“ภัทรพงษ์” ประธาน กมธ.ปภ. สภาฯ เชิญมหาดไทย-กทม. แก้น้ำท่วม กำชับเร่งจัดการขยะ-เพิ่มเครื่องจักร พร้อมเสนอทบทวนเกณฑ์เยียวยา ย้ำน้ำล้อมบ้านควรได้รับสิทธิไม่ต่างจากน้ำท่วมบ้าน
วันที่ 8 ตุลาคม 2569 นายภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ สส.เชียงใหม่ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการป้องกันและบรรเทาผลกระทบจากภัยธรรมชาติและสาธารณภัย เปิดเผยก่อนการประชุมกรรมาธิการฯ ว่า วันนี้ได้เชิญนายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร รวมถึงผู้แทนกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และกรมอุตุนิยมวิทยา มาหารือถึงสถานการณ์และแนวทางจัดการอุทกภัยในพื้นที่กรุงเทพมหานคร
โดยการหารือจะแบ่งเป็น 3 ระยะ ตั้งแต่ก่อนเกิดเหตุ การรับมือขณะเกิดเหตุ และการฟื้นฟูเยียวยาหลังเกิดเหตุ โดยระยะก่อนเกิดเหตุ จะหารือถึงระบบแจ้งเตือนภัย โดยเฉพาะการแจ้งเตือนผ่าน Cell Broadcast รวมถึงขั้นตอนการปฏิบัติงาน หรือ SOP เพื่อให้ประชาชนในกรุงเทพฯ ได้รับการแจ้งเตือนอย่างทันท่วงที หากเกิดฝนตกหนักหรือน้ำท่วมซ้ำในสัปดาห์หน้า
ส่วนระยะการรับมือเหตุ จะติดตามปัญหาความล่าช้าในการตั้งศูนย์บัญชาการส่วนหน้าของกรุงเทพมหานคร รวมถึงการประสานงานระหว่าง กทม. กับกระทรวงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยจะรับฟังข้อเสนอจาก สส.กรุงเทพมหานครที่ลงพื้นที่และพบปัญหาเช่นกัน
ขณะที่ระยะฟื้นฟูและเยียวยา นายภัทรพงษ์ ระบุว่า ประเด็นสำคัญคือการเร่งขนย้ายขยะออกจากพื้นที่ เนื่องจากขณะนี้เครื่องจักรและกำลังคนของ กทม. มีไม่เพียงพอ จึงเห็นว่าควรใช้งบฉุกเฉินเพื่อเพิ่มกำลังคนและเครื่องจักร เร่งจัดการขยะให้แล้วเสร็จภายในประมาณ 2 สัปดาห์ เพื่อให้ประชาชนสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติโดยเร็ว และลดปัญหาขยะกีดขวางทางน้ำ
ส่วนหลักเกณฑ์การเยียวยา โดยเฉพาะกรณีน้ำล้อมบ้านแต่ไม่ได้เข้าตัวบ้าน นายภัทรพงษ์เห็นว่า ต้องทำให้เกิดความชัดเจน เพราะแม้น้ำจะไม่เข้าบ้าน แต่หากถูกน้ำล้อมจนไม่สามารถเดินทางไปทำงานหรือใช้ชีวิตได้ ก็ถือว่าได้รับผลกระทบเช่นเดียวกัน จึงไม่ควรให้ประชาชนต้องรอว่าน้ำจะเข้าบ้านถึงจะได้รับเงินเยียวยา พร้อมย้ำว่าการเยียวยาเป็นสิทธิพื้นฐานของประชาชน แม้เงินที่ได้รับอาจไม่ครอบคลุมความเสียหายทั้งหมดก็ตาม
ส่วนกรณีที่รัฐบาลประเมินว่าสถานการณ์ฝนในกรุงเทพมหานครไม่น่ากังวลแล้ว เนื่องจากฝนมีแนวโน้มเคลื่อนไปทางภาคใต้และภาคตะวันออก นายภัทรพงษ์กล่าวว่า การรับมือภัยพิบัติไม่สามารถคาดการณ์ได้อย่างแม่นยำ แม้กรมอุตุนิยมวิทยาจะประเมินว่ากรุงเทพฯ อาจมีฝนสะสมในสัปดาห์หน้าประมาณ 100 มิลลิเมตร แต่หากปัญหาขยะยังไม่ได้รับการแก้ไขและยังขวางทางระบายน้ำ ก็อาจเพิ่มโอกาสเกิดน้ำท่วมขังได้อีก
จึงเห็นว่าทุกหน่วยงานต้องเตรียมความพร้อมล่วงหน้า เพื่อให้เมื่อเกิดเหตุขึ้น ประชาชนได้รับผลกระทบน้อยที่สุด พร้อมยืนยันว่าจะติดตามผลการประชุมกรรมาธิการฯ และเปิดเผยคำตอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ประชาชนได้รับทราบต่อไป


