“จุลพันธ์” แจงเหตุชะลอเก็บเงินสมทบเข้า “กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง” ออกไปอีก 6 เดือน เพื่อลดภาระให้เอกชน-ผู้ประกอบการที่กำลังเผชิญวิกฤต พร้อมเร่งออกกฎกระทรวงปิดช่องว่าง “จ้างเหมาบริการ”
วันที่ 1 ตุลาคม 2569 นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมว.แรงงาน โพสต์เฟซบุ๊กข้อความว่า ได้มีโอกาสขึ้นตอบกระทู้ถามทั่วไปของ สส.เซีย จำปาทอง จากพรรคประชาชน ถึงประเด็นปัญหาการเลือกปฏิบัติและการละเมิดสิทธิพี่น้องแรงงาน Subcontract รวมถึงการจ้างเหมาบริการในหน่วยงานรัฐ ซึ่งเป็นประเด็นที่ตนและกระทรวงแรงงานให้ความสำคัญและติดตามอย่างใกล้ชิด
จึงขอสรุปประเด็นสำคัญที่ได้ชี้แจงต่อสภาฯ ดังนี้คือ
1. ยกระดับตรวจเข้ม “แรงงาน Subcontract” เชิงรุก
แม้รูปแบบ Subcontract จะสร้างความยืดหยุ่นทางเศรษฐกิจ แต่ต้องไม่กลายเป็นช่องว่างให้นายจ้างละเมิดสิทธิแรงงาน โดยเฉพาะเรื่องการจ่ายค่าจ้างในปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานได้สุ่มตรวจสถานประกอบการไปแล้วกว่า 1,400 แห่ง พบจุดที่ไม่ถูกต้อง 569 แห่ง และได้ดำเนินการสั่งแก้ไข รวมถึงดำเนินคดีเปรียบเทียบปรับไปแล้วกว่า 160 แห่ง
“เราจะไม่ดูแค่แบบรายงาน คร.11 จากนายจ้างเพียงอย่างเดียว แต่จะส่งเจ้าหน้าที่ตรวจเชิงลึก ดูสัญญาจ้าง ระเบียบ สวัสดิการเปรียบเทียบ โดยเฉพาะใน 5 จังหวัดอุตสาหกรรมหนาแน่น (ชลบุรี สมุทรปราการ ระยอง อยุธยา และฉะเชิงเทรา) พร้อมทั้งมีช่องทางร้องเรียนตรงผ่านทั้งสายด่วน 1506 และ Traffy fondue ของกระทรวงแรงงาน เพื่อเข้าช่วยเหลือได้ทันที”
2. เร่งออกกฎกระทรวง ปิดช่องว่าง “จ้างเหมาบริการภาครัฐ” นายจุลพันธ์ ระบุว่า เรื่องนี้เข้าใจดีครับว่าข้อจำกัดด้านงบประมาณทำให้รัฐต้องใช้การจ้างเหมาบริการ แต่หากหน้างานจริงมีการควบคุมกำกับเหมือนลูกจ้างประจำ พี่น้องกลุ่มนี้ก็ต้องได้รับสิทธิขั้นพื้นฐานอย่างเป็นธรรม โดยขณะนี้กระทรวงแรงงานกำลังอยู่ระหว่างทำประชาพิจารณ์ร่างกฎกระทรวง ตาม พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงาน ที่แก้ไขเมื่อเดือนธันวาคม พ.ศ. 2568 เพื่อกำหนดให้หน่วยงานรัฐต้องดูแลค่าตอบแทน วันหยุด สิทธิลาป่วย ลาคลอด และเวลาพักผ่อน ไม่น้อยกว่าที่กฎหมายแรงงานกำหนด เพื่อสร้างความเท่าเทียมให้เกิดขึ้นจริง
นอกจากนี้จากที่ตนเคยแจ้งว่าจะเริ่มการจัดเก็บเงินสมทบเข้า “กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง” ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป วันนี้ได้ใช้เวทีสภาฯ ชี้แจงทำความเข้าใจกับพี่น้องประชาชนและสส.ทุกคนว่า ด้วยสถานการณ์วิกฤตน้ำท่วมในปัจจุบันที่สร้างความเสียหายและซ้ำเติมสภาพเศรษฐกิจ ภาครัฐจึงอยู่ระหว่างการพิจารณาชะลอการจัดเก็บเงินสมทบออกไปก่อนราว 6 เดือน เพื่อช่วยผ่อนคลายและลดภาระให้แก่ภาคเอกชน รวมถึงผู้ประกอบการที่กำลังเผชิญวิกฤตอยู่ในขณะนี้
อย่างไรก็ดี ขอยืนยันในเจตจำนงเดิมอย่างหนักแน่นว่ารัฐบาลมุ่งมั่นที่จะสร้างตาข่ายความปลอดภัยและหลักประกันที่มั่นคงให้กับพี่น้องผู้ใช้แรงงานทุกคน กระบวนการจัดเก็บเงินเข้ากองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างจะต้องเกิดขึ้นโดยเร็วที่สุดอย่างแน่นอน