“อภิสิทธิ์” นำทีมงานพรรคประชาธิปัตย์ รุด ตั้งโรงครัวปรุงอาหารสุกแจกจ่ายช่วยประชาชน เขตคลองเตย พร้อมแบ่งสาย ให้“รอง หน.พรรคภาคกลาง-ตะวันออก” รับผิดชอบพื้นที่ภาคกลาง พร้อมเปิดศูนย์ประสานงานช่วยเหลือประชาชน
วันที่ 26 ก.ย. 2569 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) พร้อมด้วยนายพงศกร ขวัญเมือง โฆษกพรรค และทีมงานพรรคประชาธิปัตย์ ร่วมลงพื้นที่เขตคลองเตย เพื่อให้กำลังใจและช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมขัง โดยได้ตั้งโรงครัวเพื่อประกอบอาหารแจกจ่ายแก่ผู้ประสบภัยในพื้นที่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ในนามพรรคประชาธิปัตย์ ตนขอแสดงความห่วงใยไปยังพี่น้องประชาชนทุกคนที่กำลังประสบภัยในขณะนี้ พร้อมขอให้ติดตามการแจ้งเตือนและข่าวสารสภาพอากาศอย่างใกล้ชิดและอย่าประมาท เพราะตามการพยากรณ์อากาศ สภาพฝนตกและสภาพอากาศแปรปรวนน่าจะยังคงเป็นเช่นนี้ต่อไปอีกระยะหนึ่ง ทั้งนี้ ทางพรรคประชาธิปัตย์ได้ระดมสรรพกำลังเข้าช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มที่ ในส่วนของกรุงเทพมหานคร ได้ประสานไปยังสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) รวมถึงผู้สมัคร สส. ของพรรคในแต่ละพื้นที่ ให้เร่งลงพื้นที่สำรวจความเดือดร้อนและความต้องการของชาวบ้าน เพื่อให้การช่วยเหลืออย่างทันท่วงที ซึ่งพรรคพร้อมสนับสนุนอย่างเต็มกำลัง
“ขณะที่สถานการณ์ในต่างจังหวัดนั้น ได้มีการแบ่งหน้าที่ให้แกนนำพรรครับผิดชอบดูแลอย่างใกล้ชิด โดยในพื้นที่ภาคกลางมีนายเมฆินทร์ เอี่ยมสอาด รองหัวหน้าพรรค เป็นผู้ดูแลและประสานงาน ส่วนพื้นที่ภาคตะวันออก มีนายสาธิต ปิตุเตชะ รองหัวหน้าพรรค คอยติดตามสถานการณ์และเตรียมการช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง” นายอภิสิทธิ์ กล่าว
“ประชาธิปัตย์” เปิดศูนย์ประสานงานช่วยเหลือประชาชน
ด้านนางสาวศิริภา อินทวิเชียร รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยว่า หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ยังได้เปิดศูนย์ประสานงานให้ความช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบ ผ่านช่องทาง Blue house ที่ทำการพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมเตรียมตั้งครัวกลาง สำหรับทำอาหารแจกจ่ายในพื้นที่ชุมชนต่างๆที่ได้รับผลกระทบด้วย
นางสาวศิริภา กล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์ขอร่วมเป็นกำลังสำคัญ ในการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนแต่ละพื้นที่ และขอให้กำลังใจทุกภาคส่วน ที่ทำงานช่วยเหลือพี่น้องประชาชนอย่างไม่ลดละ อย่างไรก็ตามปัญหาในการบริหารจัดการและการสื่อสารของภาครัฐยังเป็นส่วนสำคัญที่จะต้องปรับให้มีความพร้อมกับการรับมือกับภาวะวิกฤตมากขึ้น แม้น้ำท่วมที่เกิดขึ้นจะเกิดจากน้ำฝน แต่ความเสียหายขณะนี้ก็ไม่ได้แตกต่างจากมวลน้ำในแม่น้ำการรอคอยเวลาเพียงเพื่อฝนหยุดตกไม่ใช่ทางออก รัฐบาลควรบูรณาการทุกภาคส่วน ในการสนับสนุนการทำงานกับกรุงเทพมหานคร แก้ไขปัญหาในมิติต่างๆ โดยเฉพาะการขนส่งสาธารณะ ขณะนี้ประชาชนเดือดร้อนอย่างหนัก และอยู่ในอำนาจของรัฐบาลในการแก้ไข