“นายกฯ หนู” ชี้ น้ำท่วมปราจีนบุรีหนักสุดช่วงนี้ ชมระดมทรัพยากรตั้ง รพ.สนาม-ศูนย์พักพิง-โรงครัวขนาดใหญ่ แจงระบายน้ำช้าเหตุน้ำล้อม แม่ครัวชวนทอดไข่เจียว ตอบทันควัน “ไม่เป็นไร เดี๋ยวโดนว่าอีก”
วันที่ 4 ตุลาคม 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่จังหวัดปราจีนบุรี โดยจุดแรกเดินทางไปตรวจเยี่ยม และรับฟังปัญหาโรงพยาบาลสนาม โรงพยาบาลค่ายจักรพงษ์ ซึ่งเป็นที่รองรับผู้ป่วย ที่ต้องอพยพออกมาจากโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร และโรงพยาบาลบ้านสร้าง โดยได้เข้าไปเยี่ยมผู้ป่วยภายในโรงพยาบาลสนาม พร้อมให้กำลังใจทีมแพทย์ในการทำหน้าที่ดูแลประชาชน
ทางด้านทีมแพทย์รายงานว่าปัจจุบัน ได้ขยายพื้นที่ห้อง ICU โรงพยาบาลกบินทร์บุรี 8 เตียง โรงพยาบาลศรีมหาโพธิ 6 เตียง ปัจจุบันยังต้องการการสนับสนุน เครื่องช่วยหายใจ 4 เครื่อง สายเครื่องช่วยหายใจ 8 เซ็ต เครื่องให้ออกซิเจน 40 เครื่อง เครื่องดูดเสมหะแบบเคลื่อนที่ 30 เครื่อง เครื่องควบคุมน้ำเกลือ 20 เครื่อง
จากนั้น นายกรัฐมนตรีเดินทางไปเยี่ยมประชาชนที่ศูนย์พักพิงสำนักงานขนส่งใหม่ปราจีนบุรี โดยให้กำลังใจผู้ป่วย ผู้สูงอายุ และประชาชนจิตอาสา และเข้าไปในโรงครัว พร้อมจับตะหลิวตักไข่เจียว ขณะนั้นมีแม่ครัวเอ่ยถามนายกรัฐมนตรีว่า “นายกฯ ทอดไหมคะ” โดยนายกรัฐมนตรีตอบกลับว่า “ไม่เป็นไร เดี๋ยวโดนว่าอีก” พร้อมเอ่ยปากชมว่า น่ากินมากเลย สีแบบนี้ดี แปลว่าตั้งใจทอด และกำชับให้อาหารการกินมีความพร้อม
นอกจากนี้ แม่ครัวยังเปิดเผยกับนายกรัฐมนตรีอีกว่า อาหารทั้งหมดที่ทำจะนำไปแจกจ่ายให้ประชาชนที่เดือดร้อน โดยรอบเย็นจะทำอาหารช่วงเวลา 17.00 น. ส่วนรอบเช้าจะเริ่มทำอาหารตอนเวลา 03.00 น. ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้อุทานว่า “โอ้โห” ก่อนยกมือไหว้ พร้อมอวยพรขอให้เจริญๆ
ทั้งนี้ในช่วงหนึ่ง นายกรัฐมนตรีได้ยืนยันกับผู้ประสบภัยว่า จะมีงบประมาณมาช่วยซ่อมแซมบ้านเรือนประชาชนที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วมแน่นอน ขอให้ไว้วางใจ ไม่ต้องกังวล ขณะเดียวกันมีประชาชนสะท้อนว่าหลังจากน้ำลดแล้ว ขอให้นายกรัฐมนตรีดูแลจังหวัดปราจีนบุรีเป็นพิเศษด้วย โดยนายอนุทิน ตอบกลับว่า แน่นอน ดูแลอยู่แล้ว
ภายหลังการลงพื้นที่ นายกรัฐมนตรีให้สัมภาษณ์ว่า จังหวัดปราจีนบุรีเป็นพื้นที่ประสบอุทกภัยหนักมากที่สุดในช่วงเวลานี้ ถึงขนาดที่โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ซึ่งเป็นโรงพยาบาลประจำจังหวัดต้องปิดตัว ต้องย้ายผู้ป่วยทั้งหมดไปยังสถานพยาบาลอื่นๆ สำหรับการจัดตั้งศูนย์อพยพ จังหวัดได้รับการสนับสนุนเป็นอย่างดีจากนายก อบจ.ปราจีนบุรี ซึ่งทำหน้าที่ได้อย่างสมบูรณ์ ความพร้อมของศูนย์พักพิงทำให้ได้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ ขณะที่อาหารการกินได้รับความร่วมมือจาก อบจ. อาสาสมัครทุกหน่วย จนโรงครัวมีขนาดใหญ่ สามารถประกอบอาหารให้ศูนย์พักพิงและนำออกไปแจกจ่ายยังศูนย์พักพิงอื่นๆ ได้อีกด้วย ตนจึงขอขอบคุณนายก อบจ. ทีมจังหวัดปราจีนบุรีด้วย
ก่อนจะกล่าวต่อไปว่า การได้มาลงพื้นที่ทำให้ได้เห็นสภาพว่านอกจากอุทกภัยที่หนักแล้ว ยังต้องมีการสนับสนุนจากภายนอก โดยเฉพาะเรื่องการขยายกรอบงบประมาณทดรองราชการฉุกเฉิน เพื่อสนับสนุนการดูแลผู้ประสบภัยได้อย่างเต็มที่ และชื่นชมว่าจังหวัดได้เตรียมความพร้อมไว้เป็นที่น่าพอใจในระดับหนึ่งแล้ว เมื่อเกิดเหตุสามารถระดมทรัพยากรได้อย่างรวดเร็ว มีประสิทธิภาพ
“ยังไงก็ไม่เหมือนอยู่บ้าน แต่ว่าเราพยายามที่จะจัดสิ่งของที่เป็นอุปกรณ์ เครื่องอุปโภคบริโภค ให้เขารู้สึกมีความสะดวกมากที่สุด”
ส่วนโรงพยาบาลสนามที่มีการรายงานว่าอาจขาดอุปกรณ์บางอย่างนั้น นายอนุทิน กล่าวว่า หากเข้ามาในสภาวะฉุกเฉินแบบนี้ ไม่ได้เรียกว่าขาด เพียงแต่ว่าหากอยู่ไประยะหนึ่งก็อยากให้มีความสมบูรณ์มากขึ้น ให้เกิดความสะดวกสบายแก่ผู้ป่วย เวชภัณฑ์มีความพร้อมอยู่แล้ว ซึ่งการตั้งโรงพยาบาลสนาม กระทรวงสาธารณสุขมีแผนการรับมือตั้งแต่สมัยโรคโควิด-19 แล้ว จะเห็นได้ว่าหากเป็นการรักษาผู้ป่วยนั้น ไม่มีการขาดอะไรที่เป็นนัยสำคัญ เพียงแต่จะทำอย่างไรให้สบายกว่านี้
เมื่อถามถึงการย้ายผู้ป่วยในโรงพยาบาลที่ประสบภัยในอำเภออื่นนั้น นายอนุทิน ย้ำว่าต้องทำทุกพื้นที่ ต้องเตรียมการ นายก อบจ. เตรียมการเคลื่อนย้าย โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบางก่อน ซึ่งจังหวัดมีหอประชุม มีศาลากลาง ต้องหาที่ที่อยู่แล้วสะดวก อากาศถ่ายเท บางพื้นที่อย่างวัด หรือโรงเรียน ก็ไม่ได้ถูกสร้างมาเพื่อให้รองรับการพักพิงจำนวนมาก จึงต้องมีการจัดพื้นที่ให้เหมาะสมมากที่สุด
ส่วนคำถามที่ประชาชนอยากรู้ว่าทำไมจังหวัดปราจีนบุรี ถึงระบายน้ำช้ากว่าจังหวัดอื่น และเมื่อไหร่จะระบายนั้น นายอนุทิน ระบุว่า การระบายน้ำมันก็ต้องระบายทันทีที่ระบายได้ ระบายน้ำแล้วก็ต้องมั่นใจว่าออกไปแล้วมันไม่กลับเข้ามาอีก ซึ่งตอนนี้เกิดสภาพน้ำล้อมอยู่ จึงยังไม่สามารถระบายน้ำจากพื้นที่ด้านในออกไปได้ เราถึงต้องมีแผนที่จะอพยพผู้คนออกมา แต่ขอให้ความมั่นใจว่าเวลาที่ระบายน้ำได้ จังหวัดมีความพร้อมที่จะเร่งระบายออกไป และอุปกรณ์ต่างๆ ก็มีการเตรียมการไว้อยู่แล้ว
สำหรับตอนนี้จังหวัดที่หนักก็คือจังหวัดปราจีนบุรี ที่หนักมากๆ เพราะท่วมอำเภอเมืองด้วย และจังหวัดในปริมณฑล ทั้ง จ.นนทบุรี และ จ.นครปฐม แต่หนักเป็นจุดๆ ซึ่งแต่ละจังหวัดผู้ว่าราชการจังหวัดก็ได้รับการสนับสนุน ในทุกๆ ด้านที่จะช่วยเหลือพี่น้องประชาชน
ในเรื่องของการเยียวยา นายกรัฐมนตรี เผยว่า เป็นไปตามที่เคยปฏิบัติมา เพราะน้ำท่วมในพื้นที่เกิน 7 วันแล้ว ซึ่งถือว่าเข้าเกณฑ์การช่วยเหลือ 9,000 บาทต่อครัวเรือน เพราะฉะนั้นตอนนี้ก็เป็นภาระของรัฐบาลที่จะเร่งสำรวจขึ้นทะเบียนแล้วก็โอนเงินเยียวยาให้กับพี่น้องประชาชน ถ้าหลังวันที่ 1 ตุลาคม 2569 มีเหตุอะไรขึ้นมาอีก การเยียวยาก็จะเป็นเรื่องของกรมธรรม์ประกันภัยที่รัฐบาลได้จัดทำมาเพื่อคุ้มครอง 30 ล้านครัวเรือน ซึ่งตรงนั้นจะเพิ่มการเยียวยาจาก 9,000 บาทตามกฎหมาย
หากเราไปทำประกันก็ได้ 10,000 บาทในเบื้องต้น รวมถึงการซ่อมแซมบ้านเรือนตามกฎหมาย 40,000 บาท แต่ถ้าภายใต้กรมธรรม์ประกันภัยไม่เกิน 100,000 บาท ในกรณีมีเหตุเสียชีวิตได้รายละ 2 ล้านบาท แต่ทั้งหมดนี้ก็อย่าให้ได้ใช้เลยจะดีที่สุด รัฐบาลยอมที่จะเสียงบประมาณเพื่อซื้อกรมธรรม์ดูแลประชาชน มองว่าการทำกรมธรรม์ก็ดีหน่อยเพราะว่ามันครอบคลุมกว่าที่บัญญัติอยู่ในเรื่องของสถานการณ์ภัยพิบัติ ซึ่งครอบคลุม 3 ภัยหลักคือ 1. อุทกภัย 2. วาตภัย 3. แผ่นดินไหว ถือว่าเป็นสิ่งที่รัฐบาลได้เตรียมการไว้แต่ล่วงหน้าสำหรับปีงบประมาณ 2570
ผู้สื่อข่าวถามต่อในกรณีที่ นายทองพิมพ์ ม่วงพรหม ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 4 ตำบลคู้ลำพัน อำเภอศรีมโหสถ จังหวัดปราจีนบุรี เสียชีวิตจากอุบัติเหตุถูกกระแสไฟฟ้าดูดตอนเข้าไปช่วยเด็กจมน้ำนั้น นายอนุทิน ระบุว่า เราก็ต้องดูแลเขาอย่างเต็มที่ เพราะมีกฎระเบียบที่เราจะต้องดูแลเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติหน้าที่แล้วก็เสียสละชีวิต พอเกิดเหตุการณ์เช่นนั้นเราก็จะดูแลอย่างเต็มที่และมีเงินช่วยเหลือจากส่วนอื่นๆ อีกมากมายเข้ามาดูแลพวกเขา
