“ศุภจี” ตรวจเยี่ยมโรงงานโตโยต้า ฟังปัญหา-ช่วยประสานแก้ไข “โตโยต้า” ประกาศหยุดสายการผลิตชั่วคราว 3 โรงงาน ฉุดกำลังผลิต 3 หมื่นคัน หลังน้ำท่วมกระทบซัพพลายเออร์ หวังภาครัฐปรับปรุงระบบเตือนภัย


เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 7 ตุลาคม 2569 นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยหลังลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมโรงงานผลิตรถยนต์โตโยต้า สำโรง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่ภาคอุตสาหกรรมและรับฟังแนวทางการรับมือผลกระทบจากภัยน้ำท่วม ว่า จากการตรวจสอบพบว่าโรงงานหลักของโตโยต้าทั้ง 3 แห่ง ไม่ได้รับความเสียหายโดยตรง แต่ได้รับผลกระทบมาจากห่วงโซ่อุปทานหรือผู้ผลิตชิ้นส่วน ในนิคมอุตสาหกรรมอมตะที่ไม่สามารถส่งมอบชิ้นส่วนสำคัญได้ เพราะโรงงานถูกน้ำท่วม

นางศุภจี กล่าวว่า สำหรับภาคเศรษฐกิจ กระทรวงพาณิชย์และกระทรวงอุตสาหกรรมมีภารกิจเชื่อมโยงกันตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ โดยกระทรวงพาณิชย์ดูแลเรื่องสินค้า การกระจายสินค้า การค้าและการส่งออก ขณะที่กระทรวงอุตสาหกรรมดูแลภาคการผลิต โรงงาน และห่วงโซ่อุปทาน การลงพื้นที่ครั้งนี้จึงเป็นการติดตามอีกด้านหนึ่งของสถานการณ์น้ำท่วม เพื่อให้มั่นใจว่าไม่เพียงสินค้าจะไม่ขาดแคลน แต่ต้นทางการผลิตต้องสามารถเดินต่อได้ และผลกระทบต่อการค้าและการส่งออกต้องเกิดขึ้นน้อยที่สุด

“ตอนนี้ทุกฝ่ายแบ่งหน้าที่กันทำค่ะ ทัพหน้าดูแลผู้ประสบภัยและสถานการณ์ในพื้นที่ ส่วนเราทำหน้าที่เป็นทัพหลัง ทำอย่างไรให้ระบบข้างหลังยังเดินต่อได้ ของต้องไม่ขาด โรงงานต้องผลิตได้ การขนส่งและการส่งออกต้องไม่สะดุด เพราะทั้งหมดเชื่อมโยงกันเป็นระบบเดียว”

ทั้งนี้ ที่ผ่านมา กระทรวงพาณิชย์ได้ตั้ง Single Command และ War Room เพื่อติดตามสถานการณ์สินค้าและการกระจายสินค้าทั่วประเทศ รวมถึงลงพื้นที่ศูนย์กระจายสินค้าเพื่อติดตามการทำงานหลังจากสั่งการไปแล้ว ขณะที่การลงพื้นที่ครั้งนี้เป็นการขยายการติดตามมาที่ “ต้นทาง” คือภาคการผลิต โดยเฉพาะอุตสาหกรรมยานยนต์ ซึ่งเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมส่งออกสำคัญของไทย และมี Supply Chain เชื่อมโยงผู้ผลิตชิ้นส่วนและผู้ประกอบการจำนวนมาก

สำหรับกรณีโตโยต้า โรงงานทั้ง 3 แห่งไม่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมโดยตรง แต่การผลิตได้รับผลกระทบจากผู้ผลิตชิ้นส่วนหรือซัพพลายเออร์ในห่วงโซ่การผลิตบางส่วนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำ ทำให้ไม่สามารถส่งชิ้นส่วนเข้าสู่กระบวนการผลิตได้ตามปกติ จึงได้กำชับกระทรวงอุตสาหกรรมให้ติดตามทั้งระบบว่า มีโรงงานหรือซัพพลายเออร์จุดใดได้รับผลกระทบ มีวัตถุดิบหรือชิ้นส่วนใดที่อาจกลายเป็นคอขวด และภาครัฐสามารถเข้าไปช่วยประสานหรือแก้ข้อจำกัดในจุดใดได้บ้าง เพื่อให้การผลิตกลับมาดำเนินการได้เร็วที่สุด

“วันนี้เรามาดูที่โตโยต้า เพราะอุตสาหกรรมยานยนต์ไม่ได้มีเฉพาะโรงงานประกอบรถยนต์ แต่มีผู้ผลิตและซัพพลายเออร์เชื่อมโยงกันเป็นห่วงโซ่ ถ้าจุดใดจุดหนึ่งหยุด ผลกระทบอาจต่อเนื่องไปทั้งระบบ เราจึงต้องรู้ให้เร็วว่าปัญหาอยู่ตรงไหน และเข้าไปช่วยประสานแก้ไข”

สำหรับแนวทางระยะสั้น หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะลงพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมอมตะ เพื่อตรวจสอบปัญหาของซัพพลายเออร์ที่ไม่สามารถส่งชิ้นส่วนเข้าสู่กระบวนการผลิตได้ รวมทั้งประสานนิคมอุตสาหกรรมและฐานการผลิตสำคัญในพื้นที่อื่น เพื่อรวบรวมข้อมูลผลกระทบและพิจารณาแนวทางช่วยเหลือให้ตรงกับปัญหา โดยการติดตามจะไม่จำกัดเฉพาะอุตสาหกรรมยานยนต์ แต่จะครอบคลุมอุตสาหกรรมอาหารและอุตสาหกรรมอื่นที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เห็นสถานการณ์ตลอดห่วงโซ่ ตั้งแต่โรงงาน การขนส่ง คลังสินค้า การกระจายสินค้า ไปจนถึงตลาดทั้งในและต่างประเทศ

ส่วนแนวทางระยะยาว จะนำข้อเสนอของผู้ประกอบการไปพิจารณาในระดับนโยบาย รวมถึงข้อเสนอเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่อาจช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายด้านการขนส่งแรงงานและวัตถุดิบ เพื่อสนับสนุนให้ภาคการผลิตสามารถดำเนินต่อไปได้ ทั้งนี้ แนวทางดังกล่าวยังอยู่ในขั้นตอนการพิจารณา ยังไม่ใช่มาตรการที่มีผลบังคับใช้

นอกจากนี้ ยังมีแนวคิดให้สถานประกอบการใช้ช่วงที่จำเป็นต้องหยุดการผลิตชั่วคราวในการพัฒนาทักษะพนักงาน เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการกลับมาเร่งการผลิตเมื่อการส่งชิ้นส่วนเข้าสู่โรงงานกลับเข้าสู่ภาวะปกติ และนำแนวทางดังกล่าวไปเป็นตัวอย่างให้โรงงานอุตสาหกรรมอื่นสามารถปรับตัวในช่วงที่ได้รับผลกระทบได้

นางศุภจี กล่าวต่อไปว่า อีกด้านหนึ่งที่ต้องดำเนินการควบคู่กัน คือ การรักษาความเชื่อมั่นต่อศักยภาพของประเทศไทย โดยนอกจากเร่งแก้ปัญหาในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบแล้ว จะรวบรวมตัวอย่างพื้นที่อุตสาหกรรม คลังสินค้า และผู้ประกอบการที่สามารถบริหารจัดการสถานการณ์ได้ดี เพื่อสะท้อนให้คู่ค้า นักลงทุน และผู้ประกอบการต่างประเทศเห็นว่า ระบบการผลิตและโลจิสติกส์ของไทยยังมีความพร้อมและสามารถบริหารจัดการภายใต้สถานการณ์ได้

โดยแนวทางระยะยาว จะนำข้อเสนอของผู้ประกอบการไปพิจารณาในระดับนโยบาย ได้แก่ การขอให้ภาครัฐพิจารณายกเว้นภาษีนำเข้าสำหรับเครื่องจักร อุปกรณ์ และอะไหล่ที่จำเป็นต้องนำเข้ามาเพื่อซ่อมแซมโรงงานที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม และการพิจารณาลดหย่อนภาษีเพิ่มเติมสำหรับค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมและฟื้นฟูเครื่องจักรและโรงงาน เพื่อให้สามารถกลับมาดำเนินการผลิตได้ตามปกติโดยเร็ว ทั้งนี้ ข้อเสนอดังกล่าวจะนำไปหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป และยังอยู่ในขั้นตอนการพิจารณา

“การเป็นทัพหลังไม่ได้หมายถึงรอให้ปัญหาเกิดแล้วค่อยแก้ แต่ต้องมองให้ครบทั้งระบบว่า จุดไหนมีความเสี่ยง จุดไหนต้องเข้าไปช่วย และจุดไหนที่ยังเดินได้ดี เราต้องทำให้เดินต่อ เพื่อให้ผลกระทบต่อเศรษฐกิจ การผลิต และการส่งออกของประเทศเกิดขึ้นน้อยที่สุด”

ทางด้าน นายสมคิด ประดิษฐกำจรชัย รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ว่า ขณะนี้โตโยต้าประกาศหยุดสายการผลิตชั่วคราวในโรงงานทั้ง 3 แห่ง ได้แก่ สำโรง, เกตเวย์ และบ้านโพธิ์ เนื่องจากซัพพลายเออร์ประมาณ 14 ราย ในนิคมอุตสาหกรรมอมตะ ถูกน้ำท่วมขังสูงถึง 50-70 เซนติเมตร (ซม.) จนไม่สามารถผลิตและจัดส่งชิ้นส่วนสำคัญอย่างพรมและถุงลมนิรภัยได้ ส่งผลกระทบให้ต้องปรับแก้ปัญหาด้วยการเร่งนำเข้าชิ้นส่วนบางประเภทจากญี่ปุ่นและเวียดนามเป็นการชั่วคราว

จากการหยุดสายการผลิตดังกล่าว ส่งผลให้ยอดการผลิตรถยนต์ค้างสะสมตามแผนประเมินความเสียหายพุ่งสูงถึง 30,000 คัน ซึ่งกระทบต่อการจำหน่ายทั้งในประเทศและสัดส่วนการส่งออก โดยเบื้องต้นโรงงานสำโรงและเกตเวย์ต้องหยุดการผลิตจนถึงวันที่ 10 ตุลาคมนี้ ขณะที่โรงงานบ้านโพธิ์ คาดว่าจะต้องหยุดยาวถึงวันที่ 18 ตุลาคม ซึ่งบริษัทกำลังวางแผนฟื้นฟูเป็น 2 ระยะ คือการเร่งช่วยซัพพลายเออร์กลับมาเปิดโรงงาน และการวางแผนเพิ่มกำลังการผลิตเร่งด่วนเพื่อส่งมอบรถให้ลูกค้า 

นอกจากนี้ ยังเรียกร้องให้ภาครัฐเร่งปรับปรุงระบบการแจ้งเตือนภัยน้ำท่วมให้มีความแม่นยำ รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพมากกว่านี้ เนื่องจากระบบเตือนภัยที่ล่าช้าในครั้งนี้ทำให้โรงงานและซัพพลายเออร์ไม่สามารถเตรียมการรับมือได้ทัน จนน้ำทะลักเข้าท่วมเครื่องจักรได้รับความเสียหายหนัก พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลออกมาตรการช่วยเหลือทางภาษีและเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อช่วยผู้ประกอบการในห่วงโซ่อุปทานให้สามารถฟื้นตัวและป้องกันวิกฤตที่อาจเกิดขึ้นอีกในอนาคต

ทั้งนี้ ภาครัฐรับพิจารณาข้อเรียกร้องของโตโยต้าอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งการยกเว้นภาษีนำเข้าเครื่องจักรใหม่และชิ้นส่วนทดแทนจากต่างประเทศ รวมถึงการนำค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมโรงงานและปรับปรุงเครื่องจักรมาหักลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่า โดยผู้แทนภาครัฐ รับปากจะนำเรื่องเข้าสู่การหารือกับกระทรวงการคลัง และกรมสรรพากรโดยเร็วที่สุด เพื่อช่วยลดภาระต้นทุน และเร่งฟื้นฟูศักยภาพการผลิตของภาคยานยนต์ให้กลับมาเดินหน้าได้ตามปกติ