“ไชยชนก” เผย 27 ก.ย. 69 ฝนเริ่มลดลง ขอประชาชนติดตามข้อมูลจากหน่วยงานทางการ ก่อนยกทีม รมต.ลูกเทพ ไปติดตามน้ำท่วมที่ ปภ. คืนนี้ จัดถุงยังชีพช่วยคนกรุงฯ 1 แสนชุด ขณะที่ “สิริพงศ์” รุดเปิดเส้นทางรถพิเศษ “อนุสาวรีย์ชัยฯ - รังสิต”
วันที่ 26 กันยายน 2569 นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ได้มีข้อสั่งการล่าสุดให้นายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดีอี โดยกรมอุตุนิยมวิทยา เปิดศูนย์ปฏิบัติการพยากรณ์อากาศและเตือนภัยสภาพอากาศ เพื่อติดตามสถานการณ์ฝนต่อเนื่อง ซึ่งจากข้อมูลสภาพอากาศในช่วงของวันที่ 27 กันยายน 2569 ยังคงมีฝนตกต่อเนื่อง โดยภาพรวมปริมาณฝนในหลายพื้นที่เริ่มลดลงเมื่อเทียบกับวันก่อนหน้า
ขณะเดียวกันจากการเกิดฝนตกอย่างต่อเนื่อง ทำให้มีการเผยแพร่ข้อมูลบิดเบือนจากผู้ไม่หวังดี ทั้งข้อมูลของการเกิดพายุฝน ฝนตกหนัก ทำให้ประชาชนเกิดความตื่นตระหนกและวิตกกังวล ส่งผลกระทบต่อประชาชนเป็นวงกว้าง ซึ่งหากเป็นกรณีเหตุการณ์ขนาดใหญ่ เช่น พายุโซนร้อน กรมอุตุฯ จะมีการแจ้งเตือนล่วงหน้าอย่างน้อยประมาณ 3 วัน ส่วนกรณีฝนในพื้นที่จะมีการติดตามและปรับปรุงข้อมูลอย่างต่อเนื่อง โดยมีการอัปเดตข้อมูลทุก 6 ชั่วโมง เพื่อให้ประชาชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถติดตามสถานการณ์และเตรียมรับมือได้อย่างเหมาะสม
“ไชยชนก-เจเศรษฐ์-วรศิษฏ์” ติดตามน้ำท่วม ปภ.
ต่อมาเมื่อเวลา 20.00 น. ที่ ห้องกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย นายไชยชนก พร้อมด้วย นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ และนายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ประชุมติดตามสถานการณ์อุทกภัยทั่วประเทศไทย โดยมีนายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร รองปลัดกระทรวงมหาดไทย และนายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พร้อมด้วยจังหวัดที่มีสถานการณ์เข้าร่วมรายงานสถานการณ์ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์
การติดตามสถานการณ์อุทกภัยในค่ำนี้ นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้ติดตามการให้ความช่วยเหลือเหตุอุทกภัยในพื้นที่กรุงเทพมหานคร โดยวางแผนสนับสนุนวัสดุอุปกรณ์สำหรับรองรับประชาชนที่พักอยู่ในศูนย์พักพิงชั่วคราวของกรุงเทพมหานคร ซึ่งหากมีการอาศัยอยู่ต่อเนื่อง ต้องจัดหาสิ่งของสนับสนุนให้เพียงพอ จึงประสานกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) และกรุงเทพมหานคร จัดเตรียมถุงยังชีพสำหรับช่วยเหลือผู้ประสบภัยในเขตกรุงเทพมหานครในเบื้องต้น จำนวน
100,000 ชุด และเครื่องนอน 3,000 ชุด และย้ำหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในทุกจังหวัด อย่ามองข้ามเรื่องสาธารณูปโภค ระบบไฟฟ้า ที่ต้องพร้อมสำรองให้พร้อมหากเกิดเหตุฉุกเฉิน เพื่อไม่ให้สร้างความเดือดร้อนกับประชาชนเพิ่มเติม และในส่วนของกระทรวง DE ได้กำชับให้หน่วยงานในสังกัด ดูแลระบบอินเทอร์เน็ตให้เข้าถึงและใช้งานได้อย่างเสถียร โดยเฉพาะบริเวณอาคารสูงในเขตกรุงเทพมหานคร รวมไปถึงระบบไปรษณีย์ไทยที่จะต้องดำเนินการได้อย่างต่อเนื่อง
ด้านนายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้เน้นย้ำทุกพื้นที่ที่มีสถานการณ์ให้ดูแลประชาชนอย่างทั่วถึง โดยเฉพาะที่จังหวัดสระแก้วที่สถานการณ์ขยายพื้นที่และมีแนวโน้มว่าระดับน้ำจะเพิ่มขึ้น ซึ่งจังหวัดสระแก้วได้ประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินแล้ว จำนวน 7 อำเภอ 22 ตำบล มีผู้ที่ได้รับผลกระทบ 8,706 ครัวเรือน ผู้ได้รับผลกระทบมากที่สุดที่อำเภออรัญประเทศ ซึ่งย้ำให้จังหวัดสระแก้วดูแลผู้ที่มาพักพิงที่ศูนย์พักพิงชั่วคราว โดยเฉพาะที่ศูนย์พักพิงชั่วคราวอำเภอเมืองที่มีผู้พักพิงจำนวนมาก ต้องจัดหาอุปกรณ์ สิ่งดำรงชีพ ให้เพียงพอ หากอุปกรณ์ใดไม่เพียงพอให้แจ้งมายังกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ซึ่งจะสั่งการจัดสรรเข้าพื้นที่ในทันที และขอให้เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติในพื้นที่จังหวัดสระแก้ว ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา และพื้นที่ที่มีสถานการณ์คาดว่าจะมีน้ำเพิ่มขึ้น และขอให้ทุกท่านทำงานด้วยความปลอดภัย
นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้กำชับให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสามารถใช้งบประมาณของท้องถิ่นในการช่วยเหลือประชาชนได้ตามกฎหมายและอำนาจหน้าที่ และเน้นย้ำการดูแลความปลอดภัยของพื้นที่ที่มีสถานการณ์ ในเรื่องการเคลียร์เส้นทางจราจรที่มีสิ่งกีดขวางเส้นทาง และอาจทำให้การสัญจรของประชาชนมีอันตราย รวมทั้งได้ประสานกรุงเทพมหานครจัดหายาเวชภัณฑ์ให้เพียงพอ โดยผู้ประสบภัยที่เป็นผู้ป่วยได้แบ่งเป็นสองส่วน สำหรับผู้ป่วยที่มีภาวะวิกฤตซับซ้อนจะนำส่งโรงพยาบาล ส่วนบุคคลทั่วไปได้ช่วยเหลือให้ไปอยู่ศูนย์พักพิงชั่วคราวของ กทม. ที่ได้มีการตั้งทั่วทุกเขต
“สิริพงศ์” ประสานเปิดเส้นทางรถพิเศษ “อนุสาวรีย์ชัยฯ - รังสิต”
ด้านนายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม นำคณะผู้บริหารกรมการขนส่งทางบก ลงพื้นที่อำนวยความสะดวกและบรรเทาความเดือดร้อน กับประชาชนจากสถานการณ์อุทกภัย โดยได้เปิดเส้นทางเดินรถโดยสารประจำทางเป็นกรณีพิเศษ ณ บริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ซึ่งดำเนินการโดยองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) เพื่อจัดรถบริการประชาชน และเพิ่มเส้นทางให้บริการ
สำหรับอำนวยความสะดวกและลดผลกระทบจากการเดินทางในช่วงสถานการณ์น้ำท่วม โดยเส้นทางเดินรถดังกล่าวจะให้บริการใน 2 ทิศทาง ได้แก่
- ขาออก จากอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ไปยังอู่รถเมล์รังสิต โดยมีจุดจอดรับ-ส่งที่ อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ,
สะพานควาย, จตุจักร (BTS), วัดเสมียนนารี, สถานีรถไฟดอนเมือง และสิ้นสุดที่อู่รถเมล์รังสิต
- ขาเข้า จากอู่รถเมล์รังสิต ไปยังอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ โดยมีจุดจอดรับ-ส่งที่ อู่รถเมล์รังสิต, สถานีรถไฟ
ดอนเมือง, วัดเสมียนนารี, จตุจักร (BTS), สะพานควาย และสิ้นสุดที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ