กรมชลประทานเผยเขื่อนเจ้าพระยาทยอยลดระดับการระบายน้ำ แต่ลุ่มน้ำบางปะกง “ฉะเชิงเทรา-แปดริ้ว” ยังต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ คาดคลี่คลายเข้าสู่ภาวะปกติ ปลายเดือน ต.ค.นี้


วันที่ 7 ตุลาคม 2569 ที่กรมชลประทาน มีการประชุมติดตามสถานการณ์น้ำท่วม มีนายสรวุฒิ เนื่องจำนงค์ เลขานุการ รมว.เกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการประชุม ติดตามสถานการณ์น้ำ มีนายวิทยา แก้วมี อธิบดีกรมชลประทาน เข้าร่วมประชุมและรายงานภาพรวมสถานการณ์น้ำ โดยในที่ประชุมมีการรายงานสถานการณ์ลุ่มน้ำเจ้าพระยา เริ่มผ่อนคลายลง โดยเขื่อนเจ้าพระยาทยอยลดการระบายน้ำจาก 2,500 เหลือ 2,400 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพื่อลดมวลน้ำที่จะไหลลงพื้นที่ตอนล่าง และเร่งระบายน้ำที่ยังท่วมขังในพื้นที่ต่างๆ ขณะที่เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ มีน้ำในอ่าง 927 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 106% ของความจุ ขณะนี้ระบายน้ำอยู่ที่ 500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที กรมชลประทานยังติดตามน้ำไหลเข้าอ่าง ฝน และพื้นที่ท้ายน้ำอย่างใกล้ชิด ส่วนพื้นที่เฝ้าระวังเป็นพิเศษคือ ลุ่มน้ำบางปะกง ที่จ.ปราจีนบุรี, ฉะเชิงเทรา ยังได้รับผลกระทบจากน้ำป่าไหลหลาก น้ำล้นตลิ่ง และน้ำทะเลหนุน ทำให้การระบายน้ำลงทะเลทำได้ช้าลง อย่างไรก็ตามคาดว่า หลังวันที่ 13 ต.ค. ระดับน้ำทะเลจะลดลง หากไม่มีฝนตกเพิ่ม สถานการณ์จะทยอยคลี่คลายช่วงปลายเดือน ต.ค.นี้


ด้านลุ่มแม่น้ำแม่กลอง ปริมาณน้ำมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น จากฝนที่มากขึ้น กรมชลประทานได้แจ้งเตือนพื้นที่ริมแม่น้ำในเขต จ.กาญจนบุรี, ราชบุรี, สมุทรสงคราม และสมุทรสาคร ให้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เนื่องจากเขื่อนแม่กลองอาจจำเป็นต้องเพิ่มการระบายน้ำมากกว่า 1,200 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ในระยะต่อไป


ส่วนกทม.และปริมณฑล ขณะนี้มวลน้ำจากเขื่อนเจ้าพระยาไหลผ่านพื้นที่ไปแล้ว ระดับน้ำยังต่ำกว่าตลิ่งและแนวคันกั้นน้ำ แต่ยังต้องระวังฝนตกหนักและฝนสะสมในพื้นที่ เพราะน้ำฝนที่ตกลงมาโดยตรงจะเข้าสู่ระบบระบายน้ำทันที ขอให้ประชาชนติดตามสถานการณ์และการแจ้งเตือนจากทางราชการอย่างต่อเนื่อง ส่วนภาคใต้ กรมชลประทานเตรียมรับมือฝนที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นช่วงวันที่ 10-11 ต.ค. โดยจัดเตรียมเครื่องจักร เครื่องสูบน้ำ และเครื่องผลักดันน้ำไว้พร้อมช่วยเหลือพื้นที่เสี่ยง


นายสรวุฒิ เนื่องจำนงค์ เลขานุการ รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.เกษตรและสหกรณ์ ห่วงใยสถานการณ์น้ำที่อาจส่งผลกระทบต่อประชาชนและพื้นที่ต่างๆ ได้กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบความพร้อมเครื่องจักร เครื่องมือ และอุปกรณ์ที่จำเป็นต่อการบริหารจัดการน้ำและรับมือสถานการณ์วิกฤต โดยเฉพาะเครื่องผลักดันน้ำ เครื่องสูบน้ำ และเครื่องจักรกลต่าง ๆ ให้ใช้งานอย่างเต็มประสิทธิภาพ พร้อมประสานความร่วมมือหน่วยงานในพื้นที่ เตรียมความพร้อมและแก้ไขปัญหาได้อย่างทันท่วงที รวมถึงเร่งกำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำ โดยเฉพาะผักตบชวา วัชพืช ขยะบริเวณหน้าประตูระบายน้ำที่อาจเป็นอุปสรรคต่อการระบายน้ำ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ และเตรียมความพร้อมรับมือทุกสถานการณ์