รมว.กลาโหม ลงพื้นที่สุวรรณภูมิ เสริมกำลังทหารช่วยบริหารสัมภาระ–อำนวยความสะดวกผู้โดยสาร หารือ AOT วางแผนสนับสนุน พร้อมสื่อสารข้อมูลต่อเนื่อง ลดผลกระทบการเดินทาง
วันที่ 28 กันยายน 2569 พลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พร้อมด้วย พลอากาศเอก อนุรักษ์ รมณารักษ์ เสนาธิการทหารอากาศ ลงพื้นที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เพื่อติดตามการปฏิบัติงานของกำลังพลทหารที่เข้าร่วมสนับสนุนการบริหารจัดการภายในสนามบิน ทั้งด้านการขนย้ายสัมภาระ การอำนวยความสะดวกแก่ผู้โดยสาร และการสนับสนุนภารกิจที่จำเป็น เพื่อช่วยให้การให้บริการและการเดินทางของประชาชนสามารถดำเนินไปได้อย่างต่อเนื่อง
ในการลงพื้นที่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมได้หารือร่วมกับผู้บริหารบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT และผู้บริหารท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เพื่อรับทราบสถานการณ์และความต้องการสนับสนุน พร้อมร่วมวางแผนการใช้กำลังพลให้สอดคล้องกับภารกิจและจุดที่มีความจำเป็น โดยเน้นการบูรณาการการทำงานระหว่างหน่วยทหารและเจ้าหน้าที่สนามบินอย่างเป็นระบบ เพื่อช่วยลดผลกระทบและอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนและผู้เดินทางให้ได้มากที่สุด
นอกจากนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมยังเน้นย้ำถึงความสำคัญของ การสื่อสารสร้างการรับรู้และความเข้าใจต่อสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง โดยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องประสานข้อมูลให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน และสื่อสารข้อมูลที่จำเป็นต่อผู้โดยสารและประชาชนอย่างถูกต้อง รวดเร็ว และทันต่อสถานการณ์ ทั้งความคืบหน้าการแก้ไขปัญหา การให้บริการ ตลอดจนคำแนะนำที่จำเป็นต่อการเดินทาง เพื่อให้ประชาชนสามารถวางแผนและปรับตัวได้อย่างเหมาะสม รวมทั้งลดความสับสนและความกังวลที่อาจเกิดขึ้น
สำหรับการสนับสนุนของ กองทัพอากาศ ได้จัดกำลังพลรวม 100 นาย ประกอบด้วย กำลังพลจากกรมทหารอากาศโยธิน จำนวน 69 นาย กองบิน 41 จังหวัดเชียงใหม่ จำนวน 23 นาย และกองบิน 46 จังหวัดพิษณุโลก จำนวน 8 นาย เข้าสนับสนุนการบริหารจัดการด้านสัมภาระผู้โดยสารและการอำนวยความสะดวกภายในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ
ขณะที่ กองทัพบก จัดกำลังพลจากหน่วยบัญชาการรักษาดินแดน จำนวน 31 นาย เข้าสนับสนุนภารกิจด้านครัวการบิน เพื่อเสริมกำลังในส่วนที่มีความจำเป็น และสนับสนุนให้ระบบการให้บริการของท่าอากาศยานสามารถดำเนินไปได้อย่างต่อเนื่อง
รวมกำลังพลจากกองทัพบกและกองทัพอากาศที่เข้าปฏิบัติภารกิจสนับสนุนในครั้งนี้ 131 นาย โดยกระทรวงกลาโหมพร้อมปรับและเพิ่มเติมกำลังตามสถานการณ์และความต้องการของท่าอากาศยาน เพื่อให้การสนับสนุนตรงกับภารกิจที่จำเป็นและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมได้ให้กำลังใจกำลังพลและเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายที่ปฏิบัติหน้าที่ พร้อมเน้นย้ำว่า ภารกิจของกองทัพในสถานการณ์นี้ คือการนำศักยภาพและกำลังพลที่มีอยู่เข้าไปสนับสนุนหน่วยงานที่ต้องการความช่วยเหลืออย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานและประตูการเดินทางที่สำคัญของประเทศ
ทั้งนี้ กระทรวงกลาโหมและเหล่าทัพพร้อมประสานการทำงานร่วมกับ AOT และท่าอากาศยานสุวรรณภูมิอย่างใกล้ชิด ทั้งในด้าน กำลังพล การบริหารจัดการ และการสื่อสารข้อมูลต่อประชาชน โดยจะติดตามสถานการณ์และประเมินความต้องการอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การบริหารจัดการสัมภาระ การให้บริการ และการอำนวยความสะดวกแก่ผู้โดยสารเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ควบคู่กับการสร้างการรับรู้และความเข้าใจในสถานการณ์ด้วยข้อมูลที่ถูกต้องและทันเวลา เพื่อลดผลกระทบต่อประชาชน และสนับสนุนให้การเดินทางผ่านท่าอากาศยานสุวรรณภูมิสามารถดำเนินไปได้อย่างต่อเนื่อง