“อรรถกร” จี้รัฐทำ Map เขื่อนทั่วประเทศแบบเรียลไทม์ ชี้กรมอุตุฯ พยากรณ์ยังไม่แม่น-ระบบเตือนภัยต้องแก้ พร้อมเร่งประกาศพื้นที่ภัยพิบัติทันทีที่น้ำท่วม


เมื่อเวลา 14.40 น. วันที่ 30 กันยายน 2569 ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งมีนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่ประธานการประชุม ที่ประชุมพิจารณาญัตติด่วนด้วยวาจาที่เสนอโดยสมาชิกจากหลายพรรคการเมือง ในประเด็นแนวทางการบริหารจัดการน้ำทั้งระบบ การรับมือสถานการณ์อุทกภัยในภาวะวิกฤต ตลอดจนมาตรการฟื้นฟูและเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบ เพื่อเสนอให้รัฐบาลนำไปพิจารณาดำเนินการ


นายอรรถกร ศิริลัทธยากร สส.ฉะเชิงเทรา พรรคกล้าธรรม กล่าวอภิปรายว่า วิกฤตน้ำท่วมที่เกิดขึ้นในหลายพื้นที่เป็นสถานการณ์ที่ไม่มีใครต้องการให้เกิดขึ้น โดยเฉพาะจังหวัดฉะเชิงเทรา ซึ่งพื้นที่ของตนได้รับน้ำมาจากหลายทิศทาง ทั้งจากเขื่อนศรีสวัสดิ์ เขื่อนนฤบดินทรจินดา เขื่อนขุนด่านปราการชล รวมถึงน้ำจากกรุงเทพมหานคร ทำให้แม่น้ำบางปะกงรับมวลน้ำจำนวนมากจนไม่สามารถระบายลงทะเลได้ทัน ประกอบกับภาวะน้ำทะเลหนุน ส่งผลให้ประชาชนในจังหวัดฉะเชิงเทราได้รับความเดือดร้อนเป็นวงกว้าง


นายอรรถกร กล่าวว่า แม้พฤติกรรมของธรรมชาติจะเปลี่ยนแปลงไป แต่ระบบบริหารจัดการน้ำของภาครัฐอาจยังปรับเปลี่ยนไม่ทัน โดยจากประสบการณ์ที่เคยทำงานร่วมกับกรมชลประทาน พบว่ามีการใช้หลักการบริหารจัดการน้ำตามระดับปริมาณน้ำ หรือ Curve ในการกำหนดว่าจะต้องเก็บน้ำไว้ในระดับใด ไม่ให้สูงหรือต่ำเกินไป


อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ตั้งคำถามคือ หากมีหลักการและระบบติดตามปริมาณน้ำอยู่แล้ว เหตุใดเขื่อนขุนด่านปราการชลจึงมีปริมาณน้ำสูงถึงประมาณ 97% ในช่วงที่ผ่านมา และบางช่วงสูงเกิน 100% พร้อมเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องชี้แจงถึงกระบวนการบริหารจัดการน้ำและการระบายน้ำล่วงหน้า


นายอรรถกร ยังกล่าวถึงบทบาทของกรมอุตุนิยมวิทยาว่า หน่วยงานยังมีความจำเป็นอย่างมากในการจัดทำข้อมูลพยากรณ์อากาศล่วงหน้า แต่จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นเห็นว่าความแม่นยำของการพยากรณ์ยังเป็นประเด็นที่ต้องพัฒนา เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน


พร้อมเสนอว่า นอกจากการพยากรณ์อากาศแล้ว รัฐบาลควรจัดทำ “แผนที่เขื่อนและอ่างเก็บน้ำทั่วประเทศแบบเรียลไทม์” เปิดให้ประชาชนสามารถตรวจสอบปริมาณน้ำในเขื่อนแต่ละแห่งได้ด้วยตัวเองแบบรายวัน เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่สามารถประเมินความเสี่ยงและเตรียมตัวรับมือได้ล่วงหน้า


“ถ้าผมอยู่ใกล้เขื่อนศรีเอี่ยม แล้วเปิดเว็บไซต์เข้าไปดูว่าวันนี้มีน้ำอยู่ 79% ผมก็ต้องเริ่มระวังตัว หรือถ้ามีน้ำอยู่ 10 กว่าเปอร์เซ็นต์ ก็ต้องช่วยกันประหยัดน้ำ ข้อมูลแบบนี้ประชาชนสามารถดูและตัดสินใจได้เลย” นายอรรถกร กล่าว


นอกจากนี้ นายอรรถกร ยังเสนอให้รัฐบาลเร่งปรับปรุงระบบแจ้งเตือนภัย หลังพบว่าประชาชนบางรายได้รับข้อความแจ้งเตือนทางโทรศัพท์ แต่บางรายกลับไม่ได้รับ แม้จะอยู่ในพื้นที่เดียวกัน โดยยกกรณีของตนเองและน้องชายที่ได้รับการแจ้งเตือนไม่พร้อมกัน จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบระบบการส่งข้อมูลและแก้ไขปัญหา เพื่อให้การแจ้งเตือนเข้าถึงประชาชนทุกกลุ่มอย่างทั่วถึง


อีกประเด็นสำคัญคือหลักเกณฑ์การประกาศพื้นที่ประสบภัยพิบัติ นายอรรถกร เห็นว่า หากพื้นที่ใดเกิดน้ำท่วม ควรมีการประกาศสถานการณ์ตั้งแต่วันที่เกิดเหตุ ไม่ควรรอจนสถานการณ์ยืดเยื้อ เพราะยิ่งปล่อยให้ล่าช้า ภาระค่าใช้จ่ายและการดำรงชีวิตของประชาชนก็ยิ่งเพิ่มขึ้น


“ท่วมวันไหนก็ประกาศตั้งแต่วันนั้น ท่วม 1 วัน ท่วม 5 วัน ท่วม 10 วัน หรือ 30 วัน ภาระค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ก็ตกอยู่กับพี่น้องประชาชนที่ประสบภัยอยู่แล้ว” นายอรรถกร กล่าว


ส่วนการสำรวจความเสียหาย นายอรรถกร เรียกร้องให้รัฐบาลจัดเก็บข้อมูลให้ครบทุกด้าน ทั้งบ้านเรือน พื้นที่นา สวน ไร่ พืชเศรษฐกิจ เช่น มะม่วง มะพร้าว ตลอดจนปศุสัตว์และสัตว์น้ำ ทั้งวัว หมู ไก่ ปลา กุ้ง และปู เพื่อให้การจ่ายเงินชดเชยในอนาคตมีข้อมูลครบถ้วน ไม่ตกหล่นและไม่เกิดความล่าช้า


นายอรรถกร ยังสะท้อนปัญหาในพื้นที่พนมสารคาม บางคล้า และคลองเขื่อน จ.ฉะเชิงเทรา ซึ่งระบบประปาเกิดข้อขัดข้องจนไม่สามารถส่งน้ำให้ประชาชนได้ตามปกติ ทำให้ประชาชนต้องหาแหล่งน้ำเพิ่มเติม ขณะที่สิ่งของจำเป็นสำหรับรับมือน้ำท่วมอย่างกระสอบทรายกลับหาซื้อได้ยากและมีราคาสูงขึ้นหลายเท่าตัว


นายอรรถกร จึงขอให้สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค หรือ สคบ. ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานการณ์ราคาสินค้าและอุปกรณ์ที่จำเป็นต่อการรับมืออุทกภัย เพื่อป้องกันไม่ให้ประชาชนที่กำลังประสบภัยต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้นในช่วงวิกฤต


ทั้งนี้ นายอรรถกร ย้ำว่า การแก้ปัญหาน้ำท่วมจำเป็นต้องมองทั้งระบบ ตั้งแต่การพยากรณ์และเตือนภัย การบริหารจัดการเขื่อนและอ่างเก็บน้ำ การสื่อสารข้อมูลแบบเรียลไทม์ การประกาศพื้นที่ภัยพิบัติอย่างทันท่วงที ไปจนถึงการสำรวจความเสียหายและการเยียวยาประชาชน เพื่อให้การรับมืออุทกภัยในอนาคตมีประสิทธิภาพมากขึ้น