พาณิชย์ เตรียมของบรัฐบาล 1 พันล้านบาท เยียวยา ฟื้นฟูประชาชน หลังน้ำลด เตรียมอัดงาน “ไทยช่วยไทยธงฟ้าลดค่าครองชีพ”  บรรเทาความเดือดร้อนประชาชน ย้ำ สินค้ายังมีเพียงพอ ไม่ขาดแคลน 


วันที่ 2 ต.ค.2569 นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ เปิดเผยภายหลังการลงพื้นที่ศูนย์กระจายสินค้า (ดีซี) ของบริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) ณ ศูนย์กระจายสินค้า 7-Eleven อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี ว่า กระทรวงพาณิชย์ เตรียมของบประมาณจากรัฐบาล เพื่อนำมาใช้ดูแลเยียวยาประชาชน ภายหลังจากน้ำลด หรือสถานการณ์เริ่มกลับเข้าสู่ภาวะปกติ โดยเตรียมจัดหาอุปกรณ์ทำความสะดวก อุปกรณ์ซ่อมแซม สินค้าจำเป็นต่างๆ มาช่วยเหลือประชาชน ในรูปแบบของการจัดงานไทยช่วยไทยธงฟ้าลดค่าครองชีพ ในพื้นที่เดือดร้อน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน


ส่วนการลงพื้นที่ ณ ศูนย์กระจายสินค้า อุปโภคบริโภค รวมถึงอาหารพร้อมรับประทาน ของผู้ผลิตรายใหญ่ ไปยังร้านสะดวกซื้อ 7-Eleven นั้น พบว่า ศูนย์แห่งนี้ ยังสามารถกระจายสินค้าไปยังสาขาต่างๆ ได้ตามปกติ และสามารถเพิ่มรอบของการเติมสินค้าได้อย่างต่อเนื่อง แม้อยู่ในช่วงน้ำท่วม เพราะจะมีแดชบอร์ดของสาขาต่างๆ ที่จะทำให้ทราบได้ทันทีว่า พื้นที่ใดมีสินค้าไม่เพียงพอ หรือขาดจากเชลฟ์ (ชั้นวางสินค้า) ก็จะสามารถเติมได้ทันที ซึ่งจะทำให้สินค้ามีเพียงพอกับความต้องการของประชาชนในพื้นที่ต่างๆ


ขณะที่สินค้าของห้างอื่นๆ เช่น บิ๊กซี แม็คโคร โลตัส ร้านค้าปลีกต่างๆ ทั้งในกรุงเทพฯ และปริมณฑล รวมทั้งห้างท้องถิ่น กรมการค้าภายในได้มีการติดตามสถานการณ์สินค้าอย่างใกล้ชิด ซึ่งได้รับการยืนยันจากห้างว่า ซัพพลายเออร์ (ผู้ผลิตสินค้า) ยังผลิตและจัดส่งได้ตามปกติ แต่ยังมีพื้นที่น้ำท่วมสูงบางแห่ง ที่สินค้าน้อยลง แต่ห้างได้เร่งเติมสินค้าให้เพียงพอแล้ว

“จากการที่กรมการค้าภายใน ติดตามสถานการณ์สินค้าอย่างใกล้ชิด สินค้าไม่ได้มีความขาดแคลน สิ่งที่เกิดขึ้นในบางพื้นที่ที่อาจจะเห็นว่าสินค้ายังไปได้ไม่ทั่วถึง เพราะเข้าไปไม่ถึง เราก็ต้องคุยกับคนที่จะช่วยเราในเรื่องของการขนส่งนะคะ แต่ถ้าเราดูแลไม่ทั่วถึง ประชาชนสามารถแจ้งสำนักงานพาณิชย์จังหวัด ในจังหวัดต่างๆ ได้ และสายด่วน 1569”


ด้านนายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ กล่าวถึงการเตรียมของบประมาณมาใช้บรรเทาความเดือดร้อนประชาชนว่า ได้หารือกับเลขานุการ รมว.คลัง เพื่อของบประมาณจำนวน 1,000 ล้านบาท มาใช้ช่วยเยียวยาประชาชนภายหลังจากน้ำลด และสถานการณ์กลับมาปกติ เพราะประชาชนมีความจำเป็นต้องฟื้นฟู ซ่อมแซมบ้านเรือน อาคารสถานที่ต่างๆ รวมถึงจำเป็นต้องของใช้ สินค้าอุปโภคบริโภคต่างๆ ในราคาประหยัด

ส่วนนายวัฒนศักย์ เสือเอี่ยม อธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวถึงกรณีผู้ค้าบางรายฉวยโอกาสปรับขึ้นราคาสินค้าว่า ได้ส่งเจ้าหน้าที่กรมออกตรวจสอบสถานการณ์สินค้าอย่างต่อเนื่อง โดยกำชับให้ปิดป้ายแสดงราคา และต้องขายสินค้าให้ตรงกับป้ายแสดงราคาด้วย ไม่เช่นนั้น จะมีความผิดตามพ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ โดยมีโทษปรับไม่เกิน 10,000 บาท ส่วนกรณีผู้ค้ารายใดฉวยโอกาสปรับขึ้นราคาโดยไม่มีเหตุผลอันควร จะมีโทษปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือจำคุกไม่เกิน 7 ปี หรือทั้งจำทั้งปรับ


“กรมการค้าภายในเอง ได้ให้สายตรวจเฉพาะกิจติดตามสถานการณ์ราคาอาหารสด อาหารปรุงสำเร็จตามตลาดสด และศูนย์อาหารต่างๆ พร้อมกับขอความร่วมมือเจ้าของตลาดให้ช่วยติดตามดูแลผู้ค้า ไม่ให้ฉวยโอกาสซ้ำเติมประชาชน รวมทั้งตั้งราคาขายให้เหมาะสมกับปริมาณ และคุณภาพ ซึ่งทางตลาดก็ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี แต่ถ้าประชาชนพบเห็นการฉวยโอกาส ก็ร้องเรียนที่สายด่วน 1569 หรือสำนักงานพาณิชย์จังหวัด จะส่งเจ้าหน้าที่ออกไปตรวจสอบ และหากพบผิดจริง จะดำเนินการตามกฎหมาย”