สส.พรรคประชาชน ผนึกกำลังเตือนรัฐบาลรับมือมวลน้ำทะลักภาคกลางตอนล่าง ชง 5 มาตรการเร่งด่วน
วันที่ 30 กันยายน 2569 ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พิจารณาญัตติด่วนเรื่องแนวทางการแก้ไขปัญหาอุทกภัย กลุ่ม สส.พรรคประชาชน ในพื้นที่จังหวัดปริมณฑล ได้ร่วมอภิปรายสะท้อนความเดือดร้อนของประชาชนพร้อมยื่นข้อเสนอแนะถึงรัฐบาลอย่างเข้มข้น โดยนายเจษฎา ดนตรีเสนาะ สส.ปทุมธานี เขต 1 พรรคประชาชน แสดงความกังวลต่อการระบายน้ำของเขื่อนเจ้าพระยาและเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ที่จะกระทบภาคกลางตอนล่าง โดยเฉพาะปทุมธานีที่ระดับน้ำอาจสูงขึ้นถึง 3 เมตร
นายเจษฎายังได้เสนอ 5 มาตรการด่วน ได้แก่ 1. ระบบเตือนภัยระบุระดับน้ำและเวลาที่ชัดเจน 2. สนับสนุนอุปกรณ์อพยพให้ท้องถิ่น 3. จัดตั้งศูนย์บัญชาการสถานการณ์ส่วนหน้าและแผนผันน้ำ 4. จัดเตรียมจุดอพยพและสุขอนามัยรองรับน้ำท่วมขังนาน และ 5. จ่ายเงินเยียวยาเป็นกรณีพิเศษ เนื่องจากมองว่า 9,000 บาทไม่เพียงพอต่อความเสียหายจริง พร้อมแนะให้นำระบบช่วยตัดสินใจ (DSS) มาใช้ประมวลผลข้อมูลน้ำก่อนฝนตกหนักระลอกใหม่ช่วงวันที่ 5–10 ตุลาคมนี้
ด้านนายปรีติ เจริญศิลป์ สส.นนทบุรี เขต 5 พรรคประชาชน ชี้ถึงความเดือดร้อนของชาวบ้านเกาะเกร็ดและร้านค้าที่ต้องปิดตัวลง รวมถึงอันตรายบนถนนทางหลวงหมายเลข 304 ที่น้ำท่วมจนรถตกคลอง ซ้ำร้ายงบประมาณปี 2568 ในการสร้างและซ่อมแซมเขื่อนป้องกันน้ำท่วมของกรมชลประทานใน จ.นนทบุรี กลับถูกตัดงบจนเหลือศูนย์บาท พร้อมแซะนายกรัฐมนตรีที่ไม่เดินทางมารับฟังปัญหาของประชาชนในสภาฯ
ขณะที่นางสาวพนิดา มงคลสวัสดิ์ สส.สมุทรปราการ เขต 1 พรรคประชาชน ระบุว่า ผ่านมา 1 ปี สมุทรปราการยังต้องเผชิญวิกฤตน้ำท่วมซ้ำซากจากการระบายน้ำลงอ่าวไทยไม่ได้ จึงขอเสนอให้รัฐบาล 1. เร่งใช้ระบบ Cell Broadcast เตือนภัยล่วงหน้า 2. ติดตั้งกล้อง CCTV และวัดระดับน้ำแบบ Real-time ให้ประชาชนเข้าถึงได้ และ 3. เร่งอัดฉีดงบประมาณเพิ่มศักยภาพสถานีสูบน้ำ แก้ไขจุดคอขวดเพื่อระบายน้ำออกสู่อ่าวไทยอย่างเป็นระบบ ไม่ปล่อยให้ประชาชนและท้องถิ่นต้องแบกรับภาระตามลำพัง