“พิสิษฐ์”ยังไม่เห็นเอกสาร สว. ล่าชื่อถอดถอน กกต. ด้าน “เทวฤทธิ์” หวั่น หวังผลปิดปาก “สิทธิโชติ”
วันที่ 1 ต.ค.2569 นายพิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์ สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีมีข่าวลือ เรื่องสมาชิก สว. กำลังล่าชื่อถอดถอน นายสิทธิโชติ อินทรวิศิษ กกต. เสียงข้างน้อยในคดี ฮั้ว สว. ว่า ตนไม่ทราบว่า ข่าวลือมาจากไหน แต่ขอให้ใจเย็นๆก่อน ตนกำลังหาข้อมูลอยู่ว่าข่าวมาจากไหน ถ้าตนหาได้ว่ามีการดำเนินการดังกล่าวจริง จะแจ้งให้ทราบ ผู้สื่อข่าว ถามว่า สรุปว่าขณะนี้มีการล่าชื่อถอดถอน นายสิทธิโชติ จริงหรือไม่ นายพิสิษฐ์ กล่าวว่า ตอนนี้ตนยังไม่เห็นเอกสารอะไร เอกสารไม่อยู่ในมือของตน แต่ถ้ามีการจะยื่นเมื่อไหร่จะแจ้งให้สื่อมวลชน ทราบทันที เอาเป็นว่า ตอนนี้เอกสารที่มีลายเซ็นหรืออะไรต่าง ๆ ในมือตนไม่มี ผู้สื่อข่าว ถามย้ำว่า หากมีการล่าชื่อจริงๆจะล่ารายชื่อตามมาตราใด นายพิสิษฐ์ ตอบว่า ข้อมูลตนยังให้อะไรไม่ได้ เพราะตนไม่มีเอกสารตัวนั้นอยู่ เมื่อถามย้ำว่า จะล่ารายชื่อ ถอดถอน นายสิทธิโชติคนเดียวหรือ ล่ารายชื่อถอดถอน กกต. ท่านอื่นด้วย นายพิสิษฐ์ ตอบว่า ตรงนี้ไม่ทราบจริง ๆ
“เทวฤทธิ์”ยัน สว. ข้างน้อยไม่ได้ล่าชื่อ
ด้าน นายเทวฤทธิ์ มณีฉาย สมาชิก สว. ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีข่าวลือล่ารายชื่อถอดถอน นายสิทธิโชติ ว่า ตนก็เห็นว่ามีการลือกัน แต่ก็ไม่เห็นว่ามีเอกสารการล่ารายชื่อ เมื่อถามถึงกรณีข่าวลือนี้อาจเป็นการปล่อยข่าวเพื่อกดดันนายสิทธิโชติ ซึ่งเป็น กกต. เสียงข้างน้อยในคดีฮั้ว สว. นายเทวฤทธิ์ ตอบว่า ก็ต้องเรียกร้องให้ท่านใดที่ดำเนินการอยู่ ให้ตรงไปตรงมาและเปิดเผย เมื่อมีการจะกล่าวหาก็กล่าวหาอย่างเปิดเผยไม่ใช่ปล่อยข่าวหวังเป้ากดดัน โดยทางตน และ สว. เสียงข้างน้อย ไม่ได้เป็นผู้ดำเนินการล่ารายชื่อแน่นอน
หวั่น หวังผลปิดปาก “สิทธิโชติ”
นายเทวฤทธิ์ กล่าวว่า แต่หากพูดในอีกแง่หนึ่ง ผู้ที่จะล่ารายชื่อ เขาก็มีสิทธิดำเนินการ อย่างไรก็ตาม แต่เรื่องมาตรฐานจริยธรรมมันก็มีปัญหาในตัวของมันเอง ทั้งเรื่องของกรอบอำนาจในการวินิจฉัย มันอาจจะทำให้เป็นการปิดปากเพราะโดยกรอบแล้ว ท่าทีของนายสิทธิโชติ ก็มีความระมัดระวัง ซึ่งวันก่อนที่เวทีราชบัณฑิต นายสิทธิโชติก็หวั่นว่าจะโดนเรื่องละทิ้งหน้าที่ เพราะเมื่อพูดเสร็จก็รีบไปทำหน้าที่ต่อเลย ซึ่งภาพของเสียงข้างน้อยนั้นโดนกดดันอยู่ทุกส่วนแล้ว ยิ่งกรณีนี้ยิ่งกดดัน ถ้าจะเปรียบเทียบเรื่องอำนาจการให้คุณให้โทษคือ ตัวของนายสิทธิโชติ เป็นเสียงส่วนน้อยมันไม่ได้มีผลอยู่แล้ว มันอยู่ที่เสียงข้างมากของมติ กกต. และการจะไปดำเนินการอะไรอย่างนี้ จะยิ่งไปทำให้เราเองไม่เห็นข้อมูลต่าง ๆ ที่สุดท้ายสาธารณชนจะได้ประโยชน์ กับการที่นายสิทธิโชติออกมาพูด