“ศศิกานต์” เผย รทสช. ห่วงราคาน้ำมันพุ่งซ้ำเติมวิกฤตน้ำท่วม หลังราคาดีเซลสูงสุดในรอบ 18 ปี ชงรัฐรื้อโครงสร้างราคา-เลิกอ้างอิงสิงคโปร์ แนะพาณิชย์ใช้กลไกคุมเพดานราคา
วันที่ 2 ตุลาคม 2569 นางสาวศศิกานต์ วัฒนะจันทร์ โฆษกพรรครวมไทยสร้างชาติ และอดีตรองโฆษกรัฐบาล กล่าวถึงการปรับขึ้นราคาขายปลีกน้ำมันหลายชนิดอีก 0.75 บาท/ลิตร เนื่องจากราคาน้ำมันสำเร็จรูปตลาดสิงคโปร์พุ่งสูงขึ้นจากสถานการณ์ในตะวันออกกลาง โดยระบุว่า เป็นการเพิ่มภาระประชาชนในช่วงที่หลายพื้นที่เพิ่งเริ่มฟื้นตัวจากสถานการณ์น้ำท่วม หลายครอบครัวยังต้องเสียค่าใช้จ่ายซ่อมบ้าน ซ่อมรถ ซื้อเครื่องใช้ใหม่ และฟื้นฟูอาชีพ จึงอยากให้รัฐบาลเร่งหามาตรการลดผลกระทบด้านค่าครองชีพ
นางสาวศศิกานต์ กล่าวว่า ปัจจุบันฐานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงติดลบกว่า 9 หมื่นล้านบาท และมีแนวโน้มแตะระดับ 1 แสนล้านบาท ขณะที่กองทุนฯ ยังต้องแบกรับภาระชดเชยราคาน้ำมันวันละ 430 ล้านบาท สะท้อนว่าการใช้กองทุนน้ำมันฯ เป็นเครื่องมือหลักในการตรึงราคาทุกครั้งที่ตลาดโลกผันผวน อาจไม่ใช่คำตอบ
นางสาวศศิกานต์ กล่าวต่อไปว่า รัฐบาลควรทบทวนโครงสร้างราคาน้ำมันทั้งระบบ โดยเฉพาะการใช้ราคาน้ำมันสำเร็จรูปตลาดสิงคโปร์เป็นราคาอ้างอิง ต้องเปลี่ยนเป็นแนวทางที่สะท้อนต้นทุนจริงอย่างระบบ Cost Plus พร้อมเปิดเผยต้นทุนให้ประชาชนสามารถตรวจสอบได้ รวมถึงตั้งคลังน้ำมันสำรองของประเทศเพื่อนำน้ำมันในคลังมาชดเชยแทนการนำเงินไปอุดหนุน ตามแนวทางที่นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรค เคยผลักดันไว้ในช่วงดำรงตำแหน่ง รมว.พลังงาน
“คนไทยจะอยู่กับวงจรเดิมไปอีกนานแค่ไหน เวลาราคาน้ำมันโลกขึ้นก็ใช้กองทุนน้ำมันฯ เข้าไปพยุง เมื่อกองทุนแบกไม่ไหวก็ส่งภาระกลับมาที่ประชาชนในราคาหน้าปั๊ม ถึงเวลาแล้วที่รัฐบาลต้องกล้ารื้อโครงสร้างราคา เปิดต้นทุนจริง ยกเลิกการอ้างอิงราคาสิงคโปร์ และตั้งคลังน้ำมันสำรองของประเทศ” นางสาวศศิกานต์ กล่าว
พร้อมกันนี้ ขอให้กระทรวงพาณิชย์และกระทรวงพลังงานใช้กลไกตามกฎหมายที่มีอยู่ดูแลสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะ พ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ.2542 เพื่อกำกับดูแลและป้องกันการฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้าและบริการที่เกี่ยวเนื่องกับต้นทุนพลังงานในช่วงที่ประชาชนกำลังฟื้นตัวจากอุทกภัย เนื่องจากน้ำมันเชื้อเพลิงเป็นหนึ่งในรายการบัญชีสินค้าควบคุมของกระทรวงพาณิชย์อยู่แล้ว
นางสาวศศิกานต์ กล่าวทิ้งท้ายว่า ราคาน้ำมันไม่ได้กระทบเฉพาะผู้ใช้รถ แต่ยังเป็นต้นทุนของการขนส่ง ภาคเกษตร และภาคธุรกิจ ซึ่งสามารถส่งผ่านไปยังราคาสินค้าและค่าครองชีพของประชาชนได้ จึงควรรื้อโครงสร้างพลังงานที่ไม่เป็นธรรม เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงานของประชาชน
“สิ่งที่พรรครวมไทยสร้างชาติยืนยันมาโดยตลอด คือการแก้ปัญหาพลังงานต้องไม่หยุดอยู่ที่มาตรการเฉพาะหน้า แต่ต้องกล้าแก้ถึงโครงสร้าง เพื่อให้คนไทยได้ใช้พลังงานในราคาที่เป็นธรรม โปร่งใส และตรวจสอบได้ เพราะท้ายที่สุดแล้วพลังงานคือหนึ่งในต้นทุนสำคัญของชีวิตประชาชนและเศรษฐกิจของประเทศ” นางสาวศศิกานต์ กล่าว