“เจเศรษฐ์” แจงยิบโครงการประกันภัยพิบัติเพื่อประชาชน น้ำท่วมตั้งแต่ 1 ต.ค.69 รับทันที 10,000 บาท ภายใน 15 วัน ไม่ต้องรอนาน ยึดเกณฑ์ตามดาวเทียมสำรวจ-การประกาศภัยพิบัติ ตรวจจับความเสียหาย
เมื่อเวลา 9.50 น.วันที่ 1 ต.ค.2569 นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวอธิบายโครงการประกันภัยพิบัติเพื่อประชาชน ที่มีผลบังคับใช้วันนี้เป็นวันแรก ว่า ประกันนี้มีผลทันทีหลังจากเที่ยงคืนของวันที่ 1 ตุลาคม บ้านหลังไหนที่มีน้ำเข้าท่วม ก็จะเข้าเกณฑ์การคุ้มครองของโครงการประกันภัยพิบัติเพื่อประชาชน โดยจะใช้การยืนยันจากภาพถ่ายดาวเทียม เพื่อความยุติธรรมกับทั้งทางภาครัฐและบริษัทประกันภัย ซึ่งเมื่อวานนี้ได้ใช้ดาวเทียมของ GISTDA สำรวจพื้นที่น้ำท่วมปัจจุบันไว้แล้ว เพื่อตีเส้นว่าส่วนไหนจะเป็นการเยียวยาจากทางภาครัฐ 9,000 บาท และส่วนที่เพิ่มขึ้นมาใหม่ก็จะใช้เป็นโครงการประกันภัยพิบัติเพื่อประชาชน ซึ่งจะมีความรวดเร็วและแม่นยำกว่า ประชาชนรอรับเงิน 10,000 บาทได้เลย ภายใน 15 วัน เพื่อจะใช้วางแผนจัดการกับความเสียหาย ส่วนหลักเกณฑ์ที่ยึดคือ 1. จังหวัดจะต้องประกาศเป็นพื้นที่ภัยพิบัติ 2. ต้องประสบภัยพิบัติจริง ไม่ต้องถ่ายรูปยืนยัน
ส่วนการซ่อมแซมบ้าน จะใช้ระบบเหมาจ่าย ใช้ข้อมูลแบบ parametric วัดระดับน้ำ โดยจะเริ่มนับตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 ยกตัวอย่าง น้ำท่วม 50 เซนติเมตร ก็จะได้เงินเหมาจ่าย 10,000 บาทไปเลย ไม่ต้องสำรวจความเสียหายเฉพาะจุด
สำหรับผู้ที่ประสบภัยน้ำท่วมอยู่ในขณะนี้ ก็ใช้หลักเกณฑ์การเยียวยาเดิมของ ปภ. ขณะที่ผู้อาศัยอยู่บนอาคาร หรือ หมู่บ้าน ที่ตัวห้องหรือบ้านไม่ได้เสียหาย แต่ถูกน้ำล้อมรอบหรือเป็นหมู่บ้านไข่ดาว ก็จะได้เงินเยียวยาด้วยเช่นกัน โดยหากเหตุเกิดก่อนวันที่ 1 ตุลาคม จะได้รับเยียวยาในอัตรา 5,000 บาท ตามเกณฑ์ของ ปภ. แต่หากเกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 จะได้รับการชดเชย 10,000 บาทต่อครั้งต่อหลังคาเรือน
นายเจเศรษฐ์ ยังอธิบายย้ำว่า สำหรับเส้นแบ่งที่สำคัญว่าเป็นการเกิดเหตุใหม่หรือเก่า จะได้รับเงินเยียวยาแบบใหม่หรือแบบเก่า คือการประกาศเขตอุทกภัย สมมุติว่า พื้นที่นี้เคยเกิดอุทกภัยแล้ว และได้ยกเลิกการประกาศเขตอุทกภัยไปแล้ว แต่ปรากฏว่าเกิดเหตุซ้ำและประกาศเป็นเขตอุทกภัยใหม่ ก็จะได้รับเงินเยียวยาตามโครงการประกันภัยพิบัติเพื่อประชาชนด้วย ส่วนกรณีบ้านที่ไม่มีบ้านเลขที่ ก็จะได้รับเงินเยียวยาเช่นกัน โดยจะให้กรมการปกครองลงพื้นที่ไปสำรวจ ซึ่งเดิมไม่มีหลักเกณฑ์ตรงนี้ ยกตัวอย่างประชาชน ที่มีบ้านพักแบบมีบ้านเลขที่ 5 หลัง และไม่มีบ้านเลขที่ 1 หลัง แต่มีผู้อาศัยอยู่ ก็จะได้รับ 10,000 บาททุกหลัง ไปจนครบ 30 ล้านหลังคาเรือน โดยบริษัทประกันภัย จะเยียวยาสูงสุดอยู่ที่ 75,000 ล้านบาท แต่หากวงเงินเกินกว่านั้น รัฐบาลจะเป็นผู้รับผิดชอบ พร้อมย้ำอีกว่า หากประชาชนได้รับเงินเยียวยาเร็วกว่านี้ก็จะดี แต่ทุกฝ่ายก็พยายามอย่างเต็มที่แล้ว และเป้าประสงค์ของการนำโครงการนี้เข้ามาก็เพื่อที่จะข้ามขั้นตอน และนำเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาใช้สำรวจ
สรุปรายละเอียดระบบประกันภัยพิบัติ จะจ่ายส่วนที่หนึ่ง จำนวน 10,000 บาท ต่อครั้งต่อหลังคาเรือน ส่วนกรณีเกิดวาตภัยหรือแผ่นดินไหว จะจ่ายส่วนที่หนึ่ง จำนวน 5,000 บาท ต่อครั้งต่อหลังคาเรือน ทั้งนี้ การจ่ายค่าสินไหม จะดำเนินการภายใน 15 วัน และจ่ายเพิ่มเติมตามมูลค่าความเสียหายจริง โดยมีวงเงินค่าสินไหมทดแทนรวมทั้งสิ้นไม่เกิน 100,000 บาท ต่อครั้งต่อหลังคาเรือน สำหรับความคุ้มครองต่อชีวิต กรณีมีการเสียชีวิตจากภัยที่อยู่ภายใต้การคุ้มครองระบบประกันภัยพิบัติจะจ่ายเงินผลประโยชน์ รายละ 2,000,000 บาท
