“ฉัตรชัย” สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทำเนียบฯ ทำหน้าที่ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีวันแรก เผย สปน. ช่วยน้ำท่วมในมิติกองทุนเยียวยา เร่งเดินหน้านิรโทษกรรม ฝาก “เสธ.ปูด้วง” สานงาน สมช. ต่อ
วันที่ 1 ตุลาคม 2569 เมื่อเวลา 08.00 น.ที่ผ่านมา นายฉัตรชัย บางชวด ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เข้าสักการะศาลพระภูมิเจ้าที่ ศาลตายาย ที่ทำเนียบรัฐบาล ก่อนเริ่มปฏิบัติหน้าที่ในฐานะปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีเป็นวันแรก โดย นายฉัตรชัย กล่าวว่า จะสานต่อการทำงานของปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีคนเก่าที่ได้วางรากฐานไว้ ซึ่งเมื่อวันที่ 30 กันยายน 2569 ได้มีการรับมอบหน้าที่เรียบร้อยแล้ว
นายฉัตรชัย ระบุต่อไปว่า ในมิติการดูแลประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยและภัยพิบัติต่างๆ นั้น ทางสำนักปลัดสำนักนายกฯ จะมีกองทุนที่ช่วยเหลือประชาชน ซึ่งจะมีหลักเกณฑ์ในการจ่ายเงินเยียวยาให้กับประชาชน รวมถึงมีในส่วนของการรับเรื่องราวร้องทุกข์ที่ประชาชนมาร้องเรียนเรื่องต่างๆ ตนทราบบทบาทนี้มาตลอดที่ดำรงตำแหน่งเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) มีการประสานกับสำนักปลัดสำนักนายกฯ มาตลอด ในการที่มีกลุ่มบุคคลหรือองค์กรต่างๆ รวมถึงประชาชนที่เดือดร้อนมาร้องเรียน โดยส่งผู้แทนของ สมช. มาร่วมประชุมด้วยหลายครั้ง
สำหรับเหตุอุทกภัยครั้งนี้ ทางกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) จะเป็นหน่วยงานหลักในการประสานต่างๆ และตนจะหารือผู้บริหารสำนักปลัดสำนักนายกฯ ในการเตรียมการเยียวยาจากกองทุนต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เพราะมีหลายส่วนที่ทำเรื่องนี้ ยอมรับว่าเราจะเป็นหน่วยงานสำคัญในการขับเคลื่อนเรื่องนี้
นายฉัตรชัย ยังเผยด้วยว่า เมื่อวันที่ 30 กันยายน ตนได้ส่งมอบงานให้กับ พล.อ.ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เลขาธิการ สมช.คนใหม่ ไปเรียบร้อยแล้ว โดยฝากไปหลายเรื่องที่จะให้สานต่อการทำงานของตนที่ผ่านมา เพราะงานของ สมช. มีหลายมิติครอบคลุมความมั่นคงของประเทศ ความมั่นคงระหว่างประเทศ ที่ สมช. ทำงานคู่ขนานกับกระทรวงการต่างประเทศในเรื่องความมั่นคงและความร่วมมือระหว่างประเทศ ที่สำคัญคือ ความมั่นคงของมนุษย์ ถือเป็นจุดที่ละเอียดอ่อน ต้องมีความสมดุลระหว่างสิทธิมนุษยชนและเรื่องความมั่นคง ได้ชี้แจงกับ พล.อ.ชัยพฤกษ์ ไป ซึ่งท่านเองมีประสบการณ์อยู่แล้ว น่าจะขับเคลื่อนต่อได้อย่างดี
นอกจากนี้ นายฉัตรชัย ในฐานะกรรมการและเลขานุการในคณะกรรมการเสริมสร้างสังคมสันติสุข ตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) สร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ. 2569 ยังกล่าวถึงความคืบหน้าการทำงานของคณะกรรมการฯ ชุดนี้ ว่า ที่ผ่านมามีการประชุมไปแล้ว 1 ครั้ง โดยมีการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการ ทั้งอนุกรรมการกลั่นกรองเรื่อง และอนุกรรมการด้านการประชาสัมพันธ์แล้ว ขั้นต่อไปอยู่ในกระบวนการที่จะต้องรับเรื่องต่างๆ มาพิจารณาตามหลักเกณฑ์ที่ได้ประกาศไว้
ผู้สื่อข่าวถามว่าหลังจากมีการเปิดช่องทางต่างๆ ให้มีการยื่นเรื่องกรณีที่เกิดอุปสรรคในการยื่นนิรโทษกรรม ขณะนี้มีการยื่นเข้ามาบ้างหรือยัง นายฉัตรชัย ระบุว่า กลไกนี้จะต้องไปพิจารณาดูว่ามีข้อจำกัดตรงไหนอย่างไร โดยคณะอนุกรรมการกลั่นกรองเรื่อง มีปลัดกระทรวงยุติธรรม เป็นประธาน ส่วนตนเป็นประธานคณะอนุกรรมการด้านการประชาสัมพันธ์ จะดูในเรื่องของการอธิบายและเผยแพร่หลักเกณฑ์ต่างๆ ในการที่จะสร้างความเข้าใจกับบุคคลหรือองค์กรต่างๆ ที่ยื่นเรื่องเข้ามา
ทางด้านคำถามว่ามีกำหนดเวลาในการประชุมครั้งที่ 2 แล้วหรือยัง นายฉัตรชัย ตอบว่า คงจะต้องให้เร็ว เพราะเรามีเวลา 180 วันตามที่กฎหมายกำหนด ต้องเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จ แม้จะสามารถขยายเวลาได้ แต่เรื่องเหล่านี้ถ้าทำได้เร็วก็จะเป็นประโยชน์ต่อกลุ่มบุคคลที่ได้รับผลกระทบในช่วงที่ผ่านมา
ส่วนประเด็นที่หลายคนมองว่าเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างความสามัคคีปรองดองนั้น นายฉัตรชัย กล่าวว่า ตนก็เชื่ออย่างนั้น เพราะเจตนารมณ์ของกฎหมายฉบับนี้เน้นการสร้างความปรองดอง น่าจะเป็นสิ่งที่ดีในเชิงบวก เชิงสร้างสรรค์ เพียงแต่เราคงต้องกลั่นกรองสิ่งที่มีการยื่นเข้ามาให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์อย่างถูกต้องและเกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย.