“ทรัมป์” ส่งสาส์นถึง “อนุทิน” จ่อเซ็นข้อตกลงภาษีครั้งใหญ่ปิดดีลช่วงเยือนเอเชีย พ.ย. นี้ ขณะที่ ครม. ไฟเขียวรื้อปฏิทินงบฯปี 71 ใช้ “งบฐานศูนย์” (Zero-based)  พร้อมดึงประชาชนฝ่ายค้านร่วมเคาะ


เมื่อเวลา 13.30 น.วันที่ 6 ต.ค.2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย กล่าวก่อนเข้าสู่วาระการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า มีจดหมายจากนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ว่ามีความคาดหวังจะลงนามกับรัฐบาลไทยในเรื่องของสัญญาเกี่ยวกับภาษีในเร็ววันนี้ และอยากจะให้มีการดำเนินการให้แล้วเสร็จ มีข้อตกลงสามารถลงนามได้ ถ้าเป็นไปได้ในช่วงที่ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกามาเยือนเอเชีย ในระหว่างการประชุมทางนายกรัฐมนตรีก็ได้มอบหมายให้นางศุภจี สุธรรมพันธ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ ดำเนินการเรื่องนี้ต่อเนื่อง เนื่องจาก ณ ปัจจุบัน สถานการณ์เข้าสู่ช่วงสุดท้ายของการเจรจาแล้ว โดยการพบปะระหว่างนายกรัฐมนตรีและประธานาธิบดีสหรัฐฯจะเกิดขึ้นในช่วงการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน ครั้งที่ 49 ที่ประเทศฟิลิปปินส์ เป็นเจ้าภาพ ในช่วงวันที่ 16-18 พ.ย.2569 หรือ การประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค ที่ประเทศจีนเป็นเจ้าภาพ ในช่วงวันที่ 18-19 พ.ย.2569


โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยด้วยว่า ในที่ประชุมครม.ได้เห็นชอบตามที่สำนักงบประมาณได้เสนอ ปฏิทินงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2571 มีสิ่งที่น่าสนใจและเป็นการเปลี่ยนแปลงอีกครั้งหนึ่งของการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปี คือ ในปลายเดือนต.ค.นี้ จะมีกระบวนการจัดทำงบประมาณที่เพิ่มขึ้นมาใหม่ เรียกว่า Pre-budget Consultation ซึ่งเป็นขั้นตอนการหารือก่อนการจัดทำงบประมาณ โดยเปิดให้ทุกภาคส่วน ทั้งรัฐบาล พรรคร่วมรัฐบาล พรรคฝ่ายค้าน หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน (กกร.) สถาบัน นักวิชาการ และภาคประชาชน เข้าร่วมกำหนดทิศทางงบประมาณ


“ตรงนี้ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของระบบงบประมาณประเทศไทย ที่เปิดให้ทุกภาคส่วนเข้ามาร่วมให้ข้อคิดเห็นตั้งแต่จุดเริ่มต้น จากเดิมที่เป็นหน่วยงานราชการทำคำของบประมาณขึ้นมาเอง และจากปฏิทินดังกล่าว ในปีนี้ได้เพิ่มระยะเวลาให้หน่วยรับงบประมาณมีเวลาจัดทำบัญชีรายการงบประมาณมากขึ้น ขยายจากเดิมประมาณ 2–3 เดือน ทำให้ลงรายละเอียดและมีข้อมูลประกอบการตัดสินใจมากขึ้น รวมถึงเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างกระทรวงเพื่อลดความซ้ำซ้อน”


โดยการปรับปรุงวิธีจัดทำงบประมาณนี้ คาดหวังว่าในการจัดทำงบประมาณปี 2571 จะมีลักษณะเป็น Zero-based budgeting หรือ งบประมาณฐานศูนย์ คือเริ่มต้นคิดจากฐานศูนย์ ไม่ต้องใช้งบประมาณปีที่ผ่านมาเป็นตัวตั้ง แต่ใช้สิ่งที่จะทำไปข้างหน้าเป็นฐานคิด งบประมาณจะมีความเปิดเผยทั้งรายได้และรายจ่าย โดยประชาชนมีส่วนร่วมในทุกขั้นตอน


สำหรับแนวทางหลักในการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2571 รัฐบาลมุ่งเน้นการขับเคลื่อนนโยบายสำคัญเพื่อแก้ไขปัญหาของประชาชน การปรับโครงสร้างทางเศรษฐกิจและสังคม ควบคู่กับการเสริมสร้างความเข้มแข็งทางการคลังอย่างต่อเนื่อง โดยสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ และแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 14 พร้อมทั้งให้ความสำคัญกับการบรรเทาผลกระทบจากความผันผวนทางเศรษฐกิจ การสร้างความมั่นคงทางอาหาร (Food Security) การเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานไปสู่พลังงานชีวภาพและพลังงานสีเขียว (Green Energy) รวมถึงการลดความเหลื่อมล้ำและการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อคุณภาพชีวิตของประชาชน นอกจากนี้ ยังยึดหลักลำดับความสำคัญและความจำเป็นเร่งด่วน โดยทบทวนเพื่อชะลอ ปรับลด หรือยกเลิกโครงการที่หมดความจำเป็นหรือมีความสำคัญต่ำ เพื่อให้การใช้จ่ายงบประมาณเป็นไปอย่างคุ้มค่า ประหยัด มีประสิทธิภาพ ประสิทธิผล และเป็นธรรม


สำหรับขั้นตอนการดำเนินงานตามปฏิทินงบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ. 2571 แบ่งออกเป็น 3 ช่วงหลัก ได้แก่ ช่วงทบทวนและวางแผน (ต.ค. – ธ.ค. 2569) ซึ่ง ครม. เห็นชอบแนวทางและปฏิทินงบประมาณ (6 ต.ค. 2569) เริ่มกระบวนการรับฟังความคิดเห็น Pre-budget Consultation (ต.ค. 2569) พร้อมเห็นชอบแผนการคลังระยะปานกลาง (24 พ.ย. 2569) ยุทธศาสตร์การจัดสรร (1 ธ.ค. 2569) นโยบายและวงเงินงบประมาณ (8 ธ.ค. 2569) และนายกฯ มอบนโยบาย (ธ.ค. 2569) ถัดมาเป็น ช่วงจัดทำและเสนอรายละเอียด (ธ.ค. 2569 – มิ.ย. 2570) หน่วยรับงบประมาณส่งคำขอผ่านระบบ e-Budgeting ภายใน 12 ก.พ. 2570 โดย ครม. เห็นชอบรายละเอียดงบประมาณ (7 เม.ย. 2570) เห็นชอบข้อเสนอร่าง พ.ร.บ. (25 พ.ค. 2570) และส่งร่าง พ.ร.บ. ให้สภาฯ (8 มิ.ย. 2570) และปิดท้ายด้วย ช่วงการพิจารณาของรัฐสภาและการประกาศใช้ (มิ.ย. – ก.ย. 2570) ผ่านการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร วาระ 1 (16–18 มิ.ย. 2570) วาระ 2–3 (25–27 ส.ค. 2570) และวุฒิสภา (6–7 ก.ย. 2570) ก่อนนำร่าง พ.ร.บ. ขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย ตั้งแต่วันที่ 16 ก.ย. 2570 เพื่อประกาศบังคับใช้เป็นกฎหมายต่อไป