“วรศิษฎ์” ชี้สถานการณ์น้ำท่วม กทม. เริ่มดีขึ้น ห่วง “เคหะคลองจั่น-ร่มเกล้า-ลาดกระบัง” น้ำยังเยอะ เร่งส่งครัวสนาม-รถสุขาช่วย ฝาก ผอ.เขต ขาดเหลืออะไรให้รีบแจ้ง ยัน มท. ยังจับมือ กทม. ร่วมทำงาน


วันที่ 28 กันยายน 2569 นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ที่ทำเนียบรัฐบาล ถึงสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่กรุงเทพฯ มีพื้นที่ใดที่ยังน่าเป็นห่วงบ้าง ว่า ตอนนี้มีที่แฟลตการเคหะคลองจั่น ร่มเกล้า และลาดกระบัง ที่มีน้ำค่อนข้างเยอะ ซึ่งต้องรีบจัดสรรเรื่องอาหารการกินเข้าไปในพื้นที่ ตอนนี้มีการกระจายครัวสนามไปในจุดที่มีการร้องขอไปให้มากที่สุด และในวันนี้จะมีการจัดรถสุขาจากท้องถิ่นทั่วประเทศ หากมีตรงไหนที่ยังขาดสามารถประสานเข้ามาได้ ซึ่งทางผู้อำนวยการสำนักงานเขตต้องรีบประสานเข้ามา ไม่ว่าเรื่องอะไรที่ขาดให้รีบดำเนินการ

เมื่อถามว่ากระทรวงมหาดไทย ยังคงทำงานร่วมกันกับกรุงเทพมหานครใช่หรือไม่ นายวรศิษฎ์ ตอบว่า ยังคงทำงานร่วมกันอยู่ แต่ในส่วนของพื้นที่มีความหลากหลายค่อนข้างเยอะ และมีพื้นที่กระจายตัวกันมาก หากผู้อำนวยการเขตยังขาดเหลือเรื่องอะไรขอให้รีบแจ้ง เพราะบางทีตามทุกเขตไม่ได้ 

ผู้สื่อข่าวถามต่อ คาดว่าสถานการณ์จะคลี่คลายได้เมื่อใด นายวรศิษฎ์ กล่าวว่า จริงๆ วันนี้สถานการณ์ภาพรวมเริ่มดีขึ้นแล้ว อย่าง กทม. ยังคงระบายน้ำอย่างเต็มที่มาตลอดช่วง 3-4 วันที่ผ่านมา หากวันนี้ฝนเป็นไปตามพยากรณ์อากาศ ไม่มีตกลงมาเพิ่มวันนี้น้ำจะพร่องลงไปเยอะ

สั่งตั้งครัวสนาม-รถผลิตน้ำดื่ม ดูแล 24 ชั่วโมง เตรียมแผนฟื้นฟูเยียวยาหลังน้ำลด

ทางด้าน นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลเดินหน้าดูแลประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยอย่างต่อเนื่อง โดยเมื่อวันที่ 27 กันยายน 2569 นายวรศิษฎ์ ลงพื้นที่ตรวจติดตามสถานการณ์และการช่วยเหลือผู้ประสบภัย ณ ศูนย์พักพิงชั่วคราว เขตบางกะปิ วิทยาลัยศิลปหัตถกรรมกรุงเทพ กรุงเทพมหานคร พร้อมเร่งแก้ปัญหาอาหาร น้ำดื่ม และสิ่งจำเป็นสำหรับประชาชนที่เข้าพักพิง

ทั้งนี้ นายวรศิษฎ์ ได้ประสานนำรถครัวสนามที่ได้รับการสนับสนุนจากกระทรวงกลาโหมเข้ามาติดตั้ง เพื่อประกอบอาหารปรุงสุก สะอาด ถูกหลักอนามัย แจกจ่ายให้แก่ผู้ประสบภัย พร้อมจัดส่งข้าวสาร น้ำดื่ม และสิ่งของอุปโภคบริโภคที่จำเป็น เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนอย่างเร่งด่วน

นางสาวลลิดา กล่าวต่อไปว่า จากสถานการณ์ฝนตกต่อเนื่อง ส่งผลให้ศูนย์พักพิงดังกล่าวมีความต้องการเสบียงอาหารและน้ำดื่มเพิ่มขึ้น นายวรศิษฎ์ จึงมอบหมายให้ทีมงานประสานกับผู้นำชุมชนอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินความต้องการวัตถุดิบและอาหารสดและนำมาสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากศูนย์แห่งนี้ยังทำหน้าที่เป็นจุดประกอบอาหารและกระจายเสบียงไปยังชุมชนโดยรอบ

นอกจากนี้ ได้ประสานรถผลิตน้ำดื่มสะอาดเข้าประจำการสนับสนุนทุกวัน เพื่อรองรับความต้องการของประชาชนที่อาจเดินทางเข้ามาพักพิงเพิ่มขึ้น รวมทั้งเตรียมความพร้อมด้านสุขอนามัยภายในศูนย์พักพิง โดยหากจำนวนผู้ประสบภัยเพิ่มขึ้นจนห้องน้ำและห้องสุขาที่มีอยู่ไม่เพียงพอ จะเร่งจัดส่งรถสุขาเคลื่อนที่เข้ามาเสริมทันที เพื่อให้ประชาชนมีอาหาร น้ำดื่ม ที่พัก และสิ่งอำนวยความสะดวกด้านสุขอนามัยอย่างเพียงพอตลอดช่วงที่พักอยู่ในศูนย์

ขณะเดียวกัน กระทรวงมหาดไทยยังเตรียมการสำหรับระยะฟื้นฟูหลังระดับน้ำลด โดยได้หารือแนวทางการให้ความช่วยเหลือ ทั้งเงินช่วยเหลือเยียวยาเบื้องต้น และเงินชดเชยค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมฟื้นฟูบ้านเรือนและทรัพย์สินที่ได้รับความเสียหาย พร้อมมอบหมายให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่บริหารจัดการและอำนวยความสะดวกในการยื่นขอรับความช่วยเหลืออย่างเป็นระบบ โดยนายวรศิษฎ์ เน้นย้ำให้ลดขั้นตอนด้านเอกสารและความซับซ้อนของกระบวนการให้มากที่สุด เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงความช่วยเหลือได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว โดยไม่เพิ่มภาระแก่ผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนและความเสียหายจากอุทกภัย

“ขอให้ประชาชนมั่นใจว่ากระทรวงมหาดไทยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะเร่งแก้ไขปัญหาและดูแลประชาชนอย่างเต็มกำลังจนกว่าสถานการณ์จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ หากพื้นที่ใดยังขาดแคลนสิ่งจำเป็น สามารถแจ้งผ่านเจ้าหน้าที่และผู้นำชุมชน เพื่อเร่งประสานความช่วยเหลือได้ทันที”

นางสาวลลิดา เปิดเผยเพิ่มเติมว่า ภายหลังเสร็จสิ้นภารกิจที่ศูนย์พักพิงเขตบางกะปิ นายวรศิษฎ์ ยังเดินทางต่อไปยังบริเวณแฟลตการเคหะ ซึ่งได้ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์มาตั้งแต่คืนก่อนจนถึงช่วงเช้ามืด เพื่อเร่งแก้ปัญหาอาหารและน้ำดื่มที่ยังมีความจำเป็นเร่งด่วน และให้การช่วยเหลือเข้าถึงผู้ประสบภัยอย่างทั่วถึงและทันท่วงที.