กองทัพบกเดินหน้าโรงครัวพระราชทาน ผลิตอาหารปรุงสุกช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบอุทกภัย


วันที่ 30 กันยายน 2569 พลตรี วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก เปิดเผยถึงสถานการณ์การช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยของหน่วยทหาร ทั้งในพื้นที่กรุงเทพมหานครและส่วนภูมิภาคว่า นอกเหนือจากภารกิจการอพยพเคลื่อนย้ายกลุ่มเปราะบางด้วยยุทโธปกรณ์ทางทหาร เช่น รถยนต์บรรทุกขนาดใหญ่ เรือ และยานพาหนะต่าง ๆ ที่เข้าถึงพื้นที่ประสบภัยแล้ว กองทัพบกยังให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อประชาชนที่ยังคงติดค้างอยู่ในที่พักอาศัย ไม่สามารถเดินทางออกมาได้ หรือมีความประสงค์จะพักอาศัยอยู่ในบ้านเรือน ซึ่งจำเป็นต้องได้รับอาหาร น้ำดื่ม ตลอดจนเครื่องอุปโภคบริโภคในการดำรงชีพ


กองทัพบกจึงร่วมกับศูนย์อำนวยการใหญ่จิตอาสาพระราชทาน (ศอญ.) เหล่าทัพ และหน่วยงานในพื้นที่ น้อมนำพระมหากรุณาธิคุณและพระราชปณิธานในการดูแลประชาชนผู้เดือดร้อนมาสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม โดยบูรณาการกำลังพล หน่วยทหาร จิตอาสา และภาคส่วนต่าง ๆ จัดตั้งโรงครัวพระราชทานในพื้นที่ประสบอุทกภัย เพื่อประกอบอาหารปรุงสุกใหม่แจกจ่ายวันละ 3 มื้อ และเร่งนำส่งให้ถึงมือประชาชนโดยตรง โดยเฉพาะในจุดที่น้ำท่วมสูงหรือการสัญจรเข้า–ออกยากลำบาก ซึ่งได้เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่มื้อเย็นของวันที่ 26 กันยายน 2569


ปัจจุบันได้จัดตั้งโรงครัวพระราชทานรวมทั้งสิ้น 21 แห่ง ครอบคลุมพื้นที่กรุงเทพมหานคร ได้แก่ เขตลาดกระบัง สวนหลวง ดอนเมือง บางกะปิ คลองสามวา ประเวศ และสะพานสูง รวมถึงในพื้นที่ต่างจังหวัด ได้แก่ จังหวัดนครนายก สระแก้ว ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา ชลบุรี และปทุมธานี โดยสามารถผลิตอาหารปรุงสุกใหม่และส่งมอบให้แก่ประชาชนไปแล้วรวมกว่า 90,000 กล่อง


โฆษกกองทัพบกกล่าวเพิ่มเติมว่า โรงครัวพระราชทานยังคงเดินหน้าให้ความช่วยเหลือประชาชนอย่างต่อเนื่อง โดยจัดทำอาหารให้ครบทั้ง 3 มื้อ ควบคู่กับการติดตามสถานการณ์และประเมินความต้องการในแต่ละพื้นที่ เพื่อให้การช่วยเหลือเข้าถึงอย่างทั่วถึงและตรงจุดมากที่สุด ทั้งนี้ กองทัพบกจะยังคงบูรณาการกำลังพลและยุทโธปกรณ์ที่มีอยู่ เพื่อสนับสนุนภารกิจช่วยเหลือประชาชนจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลายเข้าสู่ภาวะปกติ