“หมอวรงค์” ลั่น น้ำท่วม กทม. “ชัชชาติ” ต้องรับผิดชอบ ในฐานะพ่องานเจ้าของพื้นที่ จี้นายกฯเร่งช่วยผู้ประสบภัย หากยังปล่อยบริหารจัดการล้มเหลวซ้ำซาก หนักแน่ 


เมื่อเวลา 15.35 น. วันที่ 30 ก.ย. 2569 ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีน.ส.มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 1 ทำหน้าที่ประธานการประชุม พิจารณาญัตติด่วนด้วยวาจา เรื่องขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาศึกษาแนวทางการบริหารจัดการน้ำทั้งระบบ การรับมือปัญหาน้ำท่วมในภาวะวิกฤต และมาตรการฟื้นฟูเยียวยาพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบอย่างเร่งด่วนเพื่อให้รัฐบาลรับไปพิจารณา โดยนพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.บัญชีรายชื่อและพรรคไทยภักดี อภิปรายว่า แปลกใจหรือไม่ที่น้ำท่วมครั้งนี้ทำไมประชาชนวิพากษ์วิจารณ์นายกรัฐมนตรี มากกว่านายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯกทม. เพราะการระบายน้ำทุกอย่าง การพร่องน้ำในคลอง สถานีสูบน้ำ ประสิทธิภาพเครื่องสูบน้ำ อุโมงค์ยักษ์ในการระบายน้ำเป็นความรับผิดชอบของผู้ว่าฯกทม. ซึ่งกรมอุตุนิยมวิทยาแถลงชัดเจนว่า เมื่อวันที่ 23-27 ก.ย. จะมีฝนตกหนัก ช่วงวันที่ 25 ก.ย. ตอนบ่ายเริ่มมีน้ำท่วม หลังจากนั้นถึงจะเริ่มมีการแจ้งข้อความเตือนภัย Cell broadcast ถือว่าช้าเกินไม่ทันการ นี่คือความบกพร่องของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย(ปภ.) แต่ตนถือว่า ภาพรวมของ กทม. คนที่ต้องรับผิดชอบคือนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯกทม. แต่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ กลับโดนด่าเละ ซึ่งตนถามชาวบ้าน เขามองว่านายกฯเอาแต่ไปต่างประเทศ ความรู้สึกของชาวบ้านจริงๆ ไปลงที่นายกฯ จึงอยากให้ความเป็นธรรมกับนายกฯ เพราะน้ำท่วม กทm.รอบนี้ นายชัชชาติต้องรับผิดชอบ ที่ไม่มีการพร่องน้ำในคูคลองรอบพื้นที่ กทม.


นพ.วรงค์ กล่าวต่อว่า แต่หลังจากเข้าสู่กระบวนการช่วยเหลือ เยียวยา ฟื้นฟู และการป้องกันในอนาคต นายกฯ ในฐานะผู้นำสูงสุดปฏิเสธความรับผิดชอบไม่ได้ ตนไม่ว่าเลย ท่านนายกฯจะไปแจกเงิน ทำกับข้าว แจกอาหาร ไม่ว่า แต่หน้าที่ของนายกฯคือผู้บริหารสูงสุดของประเทศ มีประชาชนจำนวนไม่น้อยที่อยู่ในพื้นที่ลึกๆที่ยังไม่ได้รับการดูแล ในแต่ละพื้นที่ยังไม่มีเจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปประสานงาน นี่คือความบกพร่องที่ไร้ประสิทธิภาพของรัฐบาล และจังหวัดต่างๆ ท่านต้องกระจายความรับผิดชอบไปยังพื้นที่ต่างๆ หาคนมารับผิดชอบในจุดพื้นที่ย่อย เพื่อนำภาคประชาชน หรือกลุ่มต่างๆที่ไปช่วยเหลือเข้าไปยังจุดเป้าหมายที่ลึกๆที่ไม่ได้รับการดูแล แต่วันนี้ไม่มี ประชาชนต้องช่วยตัวเอง ถ้ายังปล่อยแบบนี้ไปเรื่อยๆ ประชาชนที่ยังถูกทอดทิ้งไม่ได้รับการดูแล จะตำหนิรัฐบาลมากขึ้น ท่านนายกฯต้องบริหารจัดการสั่งการลงไปยังระดับล่างในพื้นที่คอยรับความช่วยเหลือให้กระจายครอบคลุมทุกพื้นที่


“ในเรื่องการเยียวยาเริ่มซับซ้อน รัฐบาลนี้เพิ่งมีมติ ครม.อนุมัติเงิน4,000ล้านบาทในการเยียวยา ขณะที่ในวันพรุ่งนี้(1ต.ค.) จะเริ่มต้นกรมธรรม์ในการประกันภัยพิบัติ30ล้านครัวเรือน เริ่มต้นครัวเรือนละ10,000บาท รัฐบาลต้องชี้แจงประชาชน เพราะมีเงิน2ก้อนแล้ว รายละเอียดต่างๆมีอะไรบ้าง เพราะนี่คือเงินภาษีประชาชน สิ่งสำคัญคือ ถ้าน้ำท่วมวันนี้ แล้วพรุ่งนี้เขาจะได้รับจากโครงการประกันภัยพิบัติของรัฐบาลที่ประกันภัยกับบริษัทเอกชนหรือไม่ ต้องชี้แจงประชาชน เพราะวันนี้เป็นวันสุดท้ายของการเริ่มต้นวันพรุ่งนี้ ผมเคยเตือนรัฐบาลแล้วว่า ประชาชนต้องการชีวิตที่เป็นปกติสุขมากกว่าเงินเยียวยา แต่วันนี้มันเสียหายไปแล้ว งบฯจำนวนกว่า1.5หมื่นล้านบาทในโครงการประกันภัยพิบัติ ประชาชนต้องได้รับเงินช่วยเหลือ10,000บาท ภายใน15วัน ถ้าถึง15วันแล้ว ยังไม่ได้ ขอให้บอกผม จะได้ทวงให้ ส่วนโครงการชัยนาท-ป่าสัก-อ่าวไทย วงเงิน 1.65แสนล้านบาทนั้น ผมไม่อยากให้มาเร่งดำเนินการ มันเร็วเกินไป ทำไมไม่คิดถึงโครงการแก้มลิงในพระราชดำริ ที่ใช้งบฯไม่มาก ดำเนินการง่ายกว่า ทำได้ทั้งประเทศ ดูแลทั้งน้ำท่วมน้ำแล้งได้ดีกว่าที่จะเสียเงินมากถึง 1.65แสนล้านบาท ที่ดูแลได้เฉพาะคนกลุ่มเดียว” นพ.วรงค์กล่าว