“วีระยุทธ” รองหัวหน้าพรรคประชาชน ลุยน้ำท่วมฉะเชิงเทรา แจกถุงยังชีพ ชี้เป็นพื้นที่ที่ถูกลืม หลายชุมชนไร้ความช่วยเหลือนานกว่าสัปดาห์ จี้รัฐประกาศเขตภัยพิบัติให้ครอบคลุม-เร่งจัดระบบระบายน้ำ


วันที่ 3 ตุลาคม 2569 นายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร รองหัวหน้าพรรคประชาชน พร้อมทีมงานพรรคประชาชนจังหวัดฉะเชิงเทรา ร่วมติดตามสถานการณ์พร้อมช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วม โดยนำอาหาร ถุงยังชีพ ยา และเครื่องใช้จำเป็นเข้าไปส่งมอบแก่ผู้ประสบภัย หลังหลายพื้นที่ของจังหวัดต้องเผชิญน้ำท่วมมานานกว่าสัปดาห์ 


นายวีระยุทธได้ติดตามสถานการณ์ใน อ.บางคล้า ซึ่งหลายชุมชนยังถูกน้ำท่วมสูง บางจุดระดับน้ำสูงเกินเอว รถกระบะขับเคลื่อนสี่ล้อยกสูงไม่สามารถเข้าไปได้ ต้องอาศัยรถบรรทุกหกล้อยกสูงและเรือในการลำเลียงคนและสิ่งของ ทำให้การส่งความช่วยเหลือเข้าไปยังประชาชนเป็นไปอย่างยากลำบาก ขณะที่หลายร้อยครัวเรือนถูกตัดขาดจากเส้นทางสัญจรตามปกติ



นอกจากนี้ ทีมงานยังพบว่าความเสียหายไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะกับบ้านเรือน แต่ยังกระทบต่อแหล่งทำกินของประชาชนอย่างหนัก ทั้งฟาร์มกุ้ง ปลากะพง และไก่ที่ได้รับความเสียหายเป็นวงกว้าง หลังน้ำท่วมขังต่อเนื่องมาหลายวัน


ระหว่างการติดตามสถานการณ์ นายวีระยุทธระบุว่าทั้งที่ความเสียหายใน อ.บางคล้าเกิดขึ้นเป็นวงกว้าง แต่การประกาศเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัยกลับครอบคลุมเพียงบางตำบลและบางหมู่บ้าน ไม่ได้ประกาศครอบคลุมทั้งอำเภอ ส่งผลให้เกิดช่องว่างสำคัญในการบริหารจัดการ ทั้งการสั่งการหน่วยงาน การระดมทรัพยากร และการส่งความช่วยเหลือเข้าไปยังประชาชน



ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทราจึงควรเร่งประกาศเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัยให้ครอบคลุมพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจริงทั้งอำเภอ เพื่อให้การบริหารจัดการและช่วยเหลือประชาชนสามารถดำเนินการอย่างเต็มกำลัง แทนการปล่อยให้แต่ละหน่วยงานทำงานอย่างสะเปะสะปะ ขณะที่ประชาชนต้องรอความช่วยเหลือท่ามกลางน้ำท่วม


จากนั้น นายวีระยุทธและทีมงานพรรคประชาชนจังหวัดฉะเชิงเทรา ได้เดินทางต่อไปยัง ต.คลองหลวงแพ่ง อ.เมืองฉะเชิงเทรา พื้นที่รอยต่อระหว่าง จ.ฉะเชิงเทรา กับเขตลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร เพื่อนำสิ่งของจำเป็นเข้าไปช่วยเหลือประชาชนในหมู่บ้านจัดสรร 3 แห่ง รวมกว่า 1,000 หลังคาเรือน



จากการสำรวจ พบว่าพื้นที่ด้านในสุดของหมู่บ้านอยู่ห่างจากถนนใหญ่ที่ยังสามารถสัญจรได้ประมาณ 2 กิโลเมตร โดยตลอดเส้นทางมีน้ำท่วมสูง บ้านเรือนและถนนถูกน้ำล้อม รถยนต์บางคันจอดจมอยู่ในน้ำ ประชาชนต้องใช้เรือขนาดเล็กในการเดินทางและขนย้ายสิ่งของ วีระยุทธและทีมงานจึงต้องเดินทางฝ่าน้ำท่วมเข้าไปประมาณ 2 กิโลเมตร เพื่อลำเลียงอาหาร น้ำดื่ม และสิ่งของจำเป็นไปถึงประชาชนที่ยังอาศัยอยู่ด้านใน


ระหว่างนั้น ประชาชนในพื้นที่ได้ให้ข้อมูลกับทีมงานว่าหลายครอบครัวต้องอยู่กับน้ำท่วมมานานกว่าสัปดาห์แล้ว โดยที่ความช่วยเหลือยังเข้าไม่ถึง ขณะที่ผู้พักอาศัยจำนวนหนึ่งเป็นพนักงานที่ทำงานในพื้นที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ก็ไม่สามารถเดินทางออกจากหมู่บ้านไปทำงานได้ตามปกติ



นายวีระยุทธระบุว่า ปัญหาที่พบไม่ได้มีเพียงเรื่องความช่วยเหลือเข้าไม่ถึง แต่ยังสะท้อนถึงการขาดเจ้าภาพในการบริหารจัดการน้ำ โดยหมู่บ้านทั้ง 3 แห่งอยู่ติดกับคลอง 2 สาย แม้แต่ละหมู่บ้านจะมีเครื่องสูบน้ำและพยายามระบายน้ำออกจากพื้นที่ของตัวเอง แต่ระดับน้ำกลับไม่ลดลง เพราะไม่มีหน่วยงานรัฐเข้ามาบริหารจัดการภาพรวมและกำหนดข้อตกลงการระบายน้ำระหว่างพื้นที่อย่างชัดเจน


สถานการณ์ที่เกิดขึ้นจึงกลายเป็นการปล่อยให้ภาคเอกชนและประชาชนแต่ละชุมชนพยายามบริหารวิกฤตกันเอง ต่างฝ่ายต่างต้องหาทางป้องกันและระบายน้ำออกจากพื้นที่ของตนก่อน ทั้งที่ปัญหาน้ำไม่สามารถแก้ได้ด้วยการต่างคนต่างทำ เพราะน้ำที่ถูกผลักออกจากพื้นที่หนึ่งย่อมส่งผลต่ออีกพื้นที่หนึ่ง หากไม่มีหน่วยงานรัฐเข้ามาเป็นเจ้าภาพบริหารจัดการทั้งระบบ นอกจากระดับน้ำจะลดลงได้ยากแล้ว ยังเสี่ยงนำไปสู่ความขัดแย้งระหว่างชุมชนได้ในที่สุด


นายวีระยุทธกล่าวต่อไปว่ารัฐบาลจึงควรเร่งเข้ามารับผิดชอบสถานการณ์อย่างจริงจัง ทั้งการประกาศเขตภัยพิบัติให้สอดคล้องกับความเสียหายที่เกิดขึ้นจริง การส่งความช่วยเหลือเข้าไปถึงชุมชนที่ยังถูกตัดขาด และการเป็นเจ้าภาพจัดระบบระบายน้ำระหว่างพื้นที่ ไม่ควรปล่อยให้ประชาชนที่ต้องอยู่กับน้ำท่วมมานานกว่าสัปดาห์ต้องดิ้นรนช่วยเหลือตัวเอง หรือให้แต่ละชุมชนต้องแก้ปัญหาน้ำกันเองโดยไร้ทิศทางจากภาครัฐ