน้าที่ขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญและกฎหมาย ไร้ภาวะผู้นำ ขาดความโปร่งใส มีผลประโยชน์ทับซ้อน มีพฤติกรรมทุจริต คอร์รัปชัน ปล่อยปละละเลยให้มีการทุจริต ใช้อำนาจไปในทางไม่ชอบเพื่อประโยชน์ส่วนตนและพวกพ้อง ขาดความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ รวมถึงใช้อำนาจ ตำแหน่งหน้าที่ เครือข่ายพรรคพวกบริวาร และพรรคการเมืองของตนดำเนินการโกงการเลือกสมาชิกวุฒิสภาอย่างเป็นขบวนการ ซึ่งถือเป็นการก่ออาชญากรรมทางประชาธิปไตยครั้งใหญ่ของประเทศชาติ ทำลายสถาบันทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตยแบบรัฐสภา ทำลายองค์กรอิสระและกลไกการตรวจสอบถ่วงดุลตามรัฐธรรมนูญและกฎหมาย


“วรศิษฎ์ ”ละโมบโลภมาก

17.นายวรศิษฏ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ข้อกล่าวหา -จงใจหรือปฏิบัติหน้าที่ขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญและกฎหมาย มีจิตใจทุจริต สมรู้ร่วมคิดในขบวนการทุจริตอย่างเป็นระบบ จนทำลายระบบราชการให้เกิดความเสียหายอย่างสิ้นเชิง ขาดจิตสำนึกต่อการรักษาผลประโยชน์ของประเทศชาติ แสวงหาผลประโยชน์จากประชาชนในช่วงวิกฤติ ละโมบโลภมาก ขาดความยับยั้งชั่งใจในความชั่ว มีพฤติกรรมเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดกฎหมายร้ายแรง ทำลายระบบคุณธรรมของราชการจนสร้างความเสียหายขนาดใหญ่แก่ประเทศชาติและบ้านเมือง จนประชาชนจำนวนมากได้รับความทุกข์แสนสาหัส มุ่งแสวงหาผลประโยชน์เพื่อพวกพ้อง ญาติ มิตรสหาย