“เรืองไกร” ชี้บัญชีทรัพย์สิน “สส.ไอเดียร์” ยังไม่พบความผิดปกติ เตือน “โรม” กล่าวหาใครเป็นสแกมเมอร์ ต้องมีหลักฐาน ระวังเข้าข่ายนิติสงคราม “กล่าวหาเอง เป็นคนตรวจสอบเอง”


วันที่ 4 ตุลาคม 2569 นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีตสมาชิกวุฒิสภา กล่าวถึงกรณีการอภิปรายของ นายรังสิมันต์ โรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ที่พาดพิงคู่สมรสของ น.ส.สุชาดา ซาง แทนทรัพย์ (ไอเดียร์) สส.ชัยภูมิ พรรคภูมิใจไทย ว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับเครือข่ายสแกมเมอร์นั้น

นายเรืองไกร มองว่า การอภิปรายดังกล่าวอาจไม่ได้รับเอกสิทธิ์คุ้มครอง เพราะมีลักษณะเป็นการกล่าวหาบุคคลที่สาม แม้บุคคลนั้นจะเป็นสามีของ สส. ก็ตาม พร้อมระบุว่า หากเป็นการให้ข้อมูลเท็จอาจโดนฟ้องอาญาและจริยธรรมตามมาได้ พร้อมกล่าวต่อไปว่า จากการตรวจดูบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของ สส.ไอเดียร์ ที่แจ้งต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ยังไม่พบความผิดปกติของเงินให้กู้ยืม 3AC เนื่องจากเป็นการยื่นบัญชีทรัพย์สินครั้งแรกของ สส.

ขณะเดียวกัน นายเรืองไกร ให้ข้อสังเกตเรื่องส่วนต่างประมาณ 97 ล้านบาท ว่า หากส่วนต่างของเงินลงทุนเกิดขึ้นก่อนเข้าดำรงตำแหน่ง จะนำมาใช้กล่าวหาว่าบัญชีผิดปกติไม่ได้ ส่วนกรณีเงินให้กู้ยืมกว่า 1,300 ล้านบาท มองว่าเป็นการลงทุนของภาคเอกชนที่มุ่งหวังผลกำไรและมีความเสี่ยง เป็นการลงทุนของใครของมัน จะถือเป็นความผิดได้อย่างไร

ทั้งนี้ หากนายรังสิมันต์ มีข้อมูลหลักฐานว่าที่พูดนั้นเกี่ยวข้องกับสแกมเมอร์จริง ควรนำไปแจ้งหน่วยงานที่มีอำนาจ เช่น สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) หรือ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) มากกว่าการกล่าวหาลอยๆ หวังอ้างเอกสิทธิ์ในสภา แล้วอภิปรายแบบตีหัวเข้าบ้าน และอาจถูกมองว่าใช้นิติสงครามเสียเอง คือ กล่าวหาเอง และเป็นคนตรวจสอบเอง 

เมื่อถามว่า สส.สุชาดา จะมีความผิดอย่างไรหรือไม่ นายเรืองไกร ระบุว่า ในชั้นนี้ยังชี้ไม่ได้ เพราะนายรังสิมันต์ ไม่เปิดเผยหลักฐาน พูดคลุมเครือ ถ้าข้อมูลเป็นเท็จอาจโดนฟ้องฐานประพฤติเสื่อมเสียต่อเกียรติศักดิ์การดำรงตำแหน่ง

ขณะที่การเผยแพร่บัญชีทรัพย์สินของ น.ส.สุชาดา โดย น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ผ่านเฟซบุ๊ก สามารถทำได้ แต่จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าอาจนำมาเผยแพร่ไม่ครบถ้วน เนื่องจากข้อมูลในเว็บไซต์ ป.ป.ช. มีจำนวนหน้ามากกว่า สำหรับประเด็นที่มีการถามว่าบริษัทที่กู้เงินล้มละลาย เหตุใดไม่ตัดหนี้สูญ จะแจ้ง ป.ป.ช. ทำไม นายเรืองไกร เผยว่า คนให้กู้เป็นบุคคลธรรมดา จะตัดหนี้สูญแบบนิติบุคคลได้อย่างไร คนถามอาจหลงประเด็น

พร้อมกันนี้ นายเรืองไกร ยังกล่าวถึงกรณีที่ นายรังสิมันต์ เตรียมเชิญสามีของ น.ส.สุชาดา เข้าให้ข้อมูลต่อคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ว่า สามารถเชิญได้ แต่ไม่สามารถบังคับให้เข้าชี้แจงได้ เนื่องจากไม่ใช่เจ้าหน้าที่ของรัฐ และ กมธ. อาจไม่มีอำนาจบังคับตาม พ.ร.บ.คำสั่งเรียก พร้อมย้ำว่า ถ้าเป็นกรณีสแกมเมอร์ต้องให้หน่วยงานที่มีหน้าที่และอำนาจ แต่หากแจ้งเท็จ คนแจ้งก็มีโทษอาญาตามมา

นายเรืองไกร ยังเผยต่อไปด้วยว่า ส่วนสาเหตุที่ตนยังไม่ยื่นร้องเรียนในประเด็นดังกล่าวตามกระแสข่าวในโซเชียล เพราะเห็นว่าข้อเท็จจริงยังไม่ชัดเจน ยังอ้างอิงข้อกฎหมายได้ยาก จำเป็นต้องรอพยานหลักฐานให้เพียงพอก่อน ก่อนทิ้งท้ายว่า ผู้ที่ทำหน้าที่ตรวจสอบและร้องเรียนเกี่ยวกับบัญชีทรัพย์สินควรศึกษาข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายให้รอบด้าน ไม่ควรรีบออกความเห็นตามกระแสโซเชียล และในช่วงนี้ตนกำลังเก็บบัญชี สส.ทุกคน และยังไม่ได้ร้องใคร เพราะไม่หิวแสงเหมือนคนอื่น.