นายกรัฐมนตรี ประชุมติดตามสถานการณ์น้ำ เปิดยอดโอนเงินเยียวยาแล้ว 600 กว่าราย พร้อมเฝ้าระวังภาคใต้ 10 วันอันตราย การ์ดอย่าตก ตั้งแต่วันนี้ ถึง 14 ต.ค.
เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 6 ตุลาคม 2569 ที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย เป็นประธานการประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) เพื่อติดตามสถานการณ์ และการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย โดยมีพลโทอดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม นายพลพีร์ สุวรรณฉวี นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รมช.มหาดไทย นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯกทม. นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดมหาดไทย และผู้บัญชาการเหล่าทัพ เข้าร่วม
โดยนายกฯ ระบุว่า ถือเป็นการประชุมต่อเนื่องในวันที่ 7 ซึ่งหลายสถานการณ์คลี่คลายแล้วและอยู่ในระหว่างเฝ้าระวังมีสถานการณ์ โดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา สถานการณ์ค่อนข้างน่าเป็นห่วง เพราะน้ำมากไม่สามารถระบายได้ และเกิดสภาวะเน่าเหม็น เพราะฉะนั้นขอให้ทางจังหวัดได้ระดมกำลังมาช่วยกันอย่างเต็มที่ แม้กระทั่งจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ตรงที่อำเภอบางบาล อำเภอบ้านสร้าง จังหวัดปราจีนบุรี อำเภอบางคล้า บางน้ำเปรี้ยว จังหวัดฉะเชิงเทรา อำเภอองครักษ์ จังหวัดนครนายก อำเภอบางปลาม้า อำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี ที่มีรายงานน้ำขังอย่างต่อเนื่องในระดับน้ำที่เพิ่มขึ้นมาบ้าง ในบางแห่งมีการตัดขาดของเส้นทางคมนาคม
นายอนุทิน กล่าวอีกว่า แม้ว่ากระแสข่าวและความสนใจจะไม่เข้มข้นเท่าตอนน้ำท่วมในพื้นที่กรุงเทพฯ แต่เราจะต้องไม่ประมาท และต้องให้การช่วยเหลือประชาชนอย่างใกล้ชิด และติดตามสถานการณ์ตลอดเวลา เป็นรายชุมชน ว่าใครยังไม่เข้าถึงการช่วยเหลือ ใครเป็นกลุ่มเปราะบางที่จำเป็นต้องอพยพออกมา จึงต้องเร่งพาออกมาให้ได้ และศูนย์พักพิง หากมีอะไรขาดเหลือก็ขอให้แจ้งมายังกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยหรือ ปภ.
พร้อมกล่าวชื่นชมเมื่อวานนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม ทำถูกต้องแล้วในกรณีที่เป็นปากเสียงให้กับประชาชนในพื้นที่ ซึ่งถ้าหากบริหารจัดการสถานการณ์ได้ดี ก็จะสามารถช่วยเหลือประชาชนในทุกพื้นที่ได้อย่างครอบคลุมครบถ้วน และยังย้ำเรื่องการสื่อสารก็เช่นกัน ตนขอย้ำว่าไม่ใช่เป็นการสื่อสารกับประชาชนเท่านั้น แต่การสื่อสารภายในหน่วยงานระหว่างหน่วยงานก็ต้องทำให้มีประสิทธิภาพด้วย
นอกจากนี้อีกหนึ่งประเด็นสำคัญที่จะต้องมีการเตรียมการคือเตรียมพร้อมรับมือกับแนวโน้มสถานการณ์น้ำในระยะต่อไป โดยเฉพาะการเฝ้าระวังพื้นที่ภาคใต้เป็นพิเศษ ตนเห็นประชาชนได้แชร์อินโฟกราฟฟิกกันอย่างแพร่หลาย เรื่องการเฝ้าระวังฝน ในช่วงนี้ตั้งแต่วันที่ 4-14 ตุลาคม ถือเป็นช่วง 10 วันอันตราย ขอให้กรมอุตุนิยมวิทยา และกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้มีการอัพเดทสถานการณ์ให้กับประชาชนได้รับทราบอยู่เสมอ และจะต้องสื่อสารในลักษณะที่ดึงความสนใจ และเมื่อใกล้เวลาที่เหตุการณ์จะเปลี่ยน ก็ต้องย้ำเตือนกันอีกที ขอให้ประกาศไว้ตลอดเวลา อย่าให้การ์ดตก หรืออย่าให้การสื่อสารขาดตอน ช่วงนี้ภาคใต้จะต้องเร่งจัดทำแผนเผชิญเหตุในระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาวให้เรียบร้อย เพราะสถานการณ์ฝน เป็นไปตามการคาดการณ์ของกรมอุตุนิยมวิทยา
นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวว่า ในพื้นที่ที่ผ่านวิกฤตและเข้าสู่ระยะฟื้นฟู ยังคงมีงานที่จะต้องช่วยเหลือประชาชน คืองานเก็บกวาด หรือ Big cleaning ซึ่งจะทำความสะอาดในพื้นที่สาธารณะ บาทวิถี ของใช้ที่ถูกน้ำท่วม, ขยะมูลฝอยชิ้นใหญ่ เช่น ฟูก โซฟา หรือแม้กระทั่งเตียง ตู้ไม้ต่างๆ ต้องมีการเตรียมรถบรรทุก และรถโกยของเรานี้ เพื่อเปิดทางให้การจราจรมีความสะดวกเพิ่มมากขึ้น ในกรณีประชาชนหากร้องขอความช่วยเหลือมา ก็ขอให้สั่งการทางเจ้าหน้าที่ให้อำนวยความสะดวกให้มากที่สุด เท่าที่จะสามารถทำได้ เพราะช่วงนี้เป็นช่วงที่จะได้กลับเข้าไปยังบ้านอีกครั้ง ซึ่งต้องทำให้มีสภาพที่มีความเรียบร้อยและสะอาด
ส่วนเรื่องการเยียวยา ตนได้รับรายงานจากทาง นายอรรษิษฐ์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ว่ารายชื่อเริ่มเข้ามาแล้ว และมีการโอนเงินเยียวยาไปแล้วประมาณ 600 กว่าราย และเริ่มทยอยโอนเงินไปเรื่อยๆ ตามรายชื่อที่ได้รับมา พร้อมเน้นย้ำผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ ที่จะต้องสำรวจและส่งรายชื่อมายัง ปภ. ขอให้เร่งดำเนินการด้วยความรอบคอบ อย่าให้มีการซ้ำซ้อน และล่าช้า เนื่องจากเงินงบประมาณในส่วนเยียวยานี้ทางสำนักงบประมาณได้รับอนุมัติจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรีแล้ว ตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้ว และเงินนี้ได้จัดสรรมาให้ทาง ปภ. และ ปภ. ได้โอนงบประมาณนี้ไปยังธนาคารพร้อมจ่ายแล้ว จึงขอให้ดำเนินการด้วยความรวดเร็วที่สุด ไม่ต้องรอสถานการณ์เรียบร้อยเสียก่อนจึงจ่าย ตามนโยบายและข้อสั่งการของตนที่ผ่านมา คือ เร่งส่งเข้ามา และเร่งโอนกลับเข้าไป ซึ่งทาง ปภ. ขอให้ประสานกับธนาคารออมสินจัดเจ้าหน้าที่ในการเร่งโอนเงินไปยังประชาชน ซึ่งไม่น่าจะใช้ระยะเวลานานอยู่แล้ว ในการโอนไปยังบัญชีต่างๆ แต่ขอให้มีเจ้าหน้าที่ที่ทำหน้าที่นี้โดยตรงด้วยความรวดเร็ว การตรวจสอบขั้นตอนต่างๆให้จบอยู่ที่กรม ปภ. ไม่ใช่ส่งไปที่ออมสินแล้วไปตรวจอีกรอบหนึ่ง อย่างนี้ไม่ได้ ให้เชื่อถือ ปภ. เป็นเจ้าของบัญชีเป็นหลัก เพื่อให้เกิดความรวดเร็ว
นายกรัฐมนตรียังย้ำในช่วงท้ายว่า การช่วยเหลือพื้นที่จังหวัดน้ำท่วม น้ำขังอยู่ ขอทางผู้ว่าราชการจังหวัดประสานงานกับหน่วยงานในพื้นที่อย่างใกล้ชิด รวมถึง นายก อบจ. เพื่อเร่งดำเนินการช่วยเหลือประชาชน ดูแลประชาชนที่จะต้องย้ายที่พำนักอาศัย มาอยู่ตามศูนย์พักพิงต่างๆ ด้วยมาตรฐานสูงสุดที่จะทำให้ได้รับความสะดวก ถูกสุขอนามัยตามที่ได้ตกลงหารือกันไว้
