“เท้ง” แซะนายกฯ เลิกพูดเรื่องถอดบทเรียนน้ำท่วม แต่ให้ลงมือทำ ชี้ระบบแจ้งเตือนภัย จ่ายเงินเยียวยายังล่าช้า
วันที่ 30 กันยายน 2569 ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร โดยมี นางสาวมัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รองประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่ประธานการประชุม ได้มีการพิจารณาญัตติด่วนด้วยวาจาเพื่อหาแนวทางบริหารจัดการน้ำและมาตรการฟื้นฟูเยียวยาวิกฤตน้ำท่วม รวม 8 ญัตติ โดย สส. ฝ่ายรัฐบาล อาทิ นายปะดิธ สังขจาย สส.อยุธยา พรรคภูมิใจไทย ได้อภิปรายเน้นย้ำให้รัฐบาลปรับการทำงานเป็นเชิงรุก แจ้งเตือนภัยอย่างชัดเจน รวดเร็ว และให้อำนาจพร้อมงบประมาณแก่ท้องถิ่นในการตัดสินใจสูบและพร่องน้ำได้ทันต่อสถานการณ์
นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน อภิปรายฉะนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ว่า อย่าเพิ่งรีบถอดบทเรียนเพราะสถานการณ์ยังไม่พ้นวิกฤติ และสัปดาห์หน้าฝนอาจกลับมาตกหนักอีก นายกรัฐมนตรีผ่านอุทกภัยมาหลายครั้งแต่ไม่เคยลงมือปฏิบัติจริง โดยชี้ปัญหาสำคัญ 4 ด้าน คือ 1. การแจ้งเตือนภัยล่าช้าและเข้าใจยาก 2. การแก้ปัญหาเผชิญเหตุในต่างจังหวัดขาดการรวมศูนย์ ส่วน กทม. ขาดการกระจายศูนย์ลงสู่ชุมชน 3. การจ่ายเงินเยียวยาล่าช้าเพราะท้องถิ่นกังวล สตง. ซึ่งนายกฯ ควรใช้อำนาจเซ็นหนังสือสั่งการเป็นหลังพิงให้ อปท. และ 4. การฟื้นฟูความเชื่อมั่นที่รัฐบาลยังไม่มีแผนภาพรวมที่ชัดเจน
ขณะที่ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายถึงปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่กรุงเทพมหานครจากการลงพื้นที่จริง โดยระบุว่า การเตือนภัยให้ประชาชนปฏิบัติตัวเกิดขึ้นเมื่อสายเกินไป อีกทั้งยังขาดการพร่องน้ำในคลองให้สัมพันธ์กับสภาพอากาศ และอุโมงค์ยักษ์ระบายน้ำทำงานได้เพียงร้อยละ 60 รวมถึงปัญหาขาดการบริหารจัดการและประสานงานหน้างานอย่างสิ้นเชิงในพื้นที่แฟลตคลองจั่นและเคหะร่มเกล้า จนต้องพึ่งพาแต่อาสาสมัคร พร้อมเสนอให้ตั้งคณะกรรมการอิสระขึ้นมาถอดบทเรียนและปรับปรุงกฎหมายสาธารณภัยครั้งใหญ่เพื่อแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน