นายกฯ บอกอาย หลังชาวบ้านชมเยี่ยมจริงๆ ดอดลงพื้นที่สายไหมตรวจน้ำท่วมกลางดึก มอบถุงยังชีพ เจอชาวบ้านถามจะไม่เหมือนบางบาลใช่หรือไม่ เจ้าตัวตอบ “จะทำให้ดีที่สุด”
วันที่ 29 ก.ย. 2569 เมื่อเวลา 22.30 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย พลโทอดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม นางสาวไตรศุลี ไตรสรณกุล เลขาธิการนายกรัฐมนตรี นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร รองปลัดกระทรวงมหาดไทย นายไชยวัฒน์ จุนถิระพงศ์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) พลตำรวจโท สยาม บุญสม ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล และนายเอกภพ เหลืองประเสริฐ หรือ เอก สายไหมต้องรอด ลงพื้นที่บ้านเอื้ออาทรคลองถนนบางเขน เขตสายไหม เพื่อมอบถุงยังชีพ และสิ่งของจำเป็นให้กับประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม
เมื่อนายกรัฐมนตรี เดินทางมาถึงได้ตรวจเยี่ยมโรงครัวที่ทำอาหารให้กับประชาชน ก่อนเดินลุยน้ำเข้าไปตามตึกต่างๆ พร้อมพูดคุยกับประชาชนที่ออกมารับอาหาร โดยนายกรัฐมนตรีได้สอบถามประชาชนว่า ได้รับของยังชีพแล้วหรือไม่ ก่อนจะให้กำลังใจว่า “รออีกไม่กี่วัน” ซึ่งในระหว่างเดินตรวจเยี่ยมประชาชนนั้น มีคุณยายคนหนึ่ง เดินเข้ามาจับมือนายกรัฐมนตรี พร้อมกล่าวว่า “เยี่ยมมากเลย ดีใจมาก” ซึ่งนายกรัฐมนตรีตอบกลับว่า “เยี่ยมอะไรเล่า น้ำท่วมขนาดนี้ อายนะ”
ทั้งนี้ ในระหว่างที่นายกรัฐมนตรีเดินเยี่ยม มีประชาชนที่เข้ามายกมือไหว้ขอความช่วยเหลือ ซึ่งนายกรัฐมนตรี ตอบกลับว่า “เดี๋ยวจะมีมาตรการเยียวยา” ซึ่งชาวบ้านกล่าวต่อว่า “ไม่ทิ้งกันนะคะ” นายกรัฐมนตรี หัวเราะ ก่อนกล่าวเป็นภาษาเหนือว่า “ทิ้งกันได้กา” ก่อนจะชี้ไปที่นายเอกภพ และบอกว่า “นี่ตัวประกันอยู่นี่”
จากนั้น มีผู้จัดการนิติของอาคาร 1 เดินเข้ามาพูดคุยกับนายกรัฐมนตรี โดยระบุว่า เราไม่อยากโดนน้ำท่วมเหมือนปี 54 ที่ติดอยู่สองเดือนครึ่ง ซึ่งขอแค่ให้ภาครัฐช่วยผันน้ำออกไปเพื่อให้เราอยู่ได้ โดยนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เราเตรียมเครื่องมือไว้หมด แต่เราต้องรอให้ผันออกไปให้ได้ก่อน เพราะตอนนี้ยังมีน้ำข้างนอกที่เอ่อล้นขึ้นมาอยู่ หากเราดูดออกไปขวาน้ำก็จะกลับเข้ามาทางซ้าย ซึ่งเรารู้อยู่ หากน้ำลงเมื่อไหร่เราก็ระดมสูบน้ำทันที
ผู้จัดการนิติของอาคาร 1 กล่าวกับนายกรัฐมนตรีต่อว่า เมื่อวานนี้ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตสายไหมนำทรายมาลงให้เราทั้งเช้าและเย็น ประมาณ 600 กระสอบ แต่ยังไม่พอที่จะต่อสู้กับน้ำ พร้อมตัดพ้อว่าขอให้ทำยังไงก็ได้ไม่ให้เหมือนปี 54 เพราะเราเป็นคนรายได้น้อยถึงปานกลาง และมีรถขนาดเล็กที่ไม่มีที่จอดอยู่แล้ว ซึ่งพยายามทำให้ลูกบ้านไม่เสียทรัพย์สินอะไรเลย
นายกรัฐมนตรี ตอบว่า เราก็พยายามทำการสำรวจอยู่ โดยในวันนี้เราจะให้ทางกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ออกมาทำสำรวจและดำเนินขั้นตอนการเยียวยา
ผู้จัดการนิติ กล่าวต่อว่า “ยังไงเราก็ขอให้สายไหมต้องรอด ไม่เอาสายไหมเป็นเหมือนบางบาล” ก่อนถามนายกรัฐมนตรีว่าเราจะไม่เป็นเหมือนบางบาลใช่หรือไม่ ซึ่งนายกรัฐมนตรี ตอบกลับว่า “ต้องทำให้ดีที่สุด” โดยขณะนั้นมีประชาชนเดินเข้ามาถามว่าหากน้ำลดลงแล้ว น้ำมันจะลดลงด้วยหรือไม่ ซึ่งนายกรัฐมนตรีไม่ตอบคำถามดังกล่าว
ขณะเดียวกัน มีประชาชนที่พักอาศัยออกมาสะท้อนว่าบริเวณพื้นที่ด้านในเป็นจุดที่มีน้ำท่วมทุกปี โดยนายกรัฐมนตรี ตอบกลับว่า “พื้นที่ตรงนี้ไม่ใช่ถนนหลวง” ซึ่งนายเอกภพ รับปากประชาชนว่าเดี๋ยวจะประสานงานให้
ระหว่างที่นายกรัฐมนตรีกำลังแจกถุงยังชีพ ผู้ประสบภัยรายหนึ่ง บอกนายอนุทินว่า “รักนายกฯนะคะ ขอบคุณค่ะ ใครไม่รักนายกฯ หนูรักนะคะ” ส่วนอีกคนบอกว่า “ขอบคุณที่มาเยี่ยมเยียนพวกเรา ทั้งบ้านหนูเลือกนายกฯ” ก่อนจะขอถ่ายภาพกับร่วมกันเป็นที่ระลึก
จากนั้น นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนถึงการแจ้งเตือนที่น้ำจะเพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะ 3 เขต พื้นที่ของ กทม. จะต้องมีการเร่งจัดการอย่างไรหรือไม่ ว่า ตอนนี้เรามีการเตรียมความพร้อมในการสูบน้ำออกอย่างเดียว และหวังว่าหากไม่มีฝนมาเติม โดยเราได้ประสานกับกรมชลประทานให้ประคับประคองสถานการณ์เขื่อนรอบนอกกรุงเทพฯ ด้วย ไม่ใช่ใช้รถสูบน้ำออกไปแทบตาย แต่เขื่อนก็เอาน้ำมาเติมอีก ซึ่งจากนี้ไปพวกตนก็ต้องประชุมกันตั้งแต่ 8.00น. เพื่อทำให้มั่นใจว่าการประสานงานของทุกหน่วยงานมันสอดคล้องเป็นเนื้อเดียวกัน และเน้นในเรื่องประสิทธิภาพของการเร่งสูบน้ำออกไปจากพื้นที่ปัญหา ซึ่งมีพื้นที่ตรงนี้ และอีกสามถึงสี่แห่ง แต่ตอนนี้ตนได้สั่งการเกี่ยวกับเครื่องสูบน้ำ ซึ่งกรมโยธาธิการและผังเมืองก็สามารถระดมได้ถึง 300-400 เครื่อง แต่ปริมาณน้ำข้างนอกยังสูงกว่า ถ้าเราจะแค่เอาใจมาสูบให้ชาวบ้านเห็น แต่สูบไปด้านหน้า ก็จะย้อนกลับมาด้านหลัง จึงต้องรอจังหวะ ถ้าพร้อมเราก็เติมเครื่องสูบน้ำให้กับทุกพื้นที่ทั้งหมด
ส่วนการประสานเพื่อระบายน้ำจากเขื่อนต่างๆ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เราก็ได้ประสานงานกับกรมชลประทาน ซึ่งเราก็มีการบูรณาการความร่วมมือกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเราก็ต้องพบหน้ากันทุกเช้าเพื่อสรุปสถานการณ์
นายกรัฐมนตรี ระบุต่อว่า ตอนนี้เราระดมเรื่องการช่วยเหลือผู้ประสบภัย ในเรื่องของข้าวปลาอาหาร ของใช้ยามจำเป็น เราระดมได้เยอะ หากได้เมื่อใดเราก็จะเร่งให้ชาวบ้านให้มากที่สุด รวมถึงเรื่องไฟ น้ำ หากตรงไหนไม่อันตรายเราก็จะต่อให้ โดยผู้ว่าการไฟฟ้าฯ ได้จัดเตรียมทีมเคลื่อนที่เร็วไว้แล้ว หากตรงไหนมีปัญหาก็จะส่งทีมเข้าไป
เมื่อถามถึงสาเหตุที่มาลงพื้นที่น้ำท่วมในช่วงดึก เพราะไม่ต้องการให้รบกวนเวลาทำงานในช่วงกลางวันใช่หรือไม่ นายกรัฐมนตรี ตอบว่า “จะได้เห็นของจริง ไม่มีหมาย เพราะนี่ขนาดไม่มีหมายคนยังรู้เลย”
นายกรัฐมนตรี กล่าวอีกว่า วันนี้คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้ตั้งพลโทอดุลย์ ให้กำกับดูแลพื้นที่ กทม. ซึ่งเป็นตัวแทนรัฐมนตรีสามารถสั่งการหน่วยงานราชการ เปรียบเหมือน นายกฯ สั่งการด้วยตัวเอง และคอยทำงานร่วมกับ กทม. แม้ในทางกฎหมาย รัฐบาลไม่สามารถดำเนินการอะไรกับ กทม.ได้ เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่ประชาชนเลือกผู้ว่า กทม.มา แต่วันนี้เมื่อมีการประกาศภาวะฉุกเฉิน หรือภาวะประสบภัย เราจึงเข้ามาได้เต็มที่ ไม่เช่นนั้นก็ไม่สามารถประสานการทำงานร่วมกันได้
นายกรัฐมนตรี ระบุด้วยว่า ที่ประชุม ครม.วันนี้อนุมัติให้กันงบประมาณ 4,000 กว่าล้านบาทในการเยียวยาช่วยเหลือผู้ประสบภัย ถือว่าเราไปขนออกมาจนหมด โดยโครงการไหนไม่จำเป็นเร่งด่วน เพราะยังเหลือเวลาอีก 2 วัน ก็เอางบมาเยียวยาช่วยเหลือผู้ประสบภัยครั้งนี้โดยเฉพาะ
