“อัครเดช” ห่วงความปลอดภัย EV ยกระดับป้องกันอัคคีภัย ขอ สมอ.เร่งออกมาตรฐานสารดับเพลิงแบตเตอรี่ลิเธียมหวั่นวัวหายมาล้อมคอก
วันที่ 25 ก.ย.2569 นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สส.ราชบุรี พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานอนุกรรมาธิการพิจารณากลั่นกรองเรื่องร้องเรียนและศึกษาภารกิจของคณะกรรมาธิการกิจการศาล องค์กรอิสระ องค์กรอัยการ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน และกองทุน เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมาธิการฯ พิจารณา มาตรการและกลไกด้านความปลอดภัยจากอัคคีภัยในยานยนต์ไฟฟ้า และบทบาทของกองทุนของรัฐในการสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีและมาตรฐานความปลอดภัย โดยเชิญผู้แทนจาก 4 หน่วยงานสำคัญ ได้แก่ กรมการขนส่งทางบก สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน และสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เข้าร่วมให้ข้อมูล
นายอัครเดช กล่าวว่า ปัจจุบันยานยนต์ไฟฟ้ามีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ประเด็นด้านความปลอดภัย โดยเฉพาะความเสี่ยงจากอัคคีภัย เป็นเรื่องที่ภาครัฐต้องให้ความสำคัญควบคู่ไปกับการส่งเสริมอุตสาหกรรม EV โดยต้องมีมาตรการป้องกันตั้งแต่ต้นทาง ไม่ใช่รอให้เกิดเหตุแล้วจึงเข้ามาแก้ไข โดยเฉพาะอุปกรณ์และชิ้นส่วนที่เกี่ยวข้องกับระบบไฟฟ้าและแบตเตอรี่ ซึ่งควรได้รับการกำหนดมาตรฐานที่ชัดเจน เพื่อสร้างหลักประกันด้านคุณภาพและความปลอดภัยให้กับผู้บริโภค รวมถึงสร้างความมั่นใจให้กับภาคอุตสาหกรรม
นายอัครเดช กล่าวว่า ได้ขอให้สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) พิจารณาเร่งรัดการจัดทำและกำหนดมาตรฐานที่เกี่ยวข้องกับอุปกรณ์และผลิตภัณฑ์ที่มีความเสี่ยงด้านความปลอดภัย เพื่อให้การกำกับดูแลสอดรับกับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้า โดยเฉพาะอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับระบบไฟฟ้า ระบบชาร์จ และแบตเตอรี่
“เมื่อจำนวนรถ EV เพิ่มขึ้น สิ่งที่ต้องเดินไปพร้อมกันคือมาตรฐานความปลอดภัย เราไม่ควรรอให้เกิดเหตุแล้วค่อยกำหนดมาตรฐาน แต่ควรป้องกันตั้งแต่ต้นทาง โดยเฉพาะมาตรฐานที่เกี่ยวข้องกับสารดับเพลิงแบตเตอรี่ลิเธียม ระบบไฟฟ้าและแบตเตอรี่ ต้องมีมาตรฐานที่ชัดเจนและสามารถควบคุมคุณภาพได้” นายอัครเดชกล่าว
นายอัครเดช กล่าวอีกว่า การยกระดับความปลอดภัยของ EV จำเป็นต้องอาศัยการบูรณาการของหลายหน่วยงาน ทั้งกรมการขนส่งทางบกในด้านการกำกับดูแลรถและการใช้งาน สมอ.ในด้านมาตรฐานผลิตภัณฑ์ BOI ในด้านการส่งเสริมการลงทุน และ สกสว.ในด้านการสนับสนุนงานวิจัยและนวัตกรรม เพื่อให้เกิดกลไก “ขนส่ง–มาตรฐาน–ลงทุน–วิจัย” ที่ทำงานเชื่อมโยงกัน
ทั้งนี้ คณะอนุกรรมาธิการฯ จะรวบรวมข้อมูลและข้อเสนอจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำไปศึกษาจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายในการยกระดับมาตรการป้องกันอัคคีภัยและมาตรฐานความปลอดภัยของยานยนต์ไฟฟ้า ให้ทันต่อการพัฒนาเทคโนโลยีและรองรับการขยายตัวของ EV ในประเทศไทย