โฆษกรัฐบาล ย้ำ สส.ภูมิใจไทยไม่ได้เสนอแก้กฎหมายเปลี่ยนโครงสร้างบริหาร “ไทยพีบีเอส” บอก รับงบประมาณต้องทำให้โปร่งใส-เป็นกลาง เทียบโมเดล สปสช.


เมื่อเวลา 10.35 น. วันที่ 5 ต.ค.2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีรัฐบาลเสนอแก้ไขกฎหมายเพื่อเปลี่ยนแปลงแหล่งรายได้ขององค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย หรือ ไทยพีบีเอส สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กองทุนผู้สูงอายุ และกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ ซึ่งถูกเชื่อมโยงว่าจะเป็นการฮุบสถานีโทรทัศน์ ไทยพีบีเอส เป็นสื่อของรัฐว่า กฎหมายที่ สส.พรรคภูมิใจไทยเสนอไม่ได้เปลี่ยนแปลงโครงสร้างการบริหารงานของหน่วยงานใดเลย โดยเฉพาะไทยพีบีเอส ดังนั้น บอร์ดบริหารและเครือข่ายผู้ชมยังเป็นเหมือนเดิม แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปคือ วิธีการงบประมาณที่มีการเปิดเผยและเข้าสู่ระบบ ดังนั้นจะไม่มีกรณีที่ว่า ไปให้เงินที่ปรึกษา 3 แสนบาทต่อเดือน หรือไปจ้างเครือข่ายที่ใกล้ชิดผลิตรายการ ตรงนี้จะมีการตรวจสอบ สิ่งที่ประชาชนจะได้คือ ไทยพีบีเอสจะเป็นองค์กรที่ยึดโยงกับประชาชน และให้ข้อมูลที่ต้องการจริงๆ ย้ำว่า ไม่ได้เสนอแก้กฎหมายเพื่อแก้โครงสร้างไทยพีบีเอส


เมื่อถามกรณีมีคนตั้งข้อสังเกตว่า หากให้ไทยพีบีเอสรับงบประมาณรายจ่ายประจำปี จะกระทบกับการนำเสนอข่าว นายเอกภพ กล่าวว่า ประเทศไทยมีองค์กรมหาชนเยอะแยะไปหมด ซึ่งรัฐบาลไม่สามารถควบคุมการดำเนินการได้ ยกตัวอย่างเช่น สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) แม้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขนั่งหัวโต๊ะเป็นประธาน แต่ไม่มีอำนาจสั่งการเบ็ดเสร็จเด็ดขาด แต่เราสามารถติดตามงบประมาณได้ เพราะ สปสช.ต้องเปิดเผยงบประมาณแต่ละปี ว่าโอนงบประมาณไปที่โรงพยาบาลใดบ้าง แต่กลับกัน ไทยพีบีเอส และสสส. ไม่เคยมีการชี้แจงเรื่องเหล่านี้ ดังนั้น ประชาชนจะได้รับการเปิดเผยเรื่องนี้มากขึ้น