รมว.กลาโหม สั่งทหารช่วยน้ำท่วม 24 ชั่วโมง ระดม 1 หมื่นนาย รถ 1,000 คัน พร้อมเข้าในพื้นที่ช่วยประชาชนถึงจุดวิกฤต ขณะที่ สธ. สนับสนุนถุงดำ–ปูนขาว 3,000 ชุด แนะ “ส้วมกระดาษ” ลดกระจายเชื้อโรค
เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2569 พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม สั่งการให้หน่วยทหารทั่วประเทศระดมกำลังเข้าช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากฝนตกหนักและสถานการณ์น้ำท่วมอย่างเต็มกำลังความสามารถ โดยปัจจุบันมีกำลังพลออกปฏิบัติหน้าที่ตลอด 24 ชั่วโมง กระจายกำลังในหลายพื้นที่วิกฤตทั่วประเทศกว่า 10,000 นาย พร้อมรถบรรทุกและรถเครื่องมือกว่า 1,000 คัน เพื่อสนับสนุนการช่วยเหลือประชาชนและหน่วยงานในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง
พล.ท.อดุลย์ กล่าวว่า ได้สั่งการให้ผู้บังคับหน่วยทุกหน่วยติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมเร่งเข้าถึงพื้นที่ประสบภัยและให้ความช่วยเหลือประชาชนอย่างรวดเร็วที่สุด โดยกระทรวงกลาโหมและกองทัพพร้อมสนับสนุนรัฐบาลในทุกด้านตามที่ได้รับการร้องขอ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและลดผลกระทบที่เกิดขึ้นกับประชาชนจากสถานการณ์ฝนตกหนักและน้ำท่วม
ขณะเดียวกัน ได้สั่งการให้ทุกหน่วยเตรียมความพร้อมสำหรับการฟื้นฟูภายหลังสถานการณ์คลี่คลาย เพื่อสนับสนุนรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการฟื้นฟูพื้นที่ บรรเทาความเดือดร้อน และช่วยให้ประชาชนสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติโดยเร็วที่สุด โดยย้ำแนวทางการทำงานว่า “ช่วงวิกฤตต้องช่วยให้ทัน หลังน้ำลดต้องช่วยให้ประชาชนกลับมายืนได้เร็วที่สุด”
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ท.อดุลย์ พร้อมด้วย พลตรี สิฐิจักษ์ ร่มโพธิ์ชี ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 11 (ผบ.มทบ. 11) ,พันโท ปิยวัฒน์ ชยวัฒน์ศรีกุล ผู้บังคับกองพันทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยานที่ 5 (ผบ.ปตอ.1 พัน.5) ได้ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ด้วยตนเอง ขึ้นรถบรรทุกทหารลงพื้นที่สำรวจสถานการณ์น้ำท่วมบนถนนแจ้งวัฒนะตั้งแต่ถนนเลี่ยงเมือง อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี เพื่อสำรวจสถานการณ์และรับทราบปัญหาของประชาชนในพื้นที่ โดยระหว่างการลงพื้นที่พบประชาชนที่ติดค้างอยู่บริเวณข้างทาง จึงให้การช่วยเหลือรับขึ้นรถเพื่อเดินทางไปยังจุดหมาย ขณะที่มีประชาชนจำนวนมากเข้ามาขอความช่วยเหลือและทยอยขึ้นรถของเจ้าหน้าที่ เพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางท่ามกลางสถานการณ์น้ำท่วม
การลงพื้นที่ดังกล่าวเพื่อหาแนวทางการทำงานของกระทรวงกลาโหมที่เน้นการเข้าถึงประชาชนในพื้นที่ประสบภัยโดยตรง ควบคู่กับการระดมกำลังพล ยานพาหนะ และเครื่องมือจากหน่วยทหารทั่วประเทศ เพื่อให้ความช่วยเหลือเป็นไปอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง พร้อมเตรียมกำลังรองรับภารกิจฟื้นฟูหลังน้ำลด เพื่อให้ประชาชนได้รับการดูแลตั้งแต่ช่วงวิกฤตจนสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติโดยเร็ว
รมว.สธ. มอบกรมอนามัยสนับสนุนถุงดำ–ปูนขาว 3,000 ชุด
ขณะที่นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุขมีความห่วงใยประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วม โดยการดูแลประชาชนในช่วงน้ำท่วมไม่ได้มีเฉพาะการรักษาพยาบาลเมื่อเจ็บป่วย แต่ต้องให้ความสำคัญกับการป้องกันโรคและการจัดการสุขาภิบาลตั้งแต่ต้นทาง โดยเฉพาะการจัดการสิ่งปฏิกูล น้ำเสีย ขยะ และน้ำที่ใช้ในครัวเรือน ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยสำคัญต่อการป้องกันโรคในชุมชน พร้อมขอให้หน่วยงานสาธารณสุขในพื้นที่ประสานการทำงานร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การช่วยเหลือประชาชนเป็นไปอย่างต่อเนื่องและครอบคลุม โดยมอบหมายให้
กรมอนามัยสนับสนุนองค์ความรู้ อุปกรณ์ และแนวทางการจัดการสุขาภิบาลที่เหมาะสมแก่พื้นที่ประสบอุทกภัย เพื่อให้ประชาชนสามารถจัดการสิ่งปฏิกูลได้อย่างถูกสุขลักษณะ ลดการปนเปื้อนในสิ่งแวดล้อม และป้องกันความเสี่ยงต่อสุขภาพในช่วงน้ำท่วม
แพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย กล่าวเสริมว่า กรมอนามัยได้เร่งสนับสนุนถุงดำและปูนขาวกว่า 3,000 ชุด กระจายไปยังพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศ เพื่อใช้ในการจัดการสิ่งปฏิกูลและของเสียจากการขับถ่าย โดยเฉพาะพื้นที่ที่ระบบส้วมได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมและไม่สามารถใช้งานได้ตามปกติสำหรับประชาชนที่ส้วมไม่สามารถใช้งานได้เนื่องจากน้ำท่วม กรมอนามัยแนะนำ “ส้วมกระดาษ” หรือส้วมชั่วคราว เป็นทางเลือกในการขับถ่ายในภาวะฉุกเฉิน โดยเป็นการใช้ภาชนะที่เหมาะสมร่วมกับถุงพลาสติกหรือถุงดำที่แข็งแรง เพื่อรองรับสิ่งปฏิกูลและป้องกันไม่ให้สิ่งปฏิกูลสัมผัสพื้นหรือไหลลงสู่พื้นที่โดยรอบ เมื่อใช้งานแล้วควรโรยปูนขาวและปิดปากถุงให้มิดชิด เพื่อป้องกันการรั่วไหลและลดการสัมผัสกับสิ่งปฏิกูล ก่อนรวบรวมและนำไปกำจัดตามแนวทางหรือจุดที่หน่วยงานในพื้นที่กำหนด นอกจากการจัดการสิ่งปฏิกูลแล้ว ประชาชนควรให้ความสำคัญกับ สุขอนามัยส่วนบุคคล โดยล้างมือด้วยสบู่และน้ำสะอาดทุกครั้งหลังใช้ส้วม หลังสัมผัสสิ่งปฏิกูล หรือก่อนรับประทานอาหาร หากมือหรือร่างกายสัมผัสน้ำท่วมควรรีบล้างทำความสะอาด และหากมีบาดแผลควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสน้ำท่วมโดยตรง เพื่อป้องกันการติดเชื้อ
“กรมอนามัยขอให้ประชาชนในพื้นที่น้ำท่วม ไม่ขับถ่ายลงในน้ำหรือพื้นที่สาธารณะ และไม่ปล่อยสิ่งปฏิกูลลงสู่แหล่งน้ำโดยตรง หากส้วมไม่สามารถใช้งานได้ ให้ใช้ส้วมชั่วคราวหรือส้วมกระดาษตามคำแนะนำ และรวบรวมสิ่งปฏิกูลเพื่อนำไปกำจัดอย่างถูกสุขลักษณะ โดยสามารถขอคำแนะนำเพิ่มเติมจากเจ้าหน้าที่สาธารณสุขหรือหน่วยงานท้องถิ่นในพื้นที่” อธิบดีกรมอนามัย กล่าว
