รัฐบาล ยืนยัน กทม. เร่งระบายน้ำต่อเนื่อง เคหะร่มเกล้าน้ำลด 30 ซม.  แนะเลี่ยง 4 เส้นทางน้ำท่วมสูง พร้อมจับตาฝนระลอกใหม่


วันที่ 3 ตุลาคม 2569 เมื่อเวลา 10.30 น. ณ ศูนย์แถลงข่าวรัฐบาล ตึกนารีสโมสร ทำเนียบรัฐบาล นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังการแถลงข่าวศูนย์ข้อมูลข่าวสารร่วมสถานการณ์น้ำท่วม (JICC - Joint Information and Communication Center) ว่า กรุงเทพมหานครยังมีจุดน้ำท่วมสูงที่ประชาชนควรหลีกเลี่ยง 4 เส้นทาง ได้แก่ ถนนพหลโยธิน ช่วงสนามกีฬาธูปะเตมีย์–พหลโยธิน ซอย 60 ถนนสุวินทวงศ์ ช่วงแยกรามคำแหง–คลองโตนด ถนนหลวงแพ่งบางช่วง และถนนลาดกระบังตลอดสายบริเวณหน้าสำนักงานเขตลาดกระบัง


สำหรับพื้นที่เคหะร่มเกล้า ระดับน้ำลดลงประมาณ 30 เซนติเมตร แต่ยังมีน้ำบนถนนสูงประมาณ 20–30 เซนติเมตร โดยกรุงเทพมหานครเร่งระบายน้ำผ่านสถานีสูบน้ำและอุโมงค์ระบายน้ำ รวมถึงใช้เรือผลักดันน้ำลงคลองประเวศบุรีรมย์ ขณะที่พื้นที่มีนบุรี หนองจอก ประเวศ สะพานสูง และสายไหม ยังต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยคาดว่าการระบายน้ำในชุมชนละออเงินจะแล้วเสร็จภายใน 2 วัน


นายเจษฎา จันทรประภา รองปลัดกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า กรุงเทพมหานครเร่งเปิดประตูระบายน้ำและเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำในคลองเปรมประชากร คลอง 2 คลองแสนแสบ และคลองประเวศบุรีรมย์ พร้อมเร่งสูบน้ำในพื้นที่ชุมชน โดยขณะนี้สถานการณ์น้ำทะเลหนุนยังไม่มีปัญหา แต่ยังต้องเฝ้าระวังปริมาณฝนในพื้นที่อย่างใกล้ชิด


ทั้งนี้ ระดับน้ำในพื้นที่ตอนล่างยังอยู่ต่ำกว่าแนวคันกั้นน้ำ โดยจังหวัดปทุมธานีต่ำกว่าแนวคันกั้นน้ำประมาณ 50 เซนติเมตร จังหวัดนนทบุรีประมาณ 1.5 เมตร และกรุงเทพมหานครประมาณ 1.2 เมตร ขณะที่กรุงเทพมหานครได้พร่องน้ำในคลองหลายแห่ง รวมถึงคลองรังสิต และเปิดคลองรับน้ำเพื่อช่วยรับน้ำจากพื้นที่ตอนเหนือ ก่อนระบายลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยาและออกสู่อ่าวไทย


สำหรับการลงทะเบียนรับเงินเยียวยาจากกรุงเทพมหานคร ประชาชนสามารถลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” และเว็บไซต์ของกรุงเทพมหานคร


รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีย้ำว่า กรุงเทพมหานครและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะเร่งระบายน้ำในพื้นที่ที่ยังได้รับผลกระทบ พร้อมติดตามปริมาณฝนและระดับน้ำอย่างต่อเนื่อง โดยขอให้ประชาชนหลีกเลี่ยงเส้นทางที่ยังมีน้ำท่วมสูง และติดตามข้อมูลจากหน่วยงานราชการเพื่อวางแผนการเดินทาง