“นายกฯ” รับหนังสือ P-Move เนื่องในวันอยู่อาศัยโลก ย้ำ ไม่ตัดสิทธิบัตรทอง หากปรับต้องดีขึ้น ตอบปม “ไทยพีบีเอส” จะอิสระต้องมีกฎเกณฑ์
เมื่อเวลา 11.50 น. วันที่ 5 ต.ค.2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เดินออกมาที่ประตู 5 ทำเนียบรัฐบาล เพื่อรับหนังสือข้อเรียกร้องจากกลุ่ม P-Move เนื่องในวันอยู่อาศัยโลก โดยมี นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และ พล.อ. ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ ร่วมด้วย
ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีได้ทักทายมวลชนที่ถือป้ายเรียกร้องสิทธิด้านสุขภาพ และเรียกร้องให้ไม่ยกเลิกนโยบาย 30 บาทรักษาทุกโรค พร้อมรับข้อเรียกร้องและรับฟังข้อเรียกร้องจากแกนนำกลุ่มมวลชน
นายจำนงค์ หนูพันธ์ แกนนำขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม หรือ P-Move กล่าวว่า วันจันทร์แรกของเดือนตุลาคมในทุกปี องค์การสหประชาชาติ (UN) ได้กำหนดให้เป็นวันอยู่อาศัยโลก เพื่อให้ทุกคนได้ตระหนักถึงความสำคัญของที่อยู่อาศัย ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัย 4 ที่สำคัญ จากสถิติของ UN พบว่า ทั่วโลกมีผู้ที่ไร้ที่อยู่อาศัย 2,800 ล้านคน ถือเป็นวิกฤตอันตรายที่สังคมโลกกำลังประสบในปี 2569
หนึ่งในเป้าหมายที่สำคัญคือการจัดที่อยู่อาศัยให้มีความหลากหลาย สอดคล้องกับวิถีชีวิตของคนในชุมชน ขบวนการคนจนเพื่อสิทธิที่ดิน ที่อยู่อาศัย เป็นการรวมกลุ่มองค์กรที่ไม่มีความมั่นคงด้านที่อยู่อาศัยและที่ทำกิน จำนวน 12 องค์กร
ทั้งนี้ เพื่อให้ทุกคนได้เข้าถึงการมีที่อยู่อาศัย จึงขอส่งข้อเรียกร้องต่อรัฐบาล ดังนี้
1.รัฐบาลต้องจัดกระบวนการกลไกการสร้างรัฐธรรมนูญใหม่ จากผลประชามติที่เห็นพ้องให้มีการแก้รัฐธรรมนูญ สสร. ต้องมาจากประชาชน และรัฐธรรมนูญต้องให้ความสำคัญกับที่อยู่อาศัย ข้อเรียกร้องหลักคือ ที่อยู่อาศัยจะต้องถูกบรรจุอยู่ในรัฐธรรมนูญ
2.รัฐบาลต้องไม่แก้ไขหลักประกันสุขภาพ เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงสิทธิขั้นพื้นฐานด้านสุขภาพ นอกจากนี้ เรียกร้องให้กระทรวงคมนาคมแก้ปัญหาที่อยู่อาศัยของชุมชนคลองเตย ด้วยนโยบายการแบ่งปันที่ดิน และวางแนวทางการอยู่อาศัยของชุมชนคลองเตย 20% โดยเอาที่ดิน 120% ของกรมท่าเรือแบ่งปันมาเพื่อความยั่งยืน นอกจากนี้ ยังเรียกร้องให้รัฐบาลสานต่อนโยบายของการรถไฟในเรื่องของที่อยู่อาศัย และขอให้รัฐบาลมุ่งเน้นการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยอย่างเอาจริงเอาจัง และเกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม
จากนั้น กลุ่มผู้ชุมนุมได้ยื่นธง ซึ่งระบุว่า “สิทธิรักษาต้องยึดความจำเป็นของผู้ป่วย” โดยนายกรัฐมนตรีได้รับธงดังกล่าว พร้อมโบกธง โดยมีหนึ่งในมวลชนตะโกนขอให้นายกรัฐมนตรีรับปากให้ชัดเจนว่าจะไม่แก้บัตรทอง
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ข้อเรียกร้องที่พูดมาทั้งหมด ตนสามารถพูดได้ตั้งแต่ที่ตนเป็นประธาน สปสช. เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมกล่าวต่อว่า มีครั้งไหนหรือไม่ ที่ตนจะตัดสิทธิประโยชน์ของพี่น้องประชาชน หรือการประกันสุขภาพ ซึ่งยืนยันว่า ไม่มี หากจะปรับเปลี่ยน ก็ขอปรับเปลี่ยนให้ดีขึ้น ครอบคลุมโรคมากขึ้น คุณภาพการรักษาดีขึ้น และครอบคลุมผู้สูงอายุให้มากขึ้น การเกิด แก่ เจ็บ ตาย ก็ทำให้มีมาตรฐานที่สูงขึ้น
“ขออย่าไปฟังคนอื่นที่บอกว่าจะตัดนู่นตัดนี่ เป็นไปไม่ได้ ประชาชนอะไรที่ให้กับพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะเรื่องของสุขภาพ ไม่สามารถตัดได้ มีแต่ต้องเพิ่ม รวมถึงการจ่ายแบบ co-pay ไม่เคยมีแล้ว เวลาจัดทำงบประมาณ รัฐบาลของผม เรื่องแรกที่คุยกับสำนักงบประมาณ คือมีเงินดูแลสุขภาพประชาชนหรือไม่”
จากนั้น นายกรัฐมนตรีได้ทักทายประชาชนพร้อมป้าย ซึ่งระบุว่า “ไทยพีบีเอสต้องอิสระไม่ใช่สื่อของรัฐ” โดยนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า “ไปพูดกับเขาให้ดี จะเป็นอิสระก็ต้องมีกฎเกณฑ์”