นายกฯ เพิ่งได้กินข้าวเช้าตอนบ่าย “ภราดร” โพสต์ภาพ บอก 13.40 น. ข้าวเช้านายกฯ หนู ขณะลงพื้นที่ติดตามน้ำท่วม จ.นครสวรรค์ ด้านนายกฯ กำชับจัดตั้งศูนย์พักพิงดูแลประชาชนครบทุกมิติ
วันที่ 3 ตุลาคม 2569 นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี โพสต์รูปภาพพร้อมข้อความในเฟซบุ๊ก ระบุว่า “13.40 น. ข้าวเช้านายกฯหนู” โดยเป็นภาพนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นั่งอยู่บนเฮลิคอปเตอร์ ระหว่างเดินทางลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำท่วม จ.นครสวรรค์ ซึ่งนายกฯ กำลังรับประทานข้าวกล่อง
จากนั้นเมื่อเวลา 14.00 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่ตรวจติดตามสถานการณ์อุทกภัยและมอบถุงยังชีพช่วยเหลือผู้ประสบภัย ณ วัดบ้านแก่ง อ.เมืองนครสวรรค์ จ.นครสวรรค์ โดยมี นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง นายชุมพิชญ์ เดชะรัฐ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์ พร้อมด้วยผู้บริหารของส่วนราชการ หัวหน้าหน่วยงาน ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้นำท้องที่ และประชาชน เข้าร่วม
นายอนุทิน กล่าวว่า สถานการณ์อุทกภัยในปัจจุบันส่งผลกระทบเป็นวงกว้างในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา รวมถึงกรุงเทพมหานคร จากมวลน้ำเหนือที่ไหลหลากร่วมกับปริมาณน้ำฝนที่ตกสะสมเกินค่าปกติ ทางรัฐบาลจึงมีความห่วงใยและมุ่งเน้นความปลอดภัยในชีวิตของพี่น้องประชาชนเป็นสำคัญ โดยขณะนี้ได้เร่งจัดตั้ง “ศูนย์พักพิงชั่วคราวเพื่ออพยพกลุ่มเปราะบาง” ทั้งผู้สูงอายุและผู้ป่วยติดเตียง ออกจากพื้นที่เสี่ยงภัยล่วงหน้า เพื่อให้ได้รับการดูแลที่เหมาะสม ปลอดภัย และมีประสิทธิภาพสูงสุด ขณะเดียวกันได้ “วางแผนการระบายน้ำที่ท่วม” ลงสู่แม่น้ำสายหลักอย่างรัดกุม ควบคู่กับการคำนึงถึงสภาวะน้ำทะเลหนุนสูงในพื้นที่ตอนล่าง เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำไหลย้อนกลับเข้าท่วมขังซ้ำเติมบ้านเรือนของพี่น้องประชาชนไปมากกว่านี้
“ด้านการฟื้นฟูและบรรเทาความเดือดร้อน สำหรับอุทกภัยที่เกิดก่อนวันที่ 1 ตุลาคม 2569 รัฐบาลมีมาตรการช่วยเหลือเบื้องต้นเป็นเงินเยียวยาครัวเรือนละ 9,000 บาท สำหรับพื้นที่ที่ประสบภัยเกินกว่า 7 วัน นอกจากนี้ยังได้จัดทำโครงการประกันภัยคุ้มครอง 3 มหันตภัย ได้แก่ อุทกภัย วาตภัย และแผ่นดินไหว ครอบคลุมครัวเรือนในพื้นที่เสี่ยง 30 ล้านหลังคาเรือน มีผลคุ้มครองกรณีภัยที่เกิดตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.69 เป็นต้นไป ซึ่งรวมถึงเงินชดเชยกรณีถูกน้ำล้อมรอบ ครั้งละ 10,000 บาท ค่าซ่อมแซมที่อยู่อาศัยตามความเสียหายจริงไม่เกิน 100,000 บาท/หลังคาเรือน ตลอดจนค่าชดเชยกรณีมีผู้เสียชีวิต โดยได้มีการมอบหมายให้กรมโยธาธิการและผังเมืองร่วมประเมินความเสียหายร่วมกับบริษัทประกันภัย เพื่อรักษาผลประโยชน์และสร้างความเป็นธรรมให้กับพี่น้องประชาชนอย่างสูงสุด” นายอนุทินกล่าว
นายอนุทิน กล่าวต่อไปว่า ด้านการบริหารจัดการในระดับนโยบาย ตนได้เป็นประธานการประชุมติดตามสถานการณ์ร่วมกับทุกส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ณ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทย เป็นประจำทุกวันในเวลา 08.00 น. เพื่อประเมินทิศทาง ประสานงาน และสั่งการแก้ไขปัญหาอย่างทันท่วงที ซึ่งมีการบูรณาการข้อมูลร่วมกับสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ในการควบคุมการระบายน้ำภาพรวมอย่างเป็นระบบและสมดุล เพื่อไม่ให้การผลักดันน้ำจากจุดหนึ่งไปสร้างผลกระทบต่อพื้นที่ตอนล่างหรือพื้นที่ข้างเคียง
“การลงพื้นที่ตรวจราชการที่จังหวัดนครสวรรค์ในครั้งนี้ ถือเป็นการผนึกกำลังร่วมกันระหว่างคณะรัฐมนตรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในพื้นที่และจังหวัดใกล้เคียง ตลอดจนหัวหน้าส่วนราชการระดับสูง ทั้งปลัดกระทรวงมหาดไทย เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย อธิบดีกรมการปกครอง อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค และผู้แทนฝ่ายความมั่นคง เพื่อลงมารับทราบถึงข้อมูลปัญหาความต้องการของพี่น้องประชาชนผู้ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม และมุ่งเน้นภารกิจดูแลความเป็นอยู่ จัดสรรอาหาร น้ำดื่ม การสาธารณสุข และการอำนวยความสะดวกพี่น้องประชาชนเป็นสำคัญ”
นายอนุทิน กล่าวเน้นย้ำในช่วงท้ายว่า รัฐบาลและข้าราชการทุกภาคส่วนล้วนมีความพร้อมยืนเคียงข้างดูแลพี่น้องประชาชนอย่างต่อเนื่อง โดยภายหลังการตรวจเยี่ยมจุดพักพิง ตนและคณะทำงานจะกระจายกำลังลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำ ณ เขื่อนเจ้าพระยา จังหวัดชัยนาท และจุดยุทธศาสตร์สำคัญอื่น ๆ และขอให้พี่น้องประชาชนมั่นใจในการบูรณาการทำงานอย่างใกล้ชิดของภาครัฐ เพื่อบรรเทาสถานการณ์ภัยพิบัติให้คลี่คลายและนำความปกติสุขกลับคืนสู่ทุกพื้นที่ให้เร็วที่สุด
