“สส.กังฟู” อภิปรายจี้รัฐปฏิรูประบบบริหารวิกฤต “การบินไทย ทิ้งคุณเท่าฟ้า” พร้อมตั้งคำถามวัฒนธรรมจัดพื้นที่รับทีมงานนายกฯ คณะรัฐมนตรี กระทบจิตอาสาหน้างาน
เมื่อเวลา 20.40 น. วันที่ 30 ก.ย.2569 ที่ รัฐสภา “สส.กังฟู” นายวสวรรธน์ พวงพรศรี หัวหน้าพรรคไทรวมพลัง อภิปรายถึงการลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วม ว่า เมื่อช่วงเวลาประมาณ 21.30 น. ของวันจันทร์ที่ 28 ก.ย.ที่ผ่านมา ทีมงานของตน พร้อมด้วย สส. เจ้าหน้าที่กู้ภัยเขตสายไหม มูลนิธิ และประชาชนจิตอาสา รวมถึงได้เดินทางไปยังพื้นที่เคหะคลองจั่นเพื่อเตรียมนำอาหาร น้ำดื่ม และสิ่งของจำเป็นเข้าไปแจกจ่ายให้กับประชาชนที่ได้ประสานขอความช่วยเหลือไว้ตั้งแต่ช่วงเช้า
เมื่อไปถึงพื้นที่ทีมงานได้รับแจ้งว่ามีการเตรียมพื้นที่เพื่อรองรับทีมงานของนายกรัฐมนตรี ซึ่งมีจำนวนมากกว่า 50 คน และขอให้ทีมจิตอาสาและประชาชนที่กำลังต่อคิวลงเรือเคลียร์พื้นที่ออกก่อน ทำให้ทีมช่วยเหลือบางส่วนไม่สามารถเข้าไปปฏิบัติงานได้ตามแผน
สส.กังฟู ระบุว่า ไม่เห็นด้วยกับแนวทางดังกล่าว และเห็นว่าควรยุติวัฒนธรรมการจัดพื้นที่เพื่อรอรับทีมงานทางการเมือง หากการจัดการดังกล่าวส่งผลกระทบต่อเจ้าหน้าที่กู้ภัย มูลนิธิ และประชาชนจิตอาสาที่ทำงานอยู่ในพื้นที่มาก่อนแล้ว
“คนเหล่านี้ทำงานกันมาตั้งแต่เช้า บางคนทำงานทั้งวันทั้งคืน การช่วยเหลือประชาชนไม่ควรต้องรอว่าใครจะมาก่อนหรือใครมีทีมงานมากกว่า ทุกคนควรได้ทำงานร่วมกัน เป้าหมายเดียวกันคือการช่วยประชาชน”
การลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชนควรให้ความสำคัญกับประสิทธิภาพของการช่วยเหลือมากกว่าการจัดพื้นที่เพื่อรองรับบุคคลหรือทีมงานใดทีมงานหนึ่ง โดยเฉพาะในสถานการณ์ภัยพิบัติที่ทุกนาทีมีความหมายต่อประชาชนที่กำลังรอความช่วยเหลือ
นอกจากนี้ ในการอภิปรายในสภาฯ สส.กังฟู ยังหยิบยกปัญหาวิกฤตการให้บริการของการบินไทยที่เกิดขึ้นในช่วงวันที่ 26–28 กันยายนที่ผ่านมา โดยตั้งคำถามถึงระบบบริหารจัดการภาวะฉุกเฉินขององค์กร หลังเกิดปัญหาเที่ยวบินล่าช้าและสัมภาระตกค้างจำนวนมาก ท่ามกลางสถานการณ์น้ำท่วมที่ส่งผลกระทบต่อการเดินทางมาปฏิบัติงานของพนักงานบางส่วน
สส.กังฟู กล่าวแสดงความเข้าใจและเห็นใจพนักงานภาคพื้น โดยย้ำว่า “น้ำท่วมไม่ใช่ความผิดของพนักงาน” แต่สิ่งที่ควรถูกตรวจสอบคือระบบบริหารจัดการและแผนสำรองขององค์กร
พร้อมตั้งคำถามว่า หากองค์กรทราบล่วงหน้าว่าพนักงานบางส่วนอาจไม่สามารถเดินทางมาปฏิบัติงานได้ เหตุใดจึงไม่สามารถเตรียมแผนสำรองด้านกำลังคน อุปกรณ์ การบริหารสัมภาระ และการสื่อสารกับผู้โดยสารได้อย่างเพียงพอ “เหตุสุดวิสัยอาจเป็นสาเหตุของวิกฤต แต่การบริหารจัดการวิกฤตเป็นความรับผิดชอบขององค์กร” สส.กังฟู กล่าวและว่า
การแก้ปัญหาไม่ควรจบเพียงการออกแถลงการณ์ขอโทษ แต่การบินไทยควรตอบประชาชนให้ได้ว่าเกิดอะไรขึ้น เหตุใดแผนสำรองจึงไม่สามารถรองรับสถานการณ์ได้เพียงพอ ใครมีหน้าที่รับผิดชอบในการบริหารจัดการ และจะปรับปรุงระบบอย่างไรเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ลักษณะเดียวกันอีก
พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลและการบินไทยทบทวนระบบบริหารความเสี่ยง แผนสำรองกำลังคน ระบบสื่อสารกับผู้โดยสาร และโครงสร้างการตัดสินใจในภาวะฉุกเฉินอย่างจริงจัง
“ผมไม่ได้ต้องการให้การแก้ปัญหาเป็นเรื่องของการหาคนผิดเพียงอย่างเดียว แต่ต้องการเห็นความรับผิดชอบที่นำไปสู่การเปลี่ยนแปลง เพราะคำขอโทษอย่างเดียวไม่สามารถคืนเวลาให้ผู้โดยสาร ไม่สามารถคืนกระเป๋าให้เจ้าของ และไม่สามารถเรียกความเชื่อมั่นกลับมาได้”
สส.กังฟู ทิ้งท้ายว่า ทั้งกรณีการช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่น้ำท่วมและกรณีวิกฤตการบินไทย สิ่งสำคัญที่สุดคือการทำให้ระบบบริหารจัดการทำงานเพื่อประชาชนอย่างแท้จริง โดยไม่ควรให้เจ้าหน้าที่หน้างานหรืออาสาสมัครต้องรับภาระจากความบกพร่องของระบบ และขอให้รัฐบาลนำเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไปทบทวนและปรับปรุงการบริหารจัดการอย่างเป็นรูปธรรม