รัฐบาลผนึกสถาบันการเงินเฉพาะกิจ ออกมาตรการช่วยผู้ประสบอุทกภัย ครอบคลุมบ้านเสียหาย–พักหนี้–เติมสภาพคล่อง–ฟื้นฟูธุรกิจ


วันที่ 1 ตุลาคม 2569 ณ ห้องบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ อาคาร 3 ชั้น 5 กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเปิดเผยว่า กระทรวงการคลังจัดตั้ง “ศูนย์ประสานงานช่วยเหลือน้ำท่วม” ณ กระทรวงการคลัง เพื่อเป็นจุดรับเรื่อง ให้ข้อมูล และประสานความช่วยเหลือแก่ประชาชนและผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย โดยรวบรวมมาตรการและช่องทางช่วยเหลือของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไว้ในจุดประสานงานเดียว


รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ศูนย์ฯ ประสานการทำงานกับสถาบันการเงินเฉพาะกิจ 7 แห่ง ได้แก่ ธนาคารออมสิน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจ ขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย และบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) รวมถึงสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) มีมาตรการแบ่งเป็น


1.ที่อยู่อาศัยที่ได้รับความเสียหาย

-ธอส. มีมาตรการเงินกู้เพื่อซ่อมแซมและปลูกสร้างทดแทนที่อยู่อาศัยเดิม วงเงิน 2 ล้านบาท ดอกเบี้ย 0% ต่อปี ปลอดชำระเงินงวด 3 เดือนแรก โครงการสินเชื่อซ่อม-แต่ง และสินเชื่อซ่อม-แต่ง Plus วงเงินไม่เกิน 3 แสนบาท ระยะเวลากู้ไม่เกิน 5 ปี

-ธนาคารออมสิน มีมาตรการสินเชื่อฟื้นฟูบ้าน วงเงิน 1 ล้านบาท ระยะเวลากู้ไม่เกิน 40 ปี ใน 3 เดือนแรก ดอกเบี้ย 0% ต่อปี

-ธนาคารอิสลาม มีโครงการสินเชื่อซ่อมแซมฟื้นฟูที่อยู่อาศัย วงเงิน 1 ล้านบาท ระยะเวลากู้ไม่เกิน 20 ปี อัตรากำไรเริ่มต้น 1.99% ต่อปี


2. ประชาชนที่ได้รับผลกระทบต่อการหารายได้

ธอส. ธนาคารอิสลามและธนาคารออมสิน มีมาตรการพักชำระหนี้และดอกเบี้ย พักชำระเงินต้น และยังมีโครงการประนอมหนี้ ขยายการชำระหนี้และการปรับลดอัตราดอกเบี้ยด้วย


3.ประชาชนที่ต้องการสภาพคล่อง

-ธนาคารออมสิน มีโครงการสินเชื่อฉุกเฉิน เพื่อเสริมสภาพคล่อง วงเงิน 20,000 บาท ดอกเบี้ย 0% ใน 3 เดือนแรก โครงการสินเชื่อเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ วงเงิน 50,000 บาท ดอกเบี้ย 0% ใน 3 เดือนแรก

-ธ.ก.ส. มีโครงการสินเชื่อเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายฉุกเฉิน วงเงิน 50,000 บาท ดอกเบี้ย 0% ใน 6 เดือนแรก


4. ภาคธุรกิจที่ได้รับผลกระทบ

-ธนาคารออมสิน มีโครงการสินเชื่อเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน SMEs ที่ประสบภัยพิบัติ วงเงิน 5 ล้านบาท ดอกเบี้ย MLR - 2.65% ต่อปี และโครงการสินเชื่อฟื้นฟูรายย่อยสำหรับผู้ประสบภัยพิบัติ วงเงิน 3 แสนบาท ดอกเบี้ย 0% ใน 3 เดือนแรก

-ธ.ก.ส. มีโครงการสินเชื่อฟื้นฟูและพัฒนาคุณภาพชีวิต วงเงินไม่เกิน 5 แสนบาท ดอกเบี้ย MLR - 2.00% ต่อปี

-EXIM THAILAND มีมาตรการเสริมสภาพคล่องเพื่อใช้ในการหมุนเวียนกิจการ วงเงิน 20% ของวงเงินเดิม ดอกเบี้ยเท่าเดิม

-SME Bank มีโครงการสินเชื่อให้ความช่วยเหลือลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติ วงเงินฉุกเฉิน 10% ของวงเงินเดิม สูงสุดไม่เกิน 2 แสนบาท ดอกเบี้ย MLR ต่อปี พักชำระเงินต้น และดอกเบี้ย Term loan สูงสุด 12 เดือน สัญญาเบิกเงินทุนหมุนเวียน สูงสุด 180 วัน

-ธนาคารอิสลาม มีโครงการสินเชื่อฟื้นฟูกิจการ (SMEs) วงเงิน 5 ล้านบาท อัตรากำไรปีแรก 3.25% ต่อปี


5. ประชาชนและภาคธุรกิจที่มีประกันวินาศภัย ประกันสินเชื่อ

-ธอส. มีมาตรการสินไหมเร่งด่วน พิจารณาจ่ายค่าสินไหมให้กับลูกค้าที่ประสบภัย

-บสย. มีมาตรการค้ำประกันสินเชื่อ พักชำระค่าธรรมเนียมการค้ำประกันสินเชื่อ ค่าจัดการค้ำประกัน พักชำระค่างวด สำหรับลูกหนี้ที่ปรับปรุงโครงสร้างหนี้

-ธนาคารอิสลาม มีมาตรการเคลมประกัน Fast Track เร่งประสานการเคลมให้เป็นการเร่งด่วน


ทั้งนี้ สำหรับผู้ที่สนใจและอยากสอบถามรายละเอียด สามารถติดต่อทางช่องทางการติดต่อทาง Call Center และ Line ของสถาบันการเงิน ดังนี้

ธนาคารออมสิน 1115 @GSBSociety

ธ.ก.ส. 02 555 0555 @baacfamily

ธอส. 02 645 9000 @GHBANK

ธพว. 1357 @smedevelopmentbank

ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (ธสน.) 02 169 9999 @EXIMThailand

ธอท. 1302 @ibank

บสย. 02 890 9999 @tcgfirst