กกต. ถอดบทเรียนเลือกตั้ง ยอมรับข้อบกพร่องระบบรายงานผลคะแนน ประชาสัมพันธ์น้อยเกินไป ชี้ระบบรายงานผลล่ม เพราะยุบสภากะทันหัน-รับข้อมูลพร้อมกันแสนหน่วย ยืนยันไร้ “ห้องลับ-ห้องวิเศษ” แก้คะแนน  


วันที่ 25 กันยายน 2569 ว่าที่ร้อยตรี ภาสกร สิริภคยาพร คือ รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวในเวทีเสวนาถอดบทเรียน(อีกครั้ง)กับการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่จัดขึ้นโดยคณะกรรมาธิการทางกฎหมายการยุติธรรมและสิทธิมนุษยชนสภาผู้แทนราษฎร โดยชี้แจงถึงประเด็นข้อสงสัยและข้อบกพร่องในการจัดการเลือกตั้งที่ผ่านมา ยอมรับว่ายังมีข้อจำกัดและข้อผิดพลาดเกิดขึ้นหลายประการ ซึ่ง กกต. เตรียมนำข้อมูลและข้อเสนอแนะต่างๆ ไปปรับปรุงแก้ไขเพื่อสร้างความเข้าใจและความใสสะอาดให้เกิดขึ้นในอนาคต  

ส่วนข้อสงสัยเกี่ยวกับรหัสจ่าหน้าซองบัตรเลือกตั้งล่วงหน้านั้น รองเลขาธิการ กกต. ชี้แจงว่า  รหัสบรรจุซองดังกล่าวเป็นรหัสในกระบวนการบริหารจัดการเพื่อจัดส่งไปยังแต่ละเขตเลือกตั้ง โดยมีการติดประกาศรหัสไว้ที่หน้าหน่วยเลือกตั้งอยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่าเป็นความบกพร่องของ กกต. ที่อาจจะประชาสัมพันธ์น้อยเกินไป ทำให้ประชาชนเกิดความสับสน  

นอกจากนี้ ในขั้นตอนปฏิบัติตามปกติ กรรมการประจำหน่วย (กปน.) จะต้องแสดงซองจ่าหน้าให้ผู้ใช้สิทธิช่วยตรวจสอบความถูกต้องของเขตและจังหวัดก่อนเสมอ แต่เนื่องจากการทำงานอาจมีข้อผิดพลาดจากมนุษย์ เกิดขึ้นได้ ในการเลือกตั้งครั้งต่อไป ซึ่ง กกต. มีแผนจะปรับเปลี่ยนจากการกรอกด้วยมือมาเป็นการพิมพ์รหัสลงบนซองโดยตรง เพื่ออำนวยความสะดวกและลดข้อผิดพลาดให้น้อยที่สุด  


ส่วนปัญหาระบบรายงานผลคะแนนอย่างไม่เป็นทางการ ซึ่งพบว่ามีคะแนนคลาดเคลื่อน ล่าช้า หรือตัวเลขหายไปนั้นว่าที่ร้อยตรี ภาสกร ชี้แจงว่า ระบบที่วางไว้เดิมเตรียมไว้สำหรับการเลือกตั้งกรณีครบวาระ แต่เมื่อมีการประกาศยุบสภาอย่างกะทันหัน ทำให้ระบบยังไม่พร้อม 100%  เมื่อถึงเวลาป้อนข้อมูลพร้อมกันจากเกือบ 100,000 หน่วยเลือกตั้งทั่วประเทศ ทำให้ระบบเกิดอาการค้างหรือไม่อยู่ในภาวะเสถียร เปรียบเสมือนระบบกำลังรับภาระผู้ป่วยจำนวนมากพร้อมๆ กัน ประกอบกับ กปน. ในแต่ละหน่วยต้องกรอกข้อมูลผ่านสมาร์ตโฟน ซึ่งมีข้อจำกัดเรื่องความสะดวกและสัญญาณโทรศัพท์ในบางพื้นที่ อีกทั้งการเลือกตั้งครั้งนี้มีความซับซ้อน เปรียบเหมือน  “เล่นกีฬา 2 ประเภทในสนามเดียวกัน” คือ มีทั้งการเลือกตั้ง สส. และการออกเสียงประชามติ รวมถึงบัตรเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อที่มีพรรคการเมืองจำนวนมาก ส่งผลให้เกิดข้อผิดพลาดในการกรอกข้อมูลจากระดับหน่วยได้  


รองเลขาธิการ กกต. ยืนยันอย่างหนักแน่นว่า “ไม่มีห้องลับ หรือห้องวิเศษ ในการเข้าไปแก้ไขคะแนนอย่างแน่นอน” การปรับเปลี่ยนตัวเลขคะแนนที่เกิดขึ้นในช่วงดึก เกิดจากการที่ศูนย์คีย์ข้อมูล ทำการตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลที่ส่งมาจากหน้าหน่วย และทำการแก้ไขให้ตรงตามความเป็นจริง  พร้อมย้ำว่า การรายงานผลผ่านระบบออนไลน์เป็นเพียงการรายงานผลอย่างไม่เป็นทางการเท่านั้น และไม่มีใครสามารถเข้าไปเปลี่ยนแปลงผลคะแนนที่มีการนับและปิดประกาศไว้อย่างเป็นทางการที่หน้าหน่วยเลือกตั้งได้ ซึ่งในปัจจุบัน กกต. ได้เปิดเผยข้อมูลคะแนนรายหน่วยให้ประชาชนสามารถเข้าไปตรวจสอบได้แล้ว