“นิพิฏฐ์” ถกอดีตผู้สมัครสว. จับมือทีมกฎหมาย ปชป.  สู้ฮั้ว สว. ยื่น ศาล รธน.-ป.ป.ช.-ศาลทุจริต ฟ้อง ม.157  ลั่น ทำความจริงให้ปรากฏ ขบวนการใหญ่ตั้งใจยึดอำนาจการปกครองประเทศ


เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 2 ตุลาคม 2569 ที่พรรคประชาธิปัตย์ มีการประชุมคณะทำงานฝ่ายกฎหมายของพรรค ที่ชั้นสอง อาคาร ควง อภัยวงศ์ พร้อม สว. สำรอง และ ผู้สมัคร สว. กว่า 10 คนร่วมหารือถึงแนวทางในการส่งฟ้องร้องคดีการฮั้วเลือก สว. โดยใช้เวลาประชุมนานร่วม 2 ชั่วโมง โดยนายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ที่ปรึกษาคณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ และอดีตรมว.วัฒนธรรม เปิดเผยหลังประชุมว่า เป็นการประชุมหารือและรับฟังแนวทางข้อเสนอแนะของหลายๆฝ่าย โดยเฉพาะข้อแนะนำของเวทีเสวนาของสำนักงานราชบัณฑิตยสภา


ที่ นายจรัล ภักดีธนากุล อดีตตุลาการศาลรัฐธรรมนูญกรุณาแนะนำ โดยคณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคได้วางไทม์ไลน์กรอบการทำงานไว้คร่าวๆ คือ ขณะนี้ศาลฎีกาได้รับคำร้องไว้แล้ว 3 สำนวนจากที่อดีตผู้สมัคร สว. ไปยื่นร้องไว้ว่าคำสั่งหรือแนวปฏิบัติของ กกต. ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ทั้งคุณสมบัติของผู้สมัคร ซึ่งจะมีการตรวจพยานหลักฐานในปลายเดือน ต.ค. นี้ ซึ่งถ้าศาลรับวินิจฉัย ส่วนตัวเชื่อว่า ศาลคงไม่วินิจฉัยเฉพาะเรื่องคุณสมบัติผู้สมัคร เพราะเมื่อเราจะร้องขอเรียกสำนวนของอนุกกต. ชุดที่ 26 และสำนวนของดีเอสไอที่สอบไว้แล้ว ซึ่ง กกต.ไม่พิจารณา คิดว่าศาลท่านจะพิจารณาและเห็นภาพของช้างได้ชัดเจน ว่าตัวช้างมันประกอบด้วยงวง งา หู หาง ลำตัว และขาทั้ง 4 ข้าง ถ้าศาลฎีกาเห็นภาพช้างชัดเจน ไม่มีทางที่ศาลท่านจะบอกว่า นี่หางคือช้าง หรืองวงคือช้าง แต่ศาลจะวินิจฉัยภาพรวมทั้งหมด เราหวังว่าศาลท่านจะวินิจฉัยเลยว่าการเลือก สว. ครั้งนี้ มันมิชอบ ถ้าพิสูจน์เลยไปถึงจุดนั้นได้ เรื่องอื่นๆมันจะตามเข้ามาอีกมาก


“ผมขอเปรียบเทียบกับคดีชั้น 14 รพ. ตำรวจของคุณทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ซึ่งพอคุณทักษิณกลับเข้าเรือนจำแล้วทุกคนต่างดีใจว่าจบแล้ว สู้ชนะแล้ว ต่างกลับบ้าน บ้านใครบ้านมัน แต่พวกเราฝ่ายกฎหมายพรรคที่ทำติดตามเรื่องนี้ เราคิดว่าไม่จบ เพราะศาลฎีกานักการเมืองมีคำวินิจฉัยแล้วว่า คุณทักษิณไม่ได้ป่วยจริง และขบวนการที่ส่งตัวเข้าไปพักในรพ. มีทั้งอธิบดี, แพทย์, เจ้าหน้าที่กรมราชทัณฑ์ ดังนั้นจึงจะมีภาค 2 ที่คนเหล่านี้ ที่เกี่ยวข้องจะโดนดำเนินคดีอาญาทั้งหมดตามมาตรา 157 ของประมวลกฎหมายอาญา เพราะผูกพันด้วยคำวินิจฉัยของศาลฎีกา ผมจึงคิดว่าศาลฎีกาจะดูภาพรวมของช้างทั้งหมดไม่ดูแยกส่วน ซึ่งคดีเหล่านี้ต้องใช้เวลา” นายนิพิฏฐ์ กล่าว


นายนิพิฏฐ์ กล่าวต่อว่า ส่วนในวันที่ 7 ต.ค. นายราเมศ รัตนเชวง ฝ่ายกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ จะไปยื่นคำร้องเพิ่มเติมให้ศาลฎีกาเพื่อให้สำนวนหนักแน่นขึ้น โดยขอให้ศาลฎีกาเรียกสำนวนการไต่สวนของคณะอนุกกต. ชุดที่ 26 และดีเอสไอมาประกอบการพิจารณาในสำนวนคดีนี้ด้วย พร้อมทั้งจะไปยื่นขอคำวินิจฉัยกลางของ กกต. ในสัปดาห์หน้าด้วย ส่วนในวันที่ 19 ต.ค. เราจะไปยื่นเรื่องต่อผู้ตรวจการแผ่นดินเพื่อขอให้ส่งสำนวนคำฟ้องไปถึงศาลรัฐธรรมนูญเพื่อให้ศาลได้พิจารณาไต่สวน ระหว่างนั้น คงจะมีคำวินิจฉัยกลางของ กกต. ออกมากรณีที่สั่งไม่ฟ้องทั้ง 229 สว. แต่ส่งฟ้องแค่ 77 ราย เมื่อได้คำวินิจฉัยกลางของ กกต. แล้ว จะเริ่มดำเนินการฟ้อง กกต. และเลขาฯ กกต. ต่อศาลอาญาทุจริตกลาง ตาม ม. 157 ของประมวลกฎหมายอาญา และจะทำควบคู่กับการยื่นคำร้องต่อ กรรมการ ป.ป.ช. เพื่อให้ไต่สวน กกต. ว่าปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือไม่ จะทำคู่ขนานกัน ซึ่งเราจะชี้ให้เห็นว่าขบวนการทั้งหมดของการเลือก สว. ครั้งนี้ขัดต่อรัฐธรรมนูญ และขัดต่อกฎหมายการได้มาซึ่ง สว.

“พูดกันตรงๆ คือ การยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อให้ศาลท่านมีคำวินิจฉัยว่า การเลือก สว. ของรัฐธรรมนูญ ในลักษณะเดียวกับที่อาจารย์จรัล ภักดีธนากุล ท่านระบุไว้ และถ้าไปถึงจุดนั้นจริง ก็จะถือว่าเป็นการล้มล้างการปกครอง เพราะเป็นการได้มาซึ่งอำนาจการปกครองที่มิชอบด้วยกฎหมาย หากศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยไปในทางบวกต่อคดีอย่างที่เราคิด ทั้งนักการเมืองและพรรคการเมืองไหนที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ เราก็จะยื่นยุบพรรคการเมืองนั้นต่อไป เพราะเราพยายามเตือนแล้วว่า ทั้งนักการเมืองและพรรคการเมืองอย่าพยายามหาอำนาจด้วยวิธีการเช่นนี้ หากใครเกี่ยวข้องหรือถึงกรรมการบริหารพรรคไหน ก็ต้องยุบเท่านั้น

โดยเราจะยื่นเรื่องผ่านผู้ตรวจการแผ่นดิน ทั้งนี้ฝ่ายกฎหมายเรามีหลักฐานค่อนข้างมากทั้งในชั้นการสมัคร เช่น ผู้สมัคร สว. เองไม่ได้ลงชื่อของตัวเอง แต่เป็นผู้อื่นที่ลงชื่อแทน หรือเรื่องของเส้นทางการเงิน ที่โยงไขว้กันไปมาของหลายคน ซ้ำๆ กัน ที่สำคัญที่สุดคือ โพยลงคะแนนหรือเอกสารการฮั้วเลือกตามคำสั่ง ซึ่งมีหลักฐานการสอบสวนที่เจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) แล้ว และตัวบุคคลที่ส่วนหนึ่ง คนเหล่านี้เข้าไปอยู่ในกระบวนการฮั้วด้วย หรือคำสั่งของผู้มีอำนาจที่สั่งการฮั้ว ที่เขาสั่งให้เลือกใคร คนไหน ซึ่ง สว. บางคนเข้าไปเกี่ยวข้อง ซึ่งมีการมาให้ถ้อยคำในคำร้อง มีทั้ง สว. สำรอง และอดีตผู้สมัคร สว. มาให้ข้อมูลหลักฐานที่ค่อนข้างชัด” นายนิพิฏฐ์ กล่าว


นายนิพิฏฐ์ กล่าวอีกว่า ตนได้บอกต่ออดีตผู้สมัคร สว. ที่มาร่วมประชุมในวันนี้ว่า ครั้งนี้ฝ่ายกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ มีข้อจำกัดค่อนข้างมาก คือมีคนทำงานน้อยลงมาก ต่างจากทุกครั้งในการทำเรื่องคดี เรามีคนมาก แต่เราทำเต็มที่นัดประชุมสัปดาห์ละครั้งในทุกวันศุกร์เพื่อติดตามความคืบหน้าของคดีนี้


เพื่อความเป็นธรรม และกติกาบ้านเมือง ส่วนตัวมีความหวังในการทำคดีนี้ ที่ต้องทำความจริงให้ปรากฏ เพราะถ้าเราไม่ชนะ ต่อไปภายหน้าจะมีคนชั่วเพิ่มขึ้นแบบทวีคูณ หวังในคดีนี้ว่า เราจะพิสูจน์ว่าขบวนการเลือกตั้ง สว. มีการฮั้ว เป็นขบวนการใหญ่ที่ตั้งใจยึดอำนาจการปกครองของประเทศโดยพลเรือน ไม่ใช่การยึดอำนาจโดยทหารแบบในอดีต เพราะเขายึดแล้วกำหนดให้ใครมาเป็นกรรมการในองค์กรอิสระก็ได้ จึงทำให้มันบิดเบี้ยวไปหมด