“ณัฐพงษ์” เชื่อ “ปิยบุตร” โพสต์ “บันเทิงธิปไตย” ไม่ได้พุ่งเป้าถึง “ไอซ์” ยันจำเป็นต้องมีคนที่ทำหน้าที่ทางการเมืองที่มีความหลากหลาย
วันที่ 6 ต.ค.2569 ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) และผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า “บันเทิงธิปไตย” ทำให้หลายคนพุ่งเป้าอาจหมายถึงพรรคประชาชนว่า เชื่อว่าความคิดเห็นนายปิยบุตร มีประโยชน์ที่เราจะรับมาปรับใช้ ตนว่าเป็นเรื่องปกติ และเป็นเรื่องที่สวยงาม เป็นความเห็นที่มีคุณค่าวิพากษ์วิจารณ์กันได้ เมื่อถามว่ามีคนพุ่งเป้ามาที่ น.ส. รักชนก ศรีนอก สส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ตนมองว่า ความคิดเห็นของนายปิยบุตร ไม่ได้พุ่งเป้าไปที่ตัวบุคคลคนใดคนหนึ่ง เท่าที่อ่านเป็นการคอมเมนต์ในภาพรวม ตนมองว่า เราจำเป็นที่จะต้องมีคนที่ทำหน้าที่ทางการเมืองที่มีความหลากหลาย ทั้ง น.ส. รักชนก หรือ นายรังสิมันต์ หรือหลาย ๆ คน เขาอาจจะมีวิธีการสื่อสารที่เข้าถึงประชาชนได้มากกว่า แต่เราก็ไม่ได้หมายถึงว่าการทำการเมืองทุกอย่างจะต้องใช้วิธีที่มุ่งเน้นแต่ทำคอนเทนต์อย่างเดียว มุ่งเน้นเนื้อวิชาการเราก็มีอีกหลายคนที่ทำได้ดี
จี้รัฐตอบรวบอำนาจไทยพีบีเอส
นายณัฐพงษ์ กล่าวถึงจุดยืนต่อร่างกฎหมายของพรรค ภท. ในการแก้ไขที่มาแหล่งรายได้ของไทยพีบีเอส-สสส. และกองทุนอีกสี่ฉบับว่า อย่างแรกจะต้องยืนหลักความเป็นอิสระและสิทธิเสรีภาพในการทำหน้าที่ของสื่อมวลชน ซึ่งกฎหมายทั้งสี่ฉบับ จะกระทบการทำหน้าที่ของไทยพีบีเอส และข้อที่สองที่สำคัญไม่แพ้กัน มองว่ารัฐบาลต้องให้ความเชื่อมั่นและหลักประกันได้ว่า ความพยายามในการแก้ไขกฎหมายเหล่านี้ ไม่ได้เป็นไปเพื่อความพยายามในการรวบทุกอย่างมาอยู่ในการกำกับดูแลของรัฐบาลโดยตรงทั้งหมด ทำให้รัฐบาลสั่งการได้ทุกอย่างรวมถึงสื่อ เช่น ไทยพีบีเอส
อัด “อนุทิน” เกียร์ว่างที่สุดในประเทศ
นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า จากการติดตามสถานการณ์ล่าสุดพบว่าที่ จ. ฉะเชิงเทรา ปราจีนบุรี ค่อนข้างวิกฤตอยู่ ส่วน กทม. หรือพื้นที่ที่เริ่มลดแล้ว ก็พบว่ามีปัญหาเรื่องการเก็บกวาดขยะ เมื่อถามว่ามองการบริหารจัดการรัฐบาลอย่างไรบ้าง เพราะอาจยังถูกมองว่าปล่อยเกียร์ว่างอยู่โดยเฉพาะฝ่ายการเมืองและฝ่ายข้าราชการ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า สำหรับตนคนที่เกียร์ว่างที่สุดในประเทศนี้คงหนีไม่พ้นนายอนุทิน ก็กลับลอยตัวหนีปัญหา เมื่อถามถึงส่วนที่หลายคนมองว่าเป็นน้ำการเมืองนั้น นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ในสถานการณ์ตอนนี้ตนเชื่อว่าคงไม่มีใครอยากให้เกิดเหตุวิกฤตอุทกภัยแบบนี้ แต่น้ำท่วมที่เกิดขึ้นต้องยอมรับตามข้อเท็จจริงที่ว่า ประชาชนเดือดร้อนขนาดนี้เพราะการบริหารจัดการที่ล้มเหลวของรัฐบาลเอง ดังนั้นหน้าที่ของพวกเราในฐานะฝ่ายค้านตอนนี้ นอกจากช่วยเหลือประชาชนเฉพาะหน้าแล้ว อะไรที่เราคิดว่าเป็นข้อเสนอที่รัฐบาลควรต้องทำ เราก็ทำหน้าที่ผ่านกลไกของสภา ซึ่งในการประชุมสัปดาห์นี้เราก็จะมีข้อเสนอเพิ่มเติมสะท้อนเพื่อส่งต่อไปยังรัฐบาลให้ปฏิบัติด้วยเช่นเดียวกัน


