“ภัทรพงษ์” จี้ ปภ. เร่งแก้ระบบฐานข้อมูลภัยพิบัติ หลังแจ้งเตือนช้า-ให้ข้อมูลไม่ตรงกัน ทำประชาชนสับสน “เจเศรษฐ์” รับมีปัญหาการเชื่อมข้อมูลจริง ขนาดตัวเองก็ยังไม่ใช้เลย ต้องปรับปรุงอย่างรุนแรง
วันที่ 1 ตุลาคม 2569 นายภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ สส.เชียงใหม่ เขต 8 พรรคประชาชน และประธานคณะกรรมาธิการการป้องกันและบรรเทาผลกระทบจากภัยธรรมชาติและสาธารณภัย สภาผู้แทนราษฎร ตั้งกระทู้ถามสดด้วยวาจาต่อนายกรัฐมนตรี ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ถึงการรับมือสถานการณ์อุทกภัยของรัฐบาล ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้ นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย กำกับกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) มาเป็นผู้ตอบกระทู้แทน
นายภัทรพงษ์ กล่าวว่า ปัญหาสำคัญที่ประชาชนกำลังเผชิญคือข้อมูลจากหน่วยงานรัฐที่ไม่ตรงกัน ยกตัวอย่างการระบายน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยา ซึ่งมีการสื่อสารตัวเลขตั้งแต่ 2,200-2,800 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที จากบุคคลและหน่วยงานต่างๆ ก่อนที่ปริมาณการระบายน้ำจริงจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และมีแผนเพิ่มเป็น 2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที
เมื่อข้อมูลจากรัฐบาลเองไม่เป็นไปในทิศทางเดียวกัน ประชาชนจะรู้ได้อย่างไรว่าข้อมูลใดถูกต้อง และจะเตรียมรับมือสถานการณ์ล่วงหน้าได้อย่างไร นอกจากนี้ ยังมีกรณีเขื่อนแม่กลอง ซึ่งกรมชลประทานแจ้งตัวเลขการระบายน้ำสูงสุดไม่เกิน 2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที แต่ข้อความ Cell Broadcast ของ ปภ. กลับแจ้งเตือนถึงความเป็นไปได้ที่ 3,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ความแตกต่างดังกล่าวมีผลโดยตรงต่อการประเมินระดับน้ำที่จะกระทบประชาชนในพื้นที่
เป็นที่ชัดเจนว่าการทำงานระหว่างหน่วยงานที่กำกับเรื่องน้ำ กับหน่วยงานที่กำกับเรื่องการจัดการสาธารณภัยมีปัญหา คำถามคือรัฐบาลจะปรับปรุงมาตรฐานขั้นตอนการปฏิบัติงาน (SOP) ของ Cell Broadcast อย่างไร เพื่อให้หน่วยงานในพื้นที่สามารถส่งข้อมูลที่เฉพาะเจาะจง ทั้งพื้นที่อพยพและระดับความรุนแรงของสถานการณ์ถึงประชาชนได้รวดเร็วขึ้น
นายเจเศรษฐ์ ชี้แจงว่า ปภ. ใช้ข้อมูลจากกรมอุตุนิยมวิทยา รวมถึงการคาดการณ์สถานการณ์ล่วงหน้าในการแจ้งเตือน โดยหลักการของ Cell Broadcast ระดับ Extreme Alert หมายถึงสถานการณ์ที่ประชาชนต้องอพยพทันที ไม่ใช่การแจ้งให้เริ่มเก็บของหรือเคลื่อนย้ายรถ ขณะที่ระดับ Information สามารถใช้เป็นการแจ้งเตือนล่วงหน้าได้ พร้อมยอมรับว่ายังมีปัญหาการแจ้งเตือนล่าช้าในบางพื้นที่ รวมถึงกรุงเทพมหานคร ซึ่งตนขอรับผิดชอบที่จะกลับไปแก้ไขในแต่ละพื้นที่ Cell Broadcast เป็นระบบใหม่ที่ทั้ง ปภ. ผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังต้องเรียนรู้และปรับปรุงการใช้งานร่วมกัน
จากนั้น นายภัทรพงษ์ ได้ตั้งคำถามต่อถึงศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ หรือ EOC ของรัฐบาล ว่า ภัยพิบัติไม่สามารถบริหารแบบแยกจังหวัดหรือแบ่งรัฐมนตรีรับผิดชอบเป็นรายภูมิภาคได้ เนื่องจากสถานการณ์น้ำเชื่อมโยงข้ามพื้นที่ เช่น น้ำจากปทุมธานีเข้าสู่กรุงเทพฯ และระบายต่อไปยังสมุทรปราการ จึงต้องมีฐานข้อมูลกลางที่ทำให้รัฐบาลมองเห็นสถานการณ์และจัดสรรทรัพยากรได้ในภาพรวม แต่จากการสำรวจข้อมูลระบบแผนที่สำหรับการบริหารจัดการภัยพิบัติของห้องศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ (EOC) ที่ปรากฏอยู่ในเว็บไซต์ของ ปภ. เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2569 เวลา 14.47 น. ระบบแสดงว่ามีจังหวัดเตรียมความพร้อม 6 จังหวัด จังหวัดที่ประกาศแจ้งเตือน 2 จังหวัด และจังหวัดที่ประกาศพื้นที่ภัยพิบัติ 0 จังหวัด ทั้งที่ขณะนั้นมีสถานการณ์อุทกภัยรุนแรงเกิดขึ้นในหลายพื้นที่แล้ว
ระบบดังกล่าวใช้งบประมาณในปี 2567-2568 จำนวน 116 ล้านบาท แต่หากข้อมูลที่ศูนย์บัญชาการใช้ไม่สะท้อนสถานการณ์จริง รัฐบาลจะสามารถตัดสินใจได้อย่างไร ทั้งการประเมินจังหวัดที่เกินขีดความสามารถของตนเอง การจัดสรรทรัพยากรจากส่วนกลาง ตลอดจนการประเมินพื้นที่เสี่ยงอื่นๆ เช่น พื้นที่ฝังกลบขยะอันตรายหรือพื้นที่ที่มีความเสี่ยงจากสารโลหะหนัก
ต่อมา รมช.มหาดไทย ตอบคำถามโดยยอมรับว่า เว็บไซต์ของ ปภ. ที่นายภัทรพงษ์ นำมาแสดงนั้นมีปัญหาจริง ขนาดตนก็ยังไม่ใช้เลย และปัจจุบันศูนย์บัญชาการใช้ข้อมูลที่ส่งตรงมาจากหน่วยงานที่รับผิดชอบหลายแห่งแทน พร้อมกันนี้ ตนยอมรับว่ามีปัญหาการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่าง EOC ระดับจังหวัดกับส่วนกลางจริง ปภ. ยังไม่สามารถเปิดดูได้อย่างมีประสิทธิภาพว่าแต่ละจังหวัดกำลังจัดการสถานการณ์อย่างไรหรือแก้ปัญหาจุดใดอยู่ ทางกรมต้องปรับปรุงอย่างรุนแรง ในเรื่องของการที่จะเชื่อมโยงระหว่างจังหวัดกับศูนย์บัญชาการแห่งชาติ.
