สถานการณ์น้ำหลายพื้นที่เริ่มลด เจ้าพระยาต่ำกว่าคันกั้นน้ำราว 1 ม. เตือนฝนเพิ่ม 5-7 ต.ค. จับตาภาคใต้-ตะวันออก เคหะร่มเกล้ากลับเข้าปกติ เตือน “พัทยา” บ่ายนี้อาจเจอฝนแบบ Rain Bomb ทำน้ำท่วมขัง


เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 5 ตุลาคม 2569 นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงข่าวศูนย์ข้อมูลข่าวสารร่วมสถานการณ์น้ำท่วม (JICC - Joint Information and Communication Center) ณ ศูนย์แถลงข่าวรัฐบาล ตึกนารีสโมสร ทำเนียบรัฐบาล ถึงสถานการณ์สภาพภูมิอากาศ ปริมาณฝน น้ำท่วม และพื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวัง ประจำวันที่ 5 ตุลาคม 2569 โดยสรุปสาระสำคัญได้ดังนี้

ศูนย์ข้อมูลข่าวสารร่วมสถานการณ์อุทกภัย รายงานสถานการณ์ฝนและน้ำในพื้นที่ต่างๆ โดยช่วงวันที่ 5-6 ตุลาคม ประเทศไทยตอนบนจะมีฝนเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันตก กรุงเทพมหานครและปริมณฑล รวมถึงภาคใต้ พร้อมแจ้งเตือนประชาชนในช่วงวันที่ 5-7 ตุลาคม ให้ระวังฝนฟ้าคะนองและฟ้าผ่า เนื่องจากเป็นช่วงเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ฤดูใหม่ ทั้งนี้ ระบบ Nowcast คาดการณ์ว่าช่วงบ่ายวันนี้อาจมีฝนตกหนักในพื้นที่พัทยา ในอัตราประมาณ 40 มิลลิเมตรต่อชั่วโมง

สำหรับแนวโน้มสภาพอากาศ จากการคาดการณ์ของกรมอุตุนิยมวิทยา ในช่วงวันที่ 5-7 ตุลาคม 2569 จะมีฝนฟ้าคะนองกระจายในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ รวมทั้งมีการแจ้งเตือนให้ระวังฟ้าผ่า จึงขอให้ประชาชนเพิ่มความระมัดระวัง โดยฝนจะเริ่มตกกระจายทั่วไปบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เคลื่อนตัวสู่ภาคกลาง รวมถึงกรุงเทพมหานคร จากนั้นจะเคลื่อนตัวไปยังภาคตะวันตก บริเวณจังหวัดกาญจนบุรี เพชรบุรี และประจวบคีรีขันธ์ ก่อนจะเริ่มจางลง

สถานการณ์ที่ควรติดตาม คือ ฝนจะเพิ่มขึ้นอีกครั้งในช่วงวันที่ 11-13 ตุลาคม ซึ่งเป็นการคาดการณ์ล่วงหน้า 1 สัปดาห์ ปริมาณฝนจึงอาจมีความคลาดเคลื่อนได้ โดยคาดว่าจะมีฝนตกหนักบริเวณภาคตะวันตกและภาคเหนือของประเทศไทย ในส่วนของภาคเหนือ น้ำฝนจะไหลลงสู่แม่น้ำปิงและแม่น้ำน่าน ก่อนรวมลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา อย่างไรก็ตาม ภาคเหนือยังมีพื้นที่รับน้ำและเขื่อนต่างๆ ที่สามารถช่วยรองรับน้ำได้อีกพอสมควร ขณะที่ภาคใต้จะมีฝนเพิ่มขึ้นในช่วงวันที่ 5-7 ตุลาคม และ 11-13 ตุลาคม

ทั้งนี้ ที่ประชุมศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ ซึ่งมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน มีข้อสั่งการให้ผู้ว่าราชการจังหวัดในภาคใต้และกองทัพภาคที่ 4 เตรียมความพร้อมด้านการจัดการและบรรเทาสาธารณภัยไว้ล่วงหน้า รวมทั้งให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเตรียมระดมเครื่องมือและอุปกรณ์ พร้อมขอให้ประชาชนติดตามข้อมูลข่าวสารและการแจ้งเตือนจากภาครัฐอย่างใกล้ชิด 

นอกจากนี้ จากการคาดการณ์ของแบบจำลองกรมอุตุนิยมวิทยา มีการแจ้งเตือนพื้นที่บริเวณเมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี ในช่วงบ่ายวันนี้ว่า อาจมีฝนตกหนักในลักษณะ Rain Bomb ด้วยปริมาณฝนประมาณ 40 มิลลิเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำ จึงขอให้ประชาชนติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

ภาคเหนือ บริเวณเขื่อนสิริกิติ์และเขื่อนภูมิพล ไม่มีปริมาณน้ำไหลเข้าเพิ่มขึ้นมาก ขณะที่ปริมาณน้ำจากนครสวรรค์ที่ไหลลงสู่ภาคกลางเริ่มลดลง ประกอบกับการระบายน้ำจากเขื่อนเจ้าพระยาอยู่ในระดับไม่เกิน 2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาทีอย่างต่อเนื่อง และปริมาณน้ำเหนือที่ลดลง ส่งผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยระดับน้ำที่ไหลลงสู่นนทบุรีและกรุงเทพมหานครยังต่ำกว่าคันกั้นน้ำประมาณ 1 เมตร

ภาคตะวันตก เขื่อนในจังหวัดกาญจนบุรีและเพชรบุรี มีระดับน้ำมากกว่าร้อยละ 90 ของความจุ โดยกรมชลประทานได้ระบายน้ำอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ ระดับน้ำบริเวณแม่น้ำแม่กลองในพื้นที่อำเภอบางคนที และอำเภออัมพวา อยู่ต่ำกว่าระดับตลิ่งประมาณ 1 เมตร และมีการระบายน้ำอย่างต่อเนื่อง เพื่อเตรียมรองรับปริมาณน้ำฝนที่จะเพิ่มขึ้นในสัปดาห์หน้า

ภาคตะวันออก บริเวณจังหวัดนครนายกและจังหวัดปราจีนบุรี ระดับน้ำลดลงและเริ่มไหลลงสู่จังหวัดฉะเชิงเทราผ่านลุ่มน้ำบางปะกง ทำให้ระดับน้ำมีแนวโน้มลดลงอย่างช้าๆ โดยขอให้ประชาชนติดตามการแจ้งเตือนและเฝ้าระวังพื้นที่ริมตลิ่งในอำเภอบางคล้า อำเภอราชสาส์น และอำเภอเมืองฉะเชิงเทรา อย่างใกล้ชิด

ภาคใต้ กรมอุตุนิยมวิทยาแจ้งเตือนให้ประชาชนติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เนื่องจากมีแนวโน้มเกิดฝนตกหนักอย่างต่อเนื่องทั้งในสัปดาห์นี้และสัปดาห์หน้า ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลากและน้ำไหลหลากจากพื้นที่ภูเขา

สำหรับพื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษในวันนี้ แจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทราและจังหวัดปทุมธานี ซึ่งรับน้ำจากจังหวัดนครนายก ให้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด รวมถึงพื้นที่ตั้งแต่จังหวัดเพชรบุรี ลงไปจนถึงภาคใต้และภาคใต้ตอนล่าง ซึ่งต้องเฝ้าระวังสถานการณ์ทั้งในสัปดาห์นี้และสัปดาห์หน้า

โฆษกรัฐบาล กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับสถานการณ์ในกรุงเทพมหานคร กรมชลประทานให้ข้อมูลว่า ปริมาณน้ำที่ระบายจากเขื่อนเจ้าพระยาลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยาและไหลลงสู่อ่าวไทย ไม่ได้ส่งผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาเพิ่มสูงขึ้น จึงยังสามารถระบายน้ำได้อย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้สถานการณ์น้ำในหลายพื้นที่ของกรุงเทพมหานครคลี่คลายลง โดยเฉพาะพื้นที่เคหะร่มเกล้า ซึ่งขณะนี้กลับเข้าสู่ภาวะปกติและสามารถสัญจรได้ตามปกติแล้ว

ในตอนท้าย นายเอกภพ ยังกล่าวด้วยว่า ขณะนี้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้บูรณาการการทำงานร่วมกันอย่างเต็มความสามารถ พร้อมเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่องและใกล้ชิด ตั้งแต่การวิเคราะห์สถานการณ์ การป้องกัน การแจ้งเตือน การช่วยเหลือ ไปจนถึงการเยียวยา เพื่อให้ประชาชนได้รับการดูแลอย่างทั่วถึงและทันท่วงที พร้อมขอให้ประชาชนติดตามข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการช่วยเหลือ การป้องกัน และการเยียวยาจากศูนย์ข้อมูลข่าวสารร่วมสถานการณ์น้ำท่วม ซึ่งจะมีการแถลงข่าวทุกวัน เวลาประมาณ 10.00 น. และสามารถติดตามสถานการณ์ระหว่างวันได้ผ่านทุกช่องทางของไทยคู่ฟ้า.