“ทันกวินท์ มั่วบ้านงาน” เข้าสภาฯ ร้องจริยธรรม “อรรถวิชช์” อ้างปมโครงการ “แก้มลิง” คู้บอนโจมตี กทม. เจอ “ทีมงาน สส.” สวนเดือด ย้ำไม่เคยอ้างเป็นโครงการพระราชดำริ วงแตกแทรกวงสื่อหนี


เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 7 ต.ค. 2569 ที่รัฐสภา นายทันกวินท์ รัฐวัฒก์อังกูร ในฐานะผู้ทำวิจัยด้านปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เข้ายื่นหนังสือร้องเรียนจริยธรรมนายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สส. บัญชีรายชื่อพรรครวมไทยสร้างชาติ( รทสช.) ต่อสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร โดยกล่าวว่า ตนมาร้องจริยธรรมนายอรรถวิชช์ กรณีอ้างนำเรื่องโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริฯแก้มลิงคลองรับน้ำคู้บอนมากล่าวอ้างเพื่อวิพากษ์วิจารณ์การบริหารจัดการน้ำของกรุงเทพมหานคร(กทม.) โดยมองเป็นการแสวงหาผลประโยชน์ทางการเมืองในกรณีนี้ ซึ่งการนำเรื่องโครงการแก้มลิงมากล่าวอ้างและโจมตี กทม.ว่ามีการตัดพื้นที่ทางน้ำไหล (Floodway) ออกจากผังเมืองนั้น เป็นการให้ข้อมูลที่คลาดเคลื่อน จากการตรวจสอบกับคณะกรรมการประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (กปร.) พบว่า โครงการแก้มลิงในพื้นที่ กทม.มีเพียงโครงการคลองมหาชัยและคลองสนามชัย ที่เขตบางขุนเทียนเท่านั้น ไม่มีโครงการแก้มลิงบึงคู้บอนตามที่ถูกอ้างถึง


สำหรับนายทันกวินท์ รัฐวัฒก์อังกูร ที่อ้างสถานะว่าเป็นผู้ทำวิจัยด้านปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงนั้น เป็นบุคคลเดียวกันกับผู้ที่เคยแอบอ้างว่าเป็นทีมทนายความของนายสิรณัฐ สมุทร หรือ ทราย สก็อต อดีตทายาทตระกูลดังที่เคยมีกรณีขัดแย้งกับมารดา โดยนายทันกวินท์ อ้างเป็นทนายความและมาให้ข่าวต่อสื่อมวลชนหลังการเจรจาไกล่เกลี่ยในครอบครัวของทราย สก็อตจนเป็นข่าวดังและได้ฉายาว่า “มั่วบ้านงาน” มาแล้ว


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างการให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน ได้เกิดการโต้แย้งประเด็นข้อเท็จจริงและความเดือดร้อนของประชาชนจากพื้นที่กรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออกที่มาติดตามเรื่องน้ำท่วมในพื้นที่ดังกล่าวกับ น.ส.ชวลักษณ์ เวียงวิเศษ ตัวแทนภาคประชาชนที่ต่อสู้ผลักดันโครงการสร้างบึงรับน้ำคู้บอน และยังเป็นโฆษกพรรคไทยภักดีอีกสถานะหนึ่ง กล่าวว่า ตนยอมรับว่า เป็นโฆษกพรรคไทยภักดีในตำแหน่งทางการเมือง แต่ก็เป็นตัวแทนของประชาชนคนกรุงเทพฯ โซนตะวันออกที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เขตคลองสามวา และเป็นผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนจากปัญหาน้ำท่วมจริงมาตั้งแต่ปี 2562 ถึงปัจจุบันที่ประสบปัญหาน้ำท่วมบ้านเหมือนทุกคน ในพื้นที่คลองคันนายาว, คลองสามวา และบริเวณใกล้เคียงบึงรับน้ำคู้บอน มีประชาชนที่กำลังทนทุกข์จากน้ำท่วมขัง บางครัวเรือนและร้านค้าไม่สามารถประกอบอาชีพได้มาร่วมสองสัปดาห์แล้ว พวกเราผู้ประสบอุทกภัยไม่เคยกล่าวอ้างว่า บึงคู้บอนเป็นโครงการพระราชดำริ แต่บึงรับน้ำคู้บอนคือโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นในการรองรับน้ำไม่ให้ไหลทะลักเข้าสู่พื้นที่ชั้นในของกรุงเทพฯ ซึ่งเป็นเรื่องของผลประโยชน์ส่วนรวม ไม่ใช่เรื่องของพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่ง และยินดีให้ข้อมูลกับทุกพรรคการเมืองที่สนใจแก้ปัญหา และขอถามว่า พื้นที่บึงรับน้ำคู้บอน ไม่ใช่แค่กั้นน้ำให้รองรับน้ำให้คนคันนายาว และคลองสามวาเท่านั้น แต่ยังมีหน้าที่รับน้ำ ไม่ให้ไหลเข้าไปในพื้นที่ในเขตเมืองชั้นในของกรุงเทพฯด้วย เท่ากับบึงรับน้ำคู้บอน เป็นพื้นที่รับน้ำของคนกรุงเทพทั้งหมดหรือไม่


ขณะที่ผู้ชำนาญการประจำตัวนายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สส.พรรครทสช. ที่ยืนฟังการให้สัมภาษณ์อยู่ ได้เข้ามาสอบถามถึงผลงานวิจัยของ นายทันกวินท์ ว่า เคยตีพิมพ์เป็นผลงานหรือไม่ พร้อมโต้แย้งว่า การกระทำของนายอรรถวิชช์ ไม่เข้าข่ายผิดจริยธรรมอย่างแน่นอน เพราะมีเอกสารอ้างอิงของ กทม.ที่ถูกต้อง และการลงพื้นที่เป็นการไปช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากปัญหาน้ำท่วมขังอย่างแท้จริงและนายอรรถวิชช์ ก็ใช้คำว่า พื้นที่บึงคู้บอนเป็นแนวทางตามพระราชดำริ ไม่ใช่โครงการตามพระราชดำริ และการที่ สส. หรือนักการเมืองลงพื้นที่ไปช่วยเหลือประชาชนที่กำลังเดือดร้อนจากน้ำท่วมขังเน่าเสีย แล้วถูกร้องเรียนจริยธรรม ถือเป็นเรื่องที่ถูกต้องหรือไม่ พรรค รทสช.ทำงานบนหลักฐาน ความเป็นจริง และความยุติธรรม


ทำให้นายทันกวินท์ ชี้แจงตอบโต้ข้อมูลข้อเท็จจริงขอข้อมูลในเรื่องดังกล่าว และเรื่องน้ำท่วมความเดือดร้อนของประชาชนไม่ได้ ต้องยุติการแถลงข่าวเดินแทรกวงของกลุ่มประชาชนหลบออกไปทันที