“โฆษกรัฐบาล” แจ้ง เฝ้าระวังฝั่งตะวันออก ปราจีนบุรีระบายน้ำช้า จับตาน้ำบางปะกง ล้นคันกั้นน้ำ แจ้ง 8 อ. ฉะเชิงเทรา ติดตามใกล้ชิด เขื่อนแก่งกระจานน้ำเต็มความจุ เร่งระบายน้ำ
เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 6 ต.ค. 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงข่าวประจำวันของศูนย์ข้อมูลข่าวสารร่วมสถานการณ์อุทกภัยว่า สถานการณ์ฝนตกระหว่างวันที่ 5 - 7 ต.ค. จะเป็นลักษณะฝนเปลี่ยนฤดู ส่งผลให้ภาคเหนือมีอากาศหนาว แต่ต้องเฝ้าระวังดินโคลนถล่ม ขณะเดียวกัน ฝนจะเคลื่อนตัวจากภาคกลางไปภาคตะวันตกลงสู่ภาคใต้ตอนล่างที่ จ.นครศรีธรรมราช สงขลา และจังหวัดฝั่งอันดามันจะมีฝนตกชุกขึ้น ในส่วนของภาคกลางและภาคตะวันออกเฉียงเหนือฝนจะหยุดตกแล้วและจะกลับมาตกอีกครั้งในวันที่ 10 - 13 ต.ค. ซึ่งจะกระจายอยู่ฝั่งภาคตะวันตก ดังนั้น ใน จ.กาญจนบุรี เพชรบุรี ราชบุรี สมุทรสงคราม สมุทรสาคร และในส่วนภาคใต้ฝนจะตกต่อเนื่อง ขอให้ประชาชนติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
นายเอกภพ กล่าวว่า ส่วนลุ่มน้ำเจ้าพระยาและน้ำเหนืออยู่ในภาวะลดลงแล้ว ระดับน้ำที่ลงสู่เขื่อนเจ้าพระยาลดลงผ่านจุดสูงสุดมาแล้ว ซึ่งเขื่อนเจ้าพระยายังคงระดับการระบายอยู่ที่ 2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที โดยระดับน้ำที่เขื่อนลดลงจากเมื่อวันที่ 5 ต.ค. ส่วนแม่น้ำสะแกกรัง ที่น้ำเข้ามาเติมเหนือเขื่อนเจ้าพระยา ระดับน้ำลดลง รวมถึงเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ตอนนี้ เต็มความจุอ่างแล้ว จึงเร่งระบายน้ำมายังเขื่อนพระราม 6 โดยพื้นที่รับน้ำคือ จ.พระนครศรีอยุธยาที่ได้รับผลกระทบ ระดับทรงตัว ระบายช้า ขณะที่ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยายังต่ำกว่าระดับคันกั้นน้ำพอสมควร โดยเฉพาะในพื้นที่ กทม. ยังต่ำกว่า 1 เมตร
นายเอกภพ กล่าวอีกว่า สำหรับพื้นที่ลุ่มน้ำแม่กลอง เขื่อนวชิราลงกรณ มีระดับกักเก็บน้ำ 98% เขื่อนศรีนครินทร์ 90% ขณะนี้มีการเตรียมการพร่องน้ำออกมากกว่ารับน้ำเข้า โดยเฉพาะเขื่อนวชิราลงกรณเร่งพร่องน้ำ เพื่อรองรับน้ำที่จะตกมาเพิ่ม ส่วนเขื่อนแก่งกระจานที่ จ.เพชรบุรี ระดับน้ำเต็มความจุอ่าง กำลังเร่งระบายน้ำ เพื่อรองรับฝนที่จะตกลงมาเพิ่ม ขอให้ประชาชนในพื้นที่ ต.เขากระปุก อ.ท่ายาง อ.เมืองเพชรบุรี อ.หนองหญ้าปล้อง จ.เพชรบุรี ติดตามการแจ้งเตือนจากจังหวัด อย่างใกล้ชิด
โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า ส่วนสถานการณ์น้ำในภาคตะวันออก น้ำที่อยู่ใน จ.ปราจีนบุรีจะลดลงช้า เนื่องจากที่ อ.กบินทร์บุรีระดับน้ำยังล้นตลิ่ง แล้วจะไหลลงมาสู่เมืองปราจีนบุรี ส่วนอีกก้อนจะไหลมาทาง จ.นครนายก ซึ่งขณะนี้มีการบริหารจัดการในเขื่อนขุนด่านปราการชลด้วยการลดการระบายน้ำและบริหารจัดการน้ำให้กระทบกับประชาชนน้อยที่สุด เบื้องต้น มี 8 อำเภอ ใน จ.ฉะเชิงเทราที่ต้องเฝ้าระวัง
“กรมชลประทาน” รับมือฝนรอบใหม่ 11 ต.ค.นี้
นายธเนศร์ สมบูรณ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารจัดการน้ำและอุทกวิทยา กรมชลประทาน กล่าวว่า สำหรับเขื่อนตอนบนของลุ่มน้ำเจ้าพระยา ทั้งเขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ และเขื่อนแควน้อยบำรุงแดน ยังมีช่องว่างรับน้ำได้อีกมาก ยืนยันว่าน้ำที่ระบายออกไปจะไม่ไหลเข้าสู่ลุ่มน้ำภาคกลางอย่างแน่นอน สำหรับฝนที่ตกใน จ.กำแพงเพชรและอุทัยธานี ทำให้ต้องระบายน้ำจากเขื่อนเจ้าพระยา 2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที แต่ปัจจุบันแม่น้ำปิงเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อย สถานการณ์น้ำใน จ.นครสวรรค์จึงทรงตัวและมีแนวโน้มลดลง ทั้งนี้ เพื่อรับมือกับฝนที่จะตกเข้ามาอีกในวันที่ 11 ต.ค.นี้ กรมชลประทานได้ปรับแผนลดระดับน้ำหน้าเขื่อนเจ้าพระยาให้อยู่ที่ระดับเก็บกัก +10.650 เมตร ซึ่งทำให้น้ำท่วมพื้นที่เหนือเขื่อนตั้งแต่ จ.ชัยนาท และอุทัยธานี จากเดิมระดับน้ำหน้าเขื่อนอยู่ที่ 16.8 พร้อมลดการนำน้ำเข้าทั้งฝั่งตะวันออก ทั้งคลองชัยนาท-ป่าสัก คลองชัยนาท-พระนครศรีอยุธยา และฝั่งตะวันตก แม่น้ำน้อย แม่น้ำท่าจีน ให้สอดคล้องกับน้ำที่ไหลเข้าอย่างสมดุล เพื่อป้องกันปัญหาตลิ่งสไลด์ตามหลักวิศวกรรมจากการลดระดับน้ำเร็วเกินไป
นายธเนศร์ กล่าวว่า สำหรับการระบายน้ำท้ายเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ที่ 500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ได้มีการจัดจราจรน้ำ โดยลดการรับน้ำเข้าคลองชัยนาท-ป่าสัก ที่จะไปเติมหน้าเขื่อนพระราม 6 ยืนยันว่าน้ำจากแม่น้ำป่าสักจะไม่ไหลเข้าสู่เจ้าพระยาฝั่งตะวันออก และกทม.อย่างแน่นอน เนื่องจากมีการปิดคลองระพีพัฒน์บริเวณคลอง 13 ไว้แล้ว ส่วนน้ำในทุ่งเจ้าพระยาฝั่งตะวันออก จ.ปทุมธานี รังสิต ถึง กทม. ซึ่งเป็นน้ำบ่ามาจาก จ.นครนายก กรมชลประทานได้เร่งระบายน้ำ 2 ส่วน คือ ระบายแนวขวางผ่านคลองรังสิตประยูรศักดิ์ด้วยการติดตั้งเครื่องสูบน้ำเพิ่ม และระบายแนวดิ่งผ่านคลอง 13 คลอง ออกสู่ทะเลให้เร็วที่สุด
นายธเนศร์ กล่าวอีกว่า ส่วนลุ่มน้ำแม่กลอง การระบายน้ำเขื่อนวชิราลงกรณยังคงที่อยู่ที่ 40 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน มีน้ำเข้า 25 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เป็นการพร่องน้ำรอฝนโดยไม่กระทบ จ.กาญจนบุรี เนื่องจากเขื่อนแม่กลองได้ลดการระบายน้ำลงต่อเนื่อง และแม้จะมีฝนตกมากบริเวณแควน้อยและแควใหญ่ แต่น้ำท้ายเขื่อนแม่กลองยังคงลดลงเรื่อยๆ สำหรับลุ่มน้ำเพชรบุรี แม้เขื่อนแก่งกระจานมีความจุสูงถึง 102% แต่ได้ติดตั้งเครื่องสูบน้ำเร่งพร่องน้ำไว้แล้ว หากไม่มีฝนตกหนักระดับ Rain Bomb เขื่อนแก่งกระจานยังสามารถหน่วงน้ำได้ โดยมีเขื่อนเพชรบุรีช่วยผันน้ำออกด้านข้าง และควบคุมการไหลผ่านตัวเมืองเพชรบุรีให้อยู่ในระดับที่กระทบเพียง 105 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที
นายธเนศร์ กล่าวว่า สำหรับภาคตะวันออก สถานการณ์น้ำตอนบนของ จ.ปราจีนบุรีมีแนวโน้มลดลงหลังอ่างเก็บน้ำนฤบดินทรจินดาลดการระบาย ส่วนน้ำท่วมขังที่ อ.กบินทร์บุรีและตัวเมืองปราจีนบุรี แม้ยังท่วมอยู่ แต่เริ่มลดลงอย่างช้าๆ ขณะที่การบริหารจัดการน้ำจากแม่น้ำปราจีนบุรีไปแม่น้ำนครนายก ได้มีการคำนวณการปล่อยน้ำจากเขื่อนขุนด่านปราการชลให้ออกมาน้อยที่สุดเพื่อลดภาระพื้นที่ ส่วนแม่น้ำบางปะกงที่ระดับน้ำสูงขึ้นและกระทบ 8 อำเภอของ จ.ฉะเชิงเทรา เกิดจากปริมาณน้ำไหลออกสู่ทะเลมากกว่าน้ำเข้า ร่วมกับอิทธิพลน้ำทะเลหนุน ยืนยันว่าเขื่อนกั้นแม่น้ำบางปะกงได้เปิดบานประตูน้ำทุกบานให้น้ำไหลตามธรรมชาติแล้ว
รมว.กลาโหมกำชับเหล่าทัพบริหารทรัพยากร
ด้านพลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหม ได้กำชับเหล่าทัพบริหารทรัพยากรให้สอดคล้องกับสถานการณ์ เร่งฟื้นฟูพื้นที่หลังน้ำลด พร้อมปรับย้าย เรือผลักดันน้ำ 95 ลำ ไปสนับสนุนพื้นที่ที่ยังมีน้ำท่วมขัง โดยวันนี้เตรียมเคลื่อนย้าย 10 ลำ จากนครนายกไปสมุทรสงคราม
ขณะเดียวกันให้กองทัพภาคที่ 4 เร่งเตรียมแผนรับมืออุทกภัยภาคใต้ จัดกำลังพล ยุทโธปกรณ์ และระบบบัญชาการให้พร้อมเข้าช่วยเหลือประชาชนทันทีเมื่อเกิดสถานการณ์
