“พงศกร” สงสัยระบบระบายน้ำ กทม. ทำงานแค่ 30–50% ปล่อยน้ำท่วมขังพื้นที่ กทม.ฝั่งตะวันออกข้ามสัปดาห์ ตั้งข้อสังเกต “เครื่องสูบน้ำพัง” หรือไม่ จี้รื้อซ่อมด่วน ก่อนมวลน้ำใหญ่ทะลักอีก
วันที่ 3 ตุลาคม 2569 ที่พรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) นายพงศกร ขวัญเมือง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงถึงการบริหารจัดการน้ำท่วมพื้นที่กรุงเทพมหานคร(กทม.) ว่า ขณะนี้พื้นที่ กทม.โซนตะวันออกยังคงประสบปัญหาน้ำท่วมขังข้ามสัปดาห์ในหลายพื้นที่น้ำขังจนกลายเป็นน้ำเน่าเสีย โดยเปิดเผยข้อมูลสถิติระบายน้ำพบอุโมงค์ยักษ์คลองแสนแสบและประตูระบายน้ำพระโขนง ดำเนินการระบายน้ำจริงเพียง 30–60% ของศักยภาพเครื่อง ทั้งที่มีมวลน้ำล้นคลองข้ามท่วมถนน จึงขอตั้งข้อสงสัยเครื่องสูบน้ำภายในระบบพังเสียหาย แต่ภาครัฐเลือกปกปิดความจริงมากกว่าเร่งแก้ไขหรือไม่ เพราะจากปัญหาน้ำท่วมขังข้ามสัปดาห์ 3–5 วัน หลังฝนตกหนักสะสม แม้เข้าใจได้ในปริมาณฝน แต่การระบายน้ำกลับล่าช้าผิดปกติอย่างน่าสงสัย โดยเฉพาะจุดยุทธศาสตร์สำคัญอย่างอุโมงค์ระบายน้ำคลองแสนแสบ (บึงพระราม 9) ซึ่งรองรับน้ำจากคลองลาดพร้าว คลองแสนแสบ คลองตัน และคลองพระโขนง
แม้ศักยภาพสูงสุดของอุโมงค์ยักษ์คลองแสนแสบจะระบายน้ำได้ถึง 60 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที แต่จากสถิติที่ผ่านมา กทม. ดำเนินการจริงเพียง 38–45 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที หรือคิดเป็นเพียง 50–60% ของศักยภาพเท่านั้น ยิ่งไปกว่านั้น คำชี้แจงของ กทม. ที่ระบุว่า น้ำไหลไปไม่ถึงปากอุโมงค์ ขัดแย้งกับความเป็นจริงอย่างสิ้นเชิง เนื่องจากประชาชนในพื้นที่บึงพระราม 9 ต่างยืนยันตรงกันว่า มวลน้ำบริเวณปากท่ออุโมงค์ยักษ์ไหลทะลักล้นข้ามท่วมถนน
นายพงศกร กล่าวต่อว่า ขอตั้งคำถามถึง กทม. ว่า เครื่องสูบน้ำขนาดศักยภาพ 15 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที จำนวน 4 เครื่องที่ปากอุโมงค์ มีเครื่องใดชำรุดเสียหายหรือไม่ เหตุใดจึงไม่สามารถเดินเครื่องเต็มกำลัง 100% เหมือนในต่างประเทศ
นอกจากนี้ ในพื้นที่คลองประเวศบุรีรมย์และคลองพระโขนง ซึ่งมีประตูระบายน้ำพระโขนงเป็นหัวใจสำคัญ มีศักยภาพระบายน้ำสูงสุด 173 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที แต่กลับมีการเดินเครื่องสูบน้ำจริงเพียง 80–100 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที หรือทำงานเพียง 30–50% ของศักยภาพเครื่องเท่านั้น เพราะประตูระบายน้ำพระโขนงมีเครื่องสูบน้ำติดตั้งอยู่ถึง 20–30 เครื่อง คำถามคือเครื่องสูบน้ำเหล่านั้นใช้งานได้ครบ 100% หรือไม่ มีเครื่องไหนพังเสียหรือไม่ สิ่งสำคัญที่สุดขณะนี้คือการพูดความจริงกับประชาชน หากเครื่องสูบน้ำชำรุดเสียก็ต้องเร่งซ่อมแซมและประสานงบประมาณจากรัฐบาลเข้ามาแก้ไข ติดขัดข้อกฎหมายตรงไหนก็ต้องช่วยกันปลดล็อก ไม่ใช่เลือกใช้วิธีปกปิดข้อเท็จจริง ซึ่งสำหรับผู้บริหาร กทม. มันอาจเป็นแค่คำว่า เครื่องสูบน้ำเสีย แต่สำหรับคนกรุงเทพฯ มันคือความเสียหายในชีวิตและทรัพย์สินจากน้ำท่วมขัง นายพงศกร ระบุ พร้อมเรียกร้องให้ผู้บริหาร กทม. ออกมาชี้แจงสาเหตุที่แท้จริง และเร่งแก้ไขเครื่องสูบน้ำทั้งสองจุดใหญ่ให้ทำงานได้เต็มศักยภาพ 100% เพื่อเตรียมรับมือมวลน้ำมหาศาลชุดใหม่ที่กำลังจะไหลเข้าสู่กรุงเทพมหานครในเร็วๆ นี้