“สุรศักดิ์” อัด “การบินไทย” ล้มเหลวปัญหากระเป๋าตกค้าง ไม่ให้ความร่วมมือหน่วยงานที่มาช่วย ทหารมาช่วยขนย้ายแต่ต้องกลับไปกินข้าวที่หน่วย ฉะผู้บริหารใกล้หมดวาระ ไม่พร้อมแก้ปัญหาก็ควรพิจารณาลาออก


เมื่อเวลา 09.45 น. วันที่ 29 กันยายน 2569 นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ให้สัมภาษณ์ที่ทำเนียบรัฐบาล ถึงกรณีปัญหาของการบินไทยในการบริหารกระเป๋าสัมภาระผู้โดยสารตกค้างสะสมและเที่ยวบินล่าช้า ซึ่งตนเองได้เจอกับปัญหานี้ด้วยตัวเองเนื่องจากเพิ่งเดินทางโดยสายการบินไทยกลับมาจากประเทศญี่ปุ่น 

นายสุรศักดิ์ กล่าวว่า เหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อภาพลักษณ์ประเทศ และความเชื่อมั่นด้านการท่องเที่ยว แม้ต้นเหตุส่วนหนึ่งจะมาจากพนักงานไม่สามารถเดินทางมาทำงานได้ตามปกติเนื่องจากปัญหาน้ำท่วม แต่สาเหตุหลักกลับมาจากความไม่พร้อมด้านการบริหารจัดการของการบินไทยเอง 

โดยคาดว่าปัญหาที่เกิดขึ้นมาจากการที่สายการบินได้นำพนักงานของตนเองไปให้บริการแก่สายการบินอื่นที่รับจ้างทำ Ground Handling ไว้ก่อนเพื่อเลี่ยงการโดนปรับตามสัญญา ส่งผลให้เที่ยวบินของผู้โดยสารการบินไทยเองต้องประสบปัญหาล่าช้าหนักที่สุด ทั้งนี้ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิยืนยันว่า ไม่มีปัญหาเที่ยวบินล่าช้าจากสภาพอากาศ แต่เกิดจากความไม่พร้อมทางเทคนิคและการบริหารจัดการของสายการบินเอง 

ขณะที่จากการรับฟังจากหน่วยงานอื่นๆ ที่เข้าไปช่วยเหลือ ได้สะท้อนปัญหาว่าการบินไทยขาดการทำงานเชิงรุก และไม่ให้ความร่วมมือกับหน่วยงานภายนอกที่เข้ามาช่วยเหลือ แม้กระทั่งกำลังทหารจากกระทรวงกลาโหมที่เข้ามาช่วยขนย้ายสัมภาระ ทางการบินไทยกลับไม่มีการดูแลจัดหาอาหารหรือที่พักรองรับ จนทหารต้องกลับไปรับประทานอาหารที่หน่วยงานของตนเอง

“ทุกหน่วยงานพยายามเข้าไปช่วยเหลือ แต่กลับไม่ได้รับการตอบสนองหรือได้รับความร่วมมือที่ดีจากการบินไทย ซึ่งเรื่องนี้ไม่เพียงสร้างความเดือดร้อนให้ผู้โดยสาร แต่ยังกระทบต่อภาพลักษณ์และชื่อเสียงของประเทศ”

รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวต่อไปว่า ผู้บริหารการบินไทยจะต้องทำงานเชิงรุกมากกว่านี้ และหากคิดว่าใกล้จะหมดวาระแล้ว ไม่พร้อมแก้ปัญหา ก็ควรพิจารณาตนเองลาออก เพื่อให้ผู้ที่มีความตั้งใจเข้ามาบริหารจัดการแทน พร้อมเสนอว่าแม้การบินไทยจะมีสถานะเป็นบริษัทเอกชน แต่กระทรวงการคลังเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังจึงควรเรียกประชุมคณะกรรมการบริษัท (บอร์ด) เพื่อพิจารณาแก้ไขปัญหาและผลกระทบที่เกิดขึ้นอย่างจริงจังต่อไป

“ผู้บริหารจะต้องทำงานเชิงรุกมากกว่านี้ หรือว่าคิดว่าจะหมดวาระแล้วไม่ทำอะไรเลย ผมว่าไม่ได้นะครับ ถ้าไม่อยากทำ ก็พิจารณาตัวเองเร็วๆ ครับ คนอื่นที่อยากทำจะได้มาช่วยทำให้ดี”