รัฐบาล จับตาพิเศษฝนตกหนัก“เพชรบุรี” ปริมาณน้ำฝน“เขื่อนแก่งกระจาน” ขณะที่“ภาคใต้-ฉะเชิงเทรา”เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน-น้ำป่าไหลหลาก ด้าน “กรมอุตุฯ”แจ้ง 12-14 ต.ค. สถานการณ์ฝนภาคกลางดีขึ้น


เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 4 ต.ค.2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงศูนย์ข้อมูลข่าวสารร่วมในสถานการณ์อุทกภัย ถึงสถานการณ์ในแต่ละจังหวัดขณะนี้ ว่า จากรายงานฉบับล่าสุดจุดที่น้ำเริ่มลดลงคือลุ่มแม่น้ำแม่กลองและลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา โดยต้องจับตาเป็นพิเศษ คือจ.เพชรบุรี เนื่องจากยังมีปัจจัยที่เขื่อนแก่งกระจานและปริมาณน้ำฝนที่จะตกลงมาในช่วงวันที่ 10 ต.ค. และในส่วนของภาคใต้และจ.ฉะเชิงเทรา ยังอยู่ในจุดที่เสี่ยงเช่นกัน โดยในวันเดียวกันนี้วัดปริมาณน้ำที่ไหลผ่านจ.นครสวรรค์ได้ 2,200 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ส่วนเขื่อนเจ้าพระยาวันนี้ระบายน้ำอยู่ที่ 2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ซึ่งตัวเลขการระบายน้ำของทั้งสองจุดจะช่วยให้เห็นทิศทางของน้ำ ทั้งนี้พื้นที่ริมน้ำซึ่งเป็นจุดที่น้ำเพิ่มเติมแล้ว ได้แก่ จ.อุทัยธานี ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี กทม. สมุทรปราการ และจ.นนทบุรี ขอให้ติดตามการประกาศอย่างใกล้ชิด จากหน่วยงานราชการ


น.ส.ลลิดา กล่าวต่อว่า ในส่วนของลุ่มแม่น้ำแม่กลองจุดที่ต้องเฝ้าระวังคืออ.บางคนที และอ.อัมพวา เนื่องจากมีพื้นที่น้ำท่วมขังรอการระบายไปที่แม่น้ำแม่กลอง ส่วนที่จ.ฉะเชิงเทรามีน้ำท่วมถนนหลายจุดการเดินทางสัญจรยังต้องเพิ่มความระมัดระวังและตรวจสอบเส้นทางการเดินทางจากกรมทางหลวง ในส่วนของกทม. พื้นที่ที่ยังมีน้ำท่วมขัง ได้แก่ ถนนเจ้าคุณทหาร ถนนฉลองกรุง ถนนหลวงแพ่ง หน้าโลตัสลาดกระบัง และถนนลาดกระบังตลอดทั้งสาย ขอให้ประชาชนหลีกเลี่ยงเส้นทางการจราจรในจุดดังกล่าว

 

น.ส.ลลิดา กล่าวอีกว่า กรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ว่าช่วงวันนี้จะมีฝนตกในภาคอีสาน และในวันที่ 5 ต.ค.จะมีฝนตกในช่วงภาคกลางตอนล่าง กทม. และภาคใต้ โดยในภาคอีสานจะมีฝนลดลง วันที่ 6 ต.ค.จะมีฝนตกมากในภาคใต้ ภาคตะวันตกและภาคตะวันออก โดยในส่วนของภาคใต้ให้ระวังน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก และในวันที่ 10-11 ต.ค. มีฝนตกในช่วงภาคกลางตอนล่างโดยเฉพาะพื้นที่เขตบางขุนเทียน กทม.จ.เพชรบุรี และจ.ประจวบคีรีขันธ์


ด้านนายฟาตา มรรษทวี ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านพัฒนาระบบงานการพยากรณ์อุตุนิยมวิทยา กล่าวว่า ในวันที่ 4 ต.ค.จะมีฝนตกบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เนื่องจากความกดอากาศต่ำลงมา รวมถึงภาคเหนือตอนบน โดยเฉพาะแถบด้านตะวันออกของภาคเหนือ ก่อนที่มวลอากาศเย็นจะขยับไปทางฝั่งตะวันตก จากนั้นในวันที่ 5-6 ต.ค. จะมีผลกระทบที่ภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก ภาคใต้ตอนบน และกทม. ส่วนภาคตะวันออกเฉียงเหนือจะมีฝนลดลง หลังจากนั้นจะขยับไปด้านตะวันตกของภาคเหนือ รวมถึงภาคใต้ ขณะที่วันที่ 8-9 ต.ค.จะมีฝนที่ภาคใต้ เพราะความกดอากาศสูงจะเริ่มลงมาปกคลุม จากนั้นวันที่ 10-11 ต.ค. ซึ่งอยู่ในช่วงเปลี่ยนฤดู จะมีฝนบริเวณภาคกลาง กทม. ปริมณฑล ภาคตะวันออก และภาคใต้ หลังจากนั้นวันที่ 12-14 ต.ค. ภาคกลางจะดีขึ้น จะมีฝนทางภาคใต้แทน