“อนุทิน” เผยตัวชี้วัดเศรษฐกิจส่งสัญญาณดี เชื่อ GDP ไตรมาส 3 เพิ่ม รอ สศช. สรุป สั่งด่วนพร้อมรับประชุมใหญ่ IMF-World Bank ปี 2569 คาดผู้ร่วมงานกว่า 1 หมื่น ห้ามซ้ำรอยไฟลต์ดีเลย์-สัมภาระตกค้าง
เมื่อเวลา 13.17 น. วันที่ 5 ตุลาคม 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวให้สัมภาษณ์ที่ทำเนียบรัฐบาล ถึงการดำเนินมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงปลายปี ว่า มีการดำเนินการอยู่ตลอด โดยขณะนี้ตัวชี้วัดทางเศรษฐกิจหลายด้านเป็นไปในทิศทางที่ดี นับตั้งแต่มูลค่าการส่งออกที่เพิ่มขึ้น รวมถึงการจัดอันดับความน่าเชื่อถือของประเทศไทยจาก 3 สถาบันหลัก ได้แก่ Moody’s, S&P Global Ratings และ Fitch Ratings ซึ่งเป็นสถาบันที่ได้รับการยอมรับในระดับโลก โดยจัดอันดับประเทศไทยอยู่ในกลุ่มประเทศที่มีเสถียรภาพและมีมุมมองในเชิงบวก
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า มูลค่าการนำเข้าก็มีรายงานตัวเลขที่ดีขึ้น โดยในไตรมาส 3 ที่เพิ่งผ่านไปมีแนวโน้มเป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้น อย่างไรก็ตาม ต้องรอสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือ สภาพัฒน์ สรุปตัวเลขในอีก 2-3 สัปดาห์ในทุกตัวชี้วัด ขณะที่สินค้าเกษตรสามารถส่งออกได้มากขึ้น และเชื่อว่า GDP น่าจะเพิ่มขึ้น
นอกจากนี้ ในสัปดาห์หน้าประเทศไทยจะเป็นเจ้าภาพการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศ ปี 2569 (IMF-World Bank 2026) ซึ่งมีผู้นำด้านการเงินจากกว่า 191 ประเทศเข้าร่วม รวมถึงผู้นำระดับประเทศ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ผู้ว่าการธนาคารกลางของแต่ละประเทศ ตลอดจนสถาบันการลงทุนต่างๆ
นายอนุทิน กล่าวอีกว่า การประชุมครั้งนี้จะส่งผลต่อเศรษฐกิจของประเทศไทยอย่างแน่นอน และเมื่อผู้เข้าร่วมประชุมได้เห็นความพร้อมของประเทศไทย ก็จะเป็นแนวโน้มที่ดีต่อเศรษฐกิจในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2569 พร้อมยืนยันถึงความพร้อมในการจัดการประชุม โดยในช่วงบ่ายวันนี้ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง จะร่วมประชุมกับหน่วยงานต่างๆ เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการประชุม เมื่อถามย้ำว่าจะต้องมีมาตรการใดเพิ่มเติมเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี เพื่อให้ GDP เป็นไปตามเป้าหรือไม่ นายอนุทิน ระบุว่า จะอิงตามความจำเป็นของสถานการณ์ ซึ่งรัฐบาลพร้อมดำเนินการอยู่แล้ว
ขณะเดียวกัน นายกรัฐมนตรี ระบุว่าในช่วงบ่ายวันนี้ นายเอกนิติ จะพานายสัมฤทธิ์ สำเนียง รักษาการประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เข้าพบเพื่อแนะนำตัว โดยตนจะสอบถามว่าที่ผ่านมามีปัญหาอะไร เนื่องจากการบินไทยกำลังฟื้นตัวและปรับตัว มีผลประกอบการที่ดีขึ้น จึงไม่อยากให้มีอะไรทำให้เกิดปัญหา
ส่วนคำถามว่าจะกำชับรักษาการ CEO ของบริษัทการบินไทยอย่างไรเพื่อเรียกความเชื่อมั่น นายกรัฐมนตรี ระบุว่า ผู้ที่จะเข้ามาบริหารองค์กรย่อมทราบอยู่แล้ว เพราะขณะนี้ไม่จำเป็นต้องกำชับอะไร แต่รัฐบาลจะเป็นเพียงผู้รับฟังว่าเขาจะมาเสนออะไร หากมีข้อสงสัยก็สามารถสอบถามและให้คำแนะนำได้ นายกรัฐมนตรี ยืนยันด้วยว่า ไม่สามารถเข้าไปสั่งการอะไรได้ เพราะการบินไทยเป็นเอกเทศ โดยกระทรวงการคลังเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ที่สุด หากรัฐบาลต้องการให้นโยบายใด ก็จะให้ผ่านกระทรวงการคลังในฐานะผู้ถือหุ้นใหญ่ และไม่สามารถสั่งการโดยตรงได้
คาดผู้ร่วมงาน IMF-World Bank ปี 2569 กว่า 1 หมื่นคน สั่งเข้มห้ามมีปัญหาซ้ำรอยไฟลต์ดีเลย์-กระเป๋าตกค้าง
ต่อมาเวลา 14.30 น. นายอนุทิน กล่าวในการประชุมในฐานะประธานการประชุมคณะกรรมการระดับชาติเพื่อเตรียมการจัดประชุมประจำปี สภาผู้ว่าการธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศ ปี 2569 ครั้งที่ 3/2569 โดยมี นายเอกนิติ, นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเข้าร่วม ว่า ขอเน้นย้ำถึงความสำคัญของการเป็นเจ้าภาพจัดงานระดับโลกในครั้งนี้ พร้อมกำชับให้ทุกภาคส่วนบูรณาการความร่วมมืออย่างเต็มที่ เพื่อรองรับผู้นำระดับโลกและผู้เข้าร่วมประชุมรวมกว่า 10,000 คน
นอกจากนี้ ยังได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดูแลระบบการเดินทางเข้าประเทศ ขั้นตอนตรวจคนเข้าเมือง และการอำนวยความสะดวกในท่าอากาศยานอย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาขัดข้องใดๆ หวังสร้างความประทับใจและความเชื่อมั่นแก่กลุ่มนักลงทุนระดับโลก เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย
นายอนุทิน ยังระบุด้วยว่า ขณะนี้มีประเทศที่ตอบรับเข้าร่วมการประชุมแล้วถึง 190 ประเทศ โดยมีทั้งประมุขแห่งรัฐ หัวหน้ารัฐบาล รัฐมนตรี และผู้บริหารระดับสูงจากองค์กรระหว่างประเทศเดินทางมาร่วมงาน คาดการณ์จำนวนผู้เข้าร่วมประชุมรวมไม่ต่ำกว่า 10,000 คน ซึ่งผู้เข้าร่วมการประชุมในครั้งนี้ล้วนเป็นผู้รับผิดชอบและตัดสินใจด้านการเงินโดยตรงที่มีทั้งกำลังทุนและการสนับสนุน หลายประเทศได้ตัดสินใจที่จะนำเม็ดเงินลงทุนเข้ามาในประเทศไทย ตลอดจนมอบความช่วยเหลือและสร้างความร่วมมือในด้านต่างๆ การเป็นเจ้าภาพครั้งนี้จึงถือเป็นโอกาสสำคัญในการสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ ขยายตัวทางการค้า และเสริมสร้างความเชื่อมั่นของประเทศไทยบนเวทีนานาชาติ
สำหรับการเตรียมความพร้อม นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้ติดตามและแก้ปัญหาในประเด็นเร่งด่วน โดยเฉพาะการอำนวยความสะดวกเรื่องขั้นตอนการตรวจลงตรา (วีซ่า) และระบบตรวจคนเข้าเมือง พร้อมทั้งเน้นย้ำไปยังบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (ทอท.) และสายการบินต่างๆ ให้เตรียมความพร้อมอย่างเต็มกำลัง โดยจัดให้มีช่องทางพิเศษ สำหรับผู้เข้าร่วมประชุมทุกคน ทั้งนี้ ได้กำชับเด็ดขาดว่าต้องไม่ให้เกิดปัญหาขัดข้องเช่นเดียวกับสัปดาห์ที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความล่าช้าในการลำเลียงกระเป๋าสัมภาระ ปัญหาระบบเช็กอิน หรือการยกเลิกเที่ยวบิน เนื่องจากผู้เข้าร่วมประชุมจำนวนมากจะต้องใช้บริการสายการบินภายในประเทศเพื่อเดินทางต่อไปยังพื้นที่ต่างๆ
ขณะเดียวกัน มอบหมายให้ทุกหน่วยงานเตรียมการให้ครอบคลุมทุกด้าน ทั้งงานพิธีการ ระบบรักษาความปลอดภัย การบริการสาธารณสุข การประชาสัมพันธ์ และการบริหารจัดการภาพรวมให้เรียบร้อยสมบูรณ์ พร้อมขอความร่วมมือจากทุกภาคส่วนให้ตระหนักถึงความสำคัญของการเป็นเจ้าภาพ และทำงานร่วมกันอย่างเต็มความสามารถเพื่อสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทย และทำให้การประชุมครั้งนี้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประเทศชาติ


