กทม.Big Cleaning ถนนเพชรบุรี หลังเปิดการจราจร 100% เร่งย้ายรถจอดขวางการจราจร คืนพื้นที่ก่อนเปิดเรียน-ทำงานพรุ่งนี้ เผยรถเสียหายพุ่ง 1,000 คัน แนะเจ้าของรถติดต่อ สน.ท้องที่หากหารถไม่เจอ


วันที่ 29 ก.ย.2569 นายพรพรหม วิกิตเศรษฐ์ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ลงพื้นที่Big Cleaning บนถนนเพชรบุรี ซึ่งเริ่มต้นจุดแรก ณ บริเวณสวนสราญรมย์ โดยมีเจ้าหน้าที่ฝ่ายรักษาความสะอาดและสวนสาธารณะ สำนักงานเขตห้วยขวาง พร้อมด้วยรถฉีดน้ำแรงดันสูง รถบรรทุกน้ำ และอุปกรณ์ทำความสะอาด ระดมกำลังกวาดล้างคราบโคลน เลน และเศษขยะบนพื้นผิวจราจร เพื่อคืนผิวทางให้ประชาชนสามารถกลับมาสัญจรได้อย่างปลอดภัยและเป็นปกติโดยเร็วที่สุด


รองผู้ว่าฯ กทม. ได้ลงพื้นที่ต่อเนื่องไปยังโรงเรียนวัดใหม่ช่องลม เพื่อตรวจสำรวจความเสียหายหลังระดับน้ำในคลองแสนแสบเอ่อล้นคันกั้นน้ำและไหลทะลักเข้าท่วมอาคารเรียน โดยจากการตรวจสอบพบว่า อาคารเรียนชั้น 1 ถูกน้ำท่วมสูง ส่งผลให้ห้องเรียน อุปกรณ์การเรียนการสอน โต๊ะ เก้าอี้ ตลอดจนหนังสือเรียนและเอกสารสำคัญได้รับความเสียหายทั้งหมด เจ้าหน้าที่และครูต้องช่วยกันเร่งขนย้ายสิ่งของที่ถูกน้ำท่วมออกมาตากและจัดเก็บกองไว้บริเวณภายนอกอาคาร


จากนั้นได้เดินทางต่อไปที่ ชุมชนท่าทราย1 แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมสูง เพื่อดูการจัดการขยะหลังน้ำในชุมชนลดลงประชาชนกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ


รองผู้ว่าฯ กทม.กล่าวว่า ชุมชนที่มีพื้นที่ท่วมขังและน้ำเริ่มแห้งลงแล้ว เช่น ชุมชนเคหะสายประมุข ซึ่งเป็นจุดรวมขยะขนาดใหญ่จากบ้านเรือนกว่า 1,400 ครัวเรือนและพื้นที่ใกล้เคียง มีปริมาณขยะชิ้นใหญ่ตกค้างประเมินด้วยสายตาไม่ต่ำกว่า 100 ลูกบาศก์เมตร ซึ่ง กทม. ได้จัดส่งเจ้าหน้าที่ พร้อมรถเก็บขนขยะเข้าเร่งเคลียร์พื้นที่ให้เร็วที่สุด


ทั้งนี้ กทม. ยังได้ใช้โมเดล “จับคู่เขต”  โดยนำเขตที่ไม่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมมากนัก เช่น เขตสาทร และเขตดินแดง เข้ามาเสริมกำลังช่วยเหลือเขตหลักสี่ ทั้งด้านกำลังพลและยานพาหนะ เพื่อไม่ให้เขตที่ประสบภัยต้องแบกรับภาระเพียงลำพัง พร้อมประเมินสถานการณ์แบบวันต่อวัน หากพื้นที่ใดต้องการกำลังเสริมสามารถแจ้งส่วนกลางเพื่อส่งทีมสนับสนุนได้ทันที


ส่วนของการจัดการจราจรและสิ่งกีดขวาง กทm. ได้มอบหมายให้เทศกิจทั้ง 50 เขต ออกสำรวจและปูพรมตรวจสอบรถยนต์ที่จอดเกะกะขวางการสัญจร ซึ่งพบว่ามีจำนวนมากกว่า 1,000 คันทั่วกรุงเทพฯ โดย กทม. ได้ร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ นำรถยกและรถย้ายจำนวน 10 คัน เข้าดำเนินการย้ายรถออกจากจุดเสี่ยงจราจรติดขัด โดยเฉพาะเส้นทางหลักอย่างถนนเพชรบุรี ซึ่งเดิมมีรถจอดขวางกว่า 100 คัน ขณะนี้ได้ดำเนินการย้ายไปไว้ในจุดปลอดภัย เช่น สวนสาธารณะใกล้เคียง หรือชิดขอบทางเรียบร้อยแล้ว


ส่วนรถคันไหนที่ยังไม่มาเคลื่อนย้าย กทม. ขอความร่วมมือให้เจ้าของรถเร่งมาเคลื่อนย้ายรถของตนเองกลับโดยเร็ว เพื่อเตรียมความพร้อมรองรับการเปิดเรียนและการเดินทางทำงานของประชาชนตามปกติ หากประชาชนต้องการสอบถามจุดจอดรถหรือติดตามรถคืน สามารถติดต่อได้ที่สำนักงานเขตในพื้นที่ หรือ สก. ประจำเขต