“โรม” รับคำวิจารณ์ “ปิยบุตร” ชี้การทำหน้าที่ของ สส.ปชน. ไม่ใช่ความบันเทิง บอกไม่ซาดิสม์เอาตัวเองไปเสี่ยงติดคุก ย้ำพร้อมทำงานทุกวันเสมือนเป็นวันสุดท้าย เพื่อไม่ให้ประชาชนและลูกสาวผิดหวัง


วันนี้ 7 ตุลาคม 2569 นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า ออกมาโพสต์ข้อความวิพากษ์วิจารณ์การทำการเมืองของพรรคประชาชนซึ่งออกไปในรูปแบบของบันเทิงธิปไตยว่า นายปิยบุตรเป็นอาจารย์ของตนสมัยเรียนที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ทุกคำวิพากษ์วิจารณ์ ตนในฐานะนักการเมืองยินดีน้อมรับ และต้องนำข้อเท็จจริง ข้อเสนอแนะ หรือความคิดเห็นมาสำรวจตัวเอง ถือว่านายปิยบุตรพูดในฐานะกัลยาณมิตรที่หวังดีต่อพรรคประชาชน พร้อมย้ำชัดว่าตนและเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคประชาชนไม่ถือว่าการทำภารกิจแบบนี้เป็นเรื่องของความบันเทิง


“ผมถามกันตรง ๆ ผมถูกดำเนินคดี ถูกแจ้งความ จะแจ้งความเท็จหรือไม่เท็จ หรืออะไรก็แล้วแต่ มันสนุกเหรอ มันเป็นความบันเทิงเหรอ การที่เราเสี่ยงเป็นเสี่ยงตาย เอาชีวิตทำหน้าที่ราวกับว่าทุก ๆ วันคือวันสุดท้าย มันคือความบันเทิงเหรอ คิดว่าผมซาดิสม์ถึงขนาดที่อยากจะทำเรื่องนี้เพื่อความสนุกอย่างนั้นเหรอ สิ่งที่ผมตระหนักก็คือ ผมรู้ว่าผมเป็นหนึ่งใน ส.ส. 44 คน ผมไม่รู้ว่าเรื่องนี้จะจบอย่างไร แต่สิ่งที่ผมรู้ก็คือผมทำให้มันดีที่สุด” นายรังสิมันต์กล่าว


นายรังสิมันต์กล่าวต่อว่า ไม่อยากให้ประชาชนมองย้อนกลับไปว่า วันหนึ่งที่มี สส.รังสิมันต์ โรม ทำงานไม่คุ้มค่าภาษีประชาชน ไม่อยากให้เกิดความรู้สึกเช่นนั้น ตนเป็นคนหนึ่งที่มีลูก ก็อยากให้ลูกสาวจดจำในฐานะนักการเมืองที่ทำหน้าที่เพื่อประเทศชาติ จึงมั่นใจว่าตนและเพื่อน สส.ทุกคนที่ทำหน้าที่ในวันนี้ทำให้ดีที่สุด และยอมมีความเสี่ยงเรื่องคดีความ เพราะเชื่อมั่นว่าอย่างน้อยได้ทำให้ดีที่สุดสำหรับประเทศนี้แล้ว


ส่วนจะเปลี่ยนได้หรือไม่ จะสำเร็จหรือไม่ นายรังสิมันต์กล่าวว่า ไม่ใช่ปัจจัยที่ควบคุมได้ แต่อย่างน้อยภายใต้ความสามารถที่มี ภายใต้ที่ครูบาอาจารย์ประสาทวิชาให้ ถือว่าทำดีที่สุดแล้ว จึงยืนยันว่าไม่ใช่เรื่องความบันเทิง แต่เป็นเรื่องที่ถือว่าทำหน้าที่เพื่อประเทศ


เมื่อถามว่า อยากฝากอะไรถึงนายปิยบุตรหรือไม่ นายรังสิมันต์กล่าวว่า ไม่มีอะไรต้องฝาก คิดว่านายปิยบุตรทำหน้าที่ของอาจารย์และให้คำแนะนำ ซึ่งหลายเรื่องเป็นเรื่องที่ดีอยู่แล้ว ก็คงต้องนำมาสำรวจตัวเอง หากวันนี้ทำให้เกิดความเข้าใจว่าเป็นเรื่องความบันเทิง ก็ต้องสำรวจตัวเอง ในฐานะนักการเมืองไม่มีหน้าที่ปฏิเสธความหวังดีใด ๆ


นายรังสิมันต์กล่าวว่า เชื่อว่าเจตนาของนายปิยบุตรเป็นเจตนาที่ดี แต่ก็ต้องยืนยันว่าความมุ่งหมายของตนคือการทำหน้าที่เหมือนเป็นวันสุดท้ายจริง ๆ ซึ่งน่าจะเป็นเจตจำนงเดียวกับครั้งที่นายปิยบุตรเป็นเลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ และทำหน้าที่เหมือนเป็นวันสุดท้ายเช่นเดียวกัน


เมื่อถามว่าจะโทรศัพท์หาหรือติดต่อพูดคุยทำความเข้าใจกับนายปิยบุตรหรือไม่ นายรังสิมันต์กล่าวว่า รู้จักกันมานานตั้งแต่ตนอายุประมาณ 18 ปี คิดว่าไม่มีความจำเป็นต้องโทรศัพท์หา เพราะเชื่อมั่นว่านายปิยบุตรหวังดีกับพวกเราจริง ๆ ข้อวิพากษ์วิจารณ์ต่าง ๆ ก็น้อมรับ แต่เมื่อสื่อมวลชนถาม ก็ต้องอธิบายเจตจำนงของตน