รัฐบาลยื่นมือช่วย “พิพัฒน์” มั่นใจแก้จบใน 2 ต.ค.นี้ เหลือสัมภาระตกค้าง 8,000 ใบ ย้ำคาร์โก้สุวรรณภูมิไม่ปิด ขอกำลังเสริมกองทัพช่วย ภาพลักษณ์ประเทศเสียก็ต้องยอมรับ “ดีดีการบินไทย” ขออภัย ยันไม่เกิน 7 วันกลับมาบิน 115 ไฟลต์ต่อวัน

เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 30 กันยายน 2569 นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม, นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม นายชาย เอี่ยมศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) นางสาวปวีณา จริยฐิติพงศ์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. และ พล.อ.อ.มนัท ชวนะประยูร ผู้อำนวยการสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) แถลงข่าวที่สนามบินสุวรรณภูมิ ถึงความคืบหน้าในการแก้ไขปัญหากรณีผู้โดยสารและสัมภาระตกค้างจากการเดินทางด้วยสายการบินไทย  

กระเป๋าตกค้าง 8,000 ใบ สั่งเคลียร์ในจบใน 2 ต.ค.

นายพิพัฒน์ เปิดเผยว่า ขณะนี้มีกระเป๋าตกค้างที่สนามบินสุวรรณภูมิตั้งแต่วันที่ 26-28 กันยายน 2569 รวมทั้งสิ้นกว่า 10,000 ใบ ซึ่งขณะนี้การบินไทย และ ทอท. สามารถคัดแยกกระเป๋าจัดกลุ่มได้วันละประมาณ 2,000 ใบ ทำให้ขณะนี้มีสัมภาระตกค้างอยู่ประมาณ 8,000 ใบ และคาดว่าจะใช้เวลาอีก 3-4 วัน ในการเคลียร์กระเป๋าที่ตกค้างทั้งหมดได้ 

อย่างไรก็ตามทาง ทอท. และการบินไทย มีการประสานงานไปยังกองทัพอากาศเพื่อขอกำลังสนับสนุนกำลังพลจากทหารเพิ่มอีก 100 นาย ช่วยขนย้ายและลำเลียงสัมภาระให้เร็วขึ้น ซึ่งการคัดแยกสัมภาระกระเป๋ายอมรับว่าไม่ใช่ว่าใครก็ได้สามารถเข้าไปคัดแยก ต้องใช้เจ้าหน้าที่การบินไทยซึ่งมีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านพิเศษเป็นคนดำเนินการควบคุมอีกที ขณะที่กองทัพอากาศก็เตรียมพร้อมที่จะสนับสนุนด้านอุปกรณ์และชุดขนส่งสินค้าเพิ่มเติม 12 ชุด ในการเข้ามาช่วยในสนามบิน

“การได้รับสนับสนุนกำลังพลจากกองทัพเข้ามาช่วย ทำให้กระบวนการยกกระเป๋าเร็วขึ้น ตั้งเป้าเคลียร์กระเป๋าตกค้างให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 1 ตุลาคม แต่อาจต่อเนื่องถึงวันที่ 2 ตุลาคม ทั้งนี้ ได้กำชับให้การบินไทยและ ทอท. รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ต้องรายงานความคืบหน้าทุก 8 ชั่วโมง อย่างไรก็ตาม ต้องขออภัยผู้โดยสารทุกคน และจะประชุมติดตามอีกครั้งวันที่ 1 ตุลาคม เวลา 16.00 น.”

สุวรรณภูมิจะไม่ปิดให้บริการคลังสินค้าเด็ดขาด

ส่วนการแก้ไขปัญหาในเรื่องของคลังสินค้า หรือคาร์โก้ ที่มีการตกค้างนั้น นายพิพัฒน์ ยืนยันว่า การให้บริการคลังสินค้าของการบินไทยที่สนามบินสุวรรณภูมิจะไม่มีการปิดให้บริการคลังสินค้าเด็ดขาด เนื่องจากจะกระทบต่อการส่งออกสินค้าในวงกว้าง แต่จะชะลอการให้บริการบ้างบางช่วง เพื่อให้สอดคล้องกับขีดความสามารถ เมื่อเกิดปัญหาขาดแคลนแรงงาน กระทรวงคมนาคมจะประสานขอกำลังเสริมเข้ามาช่วย นอกจากนี้ ยังได้ประสานให้ ทอท. จัดเตรียมพื้นที่ของสุวรรณภูมิ เพื่อนำสินค้าคลังการบินไทยที่ตกหล่นไปรวมไว้ และกันพื้นที่สำหรับรองรับสินค้าเหล่านี้ชั่วคราว เพื่อเร่งระบายสินค้าที่ตกค้างอยู่ในคลังสินค้าก่อน

“ก่อนหน้านี้ หากถามว่าทำไมพวกเราไม่มาที่นี่ เพราะมองว่าอยู่ในช่วงของการบินไทยจะแก้ปัญหา ดังนั้น เมื่อการบินไทยบอกว่าวันนี้บุคลากรไม่พร้อม รัฐบาลก็ช่วยประสานว่าส่วนไหนขาดเราพร้อมเติมให้ เพราะหากการบินไทยจะไปขอกำลังพลทางทหารเองอาจจะค่อนข้างลำบาก แต่วันนี้ทางกองทัพก็ส่งเจ้าหน้าที่มาช่วย ซึ่งสนับสนุนการช่วยเหลือมาตั้งแต่วันที่ 26 กันยายนที่ผ่านมา”

นายพิพัฒน์ กล่าวต่อไปถึงเรื่องการเยียวยาผู้โดยสาร ได้รับการยืนยันจากการบินไทยว่า ขณะนี้ได้จัดตั้งศูนย์รับเรื่องเกี่ยวกับการติดต่อสัมภาระ และขอช่องทางติดต่อผู้โดยสารเพื่อนำส่งสัมภาระในภายหลัง โดยมี 2 ทางเลือก คือ ผู้โดยสารสามารถมารับเองที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ หรือให้จัดส่งโดยไปรษณีย์ไทยเข้ามาสนับสนุนดำเนินการ ซึ่งขณะนี้มีการจัดส่งให้ตลอดเวลาทุกวัน

ต้องแก้ปัญหานี้ให้จบโดยเร็ว ภาพลักษณ์ประเทศเราเสียก็ต้องยอมรับ

ขณะที่ประเด็นการเยียวยาผู้โดยสารที่เปลี่ยนแปลงเที่ยวบิน หรือปรับแผนการเดินทางจากผลกระทบครั้งนี้ การบินไทยก็พร้อมที่จะรับผิดชอบเยียวยา ซึ่งภาพรวมของวันที่ 29 กันยายนที่ผ่านมา พบว่าการบินไทยได้ปรับตารางบิน และบริหารจัดการสัมภาระผู้โดยสาร ทำให้ตั้งแต่ 29 กันยายน 2569 เป็นต้นไป ไม่มีสัมภาระตกค้าง ดังนั้นปัจจุบันมีสัมภาระของผู้โดยสารเที่ยวบินวันที่ 26-28 ก.ย.ที่ผ่านมา ที่ต้องเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จ 

“เชื่อว่าปัญหานี้จะจบโดยเร็ว พวกเราจะไม่ผลักภาระให้ใครคนหนึ่ง จะทำงานร่วมกัน รับผิดชอบร่วมกัน ค่อยๆ แก้ปัญหาภายใน 3-4 วันนี้ให้ได้ กำลังเสริมขาด ภาครัฐก็จะเติม ซึ่งขณะนี้ทางสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย ได้ประสานย้ายเครื่องจักรการขนส่งต่างๆ 12 ชุดจากกองทัพอากาศ เข้ามาสนับสนุนเพื่อเร่งการขนส่ง”

นายพิพัฒน์ ระบุด้วยว่า วันนี้ต้องขอความกรุณาการบินไทย หากการดำเนินงานขาดอะไรต้องแจ้งให้กระทรวงทราบ เพราะหากขาดกำลังคนก็พร้อมจะประสานเติมให้ ขาดเครื่องจักรก็จะหาให้ เวลานี้ต้องช่วยเหลือซึ่งกันและกัน กระทรวงไม่ได้สั่งการอะไร เพราะมองว่าเป็นทีมประเทศไทย มีอะไรเกิดขึ้นเป็นชื่อเสียงประเทศ ดังนั้นเรื่องนี้ต้องแก้ปัญหานี้ให้จบโดยเร็ว ร่วมกันรับผิดชอบต่อปัญหาที่เกิดขึ้น ภาพลักษณ์ประเทศเราเสียก็ต้องยอมรับ เพราะวันนี้โซเชียลไปทั่วโลก ไม่สามารถปิดบังใครได้ การสื่อสารเร็วมาก ไม่มีอะไร เมื่อเกิดความบกพร่อง ผิดพลาด ล่าช้า จะไปปิดกั้นการสื่อสาร ปิดไม่อยู่ แต่มีอะไรร่วมกันแก้ปัญหาดีกว่า เพราะที่นี่ประเทศไทย

“ดีดีการบินไทย” ขออภัย ยันไม่เกิน 7 วัน กลับมาบิน 115 ไฟลต์ต่อวัน

ทางด้าน นายชาย เอี่ยมศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการบินไทย กล่าวว่า วันนี้บุคลากรหน้างานที่ดูแลผู้โดยสารกลับมาทำงาน 90% ส่วนพนักงานฝ่ายปฏิบัติการกลับมาทำงาน 80% แต่ยอมรับว่าแม้วันนี้พนักงานจะกลับมาทำงาน 100% ก็ยังมีสัมภาระและงานต่างๆ ที่สะสมคงค้างอยู่ ทำให้การบินไทยต้องตัดสินใจลดกำลังการผลิตลงเพื่อให้กระเป๋าเคลียร์ออกโดยเร็ว และบริหารจัดการกำลังการผลิตให้กลับมาปกติโดยเร็ว 

“ปกติการบินไทยมี 115 ไฟลต์ต่อวัน วันที่เริ่มมีปัญหาเราลดลงไป 28 ไฟลต์ วันที่ 1 ตุลาคมนี้จะลดอีก 15 ไฟลต์ และวันที่ 2 ตุลาคมนี้ ก็จะกลับมาบิน 105 ไฟลต์ ดังนั้น จากการประเมินตอนนี้ เราจะกลับมาบินปกติให้ได้ภายใน 7 วัน เชื่อว่าเป็นไปได้”

จากนั้นยังกล่าวด้วยว่า วันนี้การบินไทยให้ความสำคัญกับผู้โดยสารที่ได้รับผลกระทบในวันที่ 26-28 กันยายนที่ผ่านมา โดยการบินไทยจะเร่งส่งกระเป๋าให้ผู้โดยสารทั้งหมดโดยเร็ว ขอบคุณ ทอท. ที่เข้ามาช่วยจัดพื้นที่และระบบการจัดการต่างๆ ขออภัยผู้โดยสารทุกท่านและประชาชนชาวไทย ส่วนที่มีข้อเสนอแนะเข้ามา การบินไทยยินดีนำไปปฏิบัติและปรับปรุงให้ดียิ่งขึ้น.