“เกรียงยศ” ลุยแก้โรงงานสงขลาสร้างมลพิษ หลังมีคนร้องเรียนถึงอนุ กมธ. แนะอุตสาหกรรมจังหวัดใช้ยาแรงสั่งปิดชั่วคราว จนกว่าปรับปรุงแล้วเสร็จ ลั่น ทำเพื่อประชาชนไม่ต้องกลัวใคร


วันที่ 24 กันยายน 2569 ที่รัฐสภา นายเกรียงยศ สุดลาภา ประธานคณะอนุกรรมาธิการพิจารณาศึกษากลั่นกรองเรื่องร้องเรียนและสภาพปัญหาด้านอุตสาหกรรม ในคณะกรรมาธิการการอุตสาหกรรม สภาผู้แทนราษฎร นัดประชุมอนุกรรมาธิการฯ เพื่อติดตามการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน จากกลิ่นเหม็นรุนแรงและน้ำเสียที่เกิดจากโรงงานอุตสาหกรรมในพื้นที่ ต.พังลา และ ต.เขามีเกียรติ อ.สะเดา จ.สงขลา โดยมีนายรุซลาน อาสะอีดี หัวหน้ากลุ่มโรงงานอุตสาหกรรม นายธเนวัชร สุวรรณชาตรี วิศวกรชำนาญการ สำนักงานอุตสาหกรรม จ.สงขลา และ นางมุกดา จอกลอย นักวิชาการสิ่งแวดล้อมชำนาญการพิเศษ สำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 16 เข้าให้ข้อมูลต่ออนุกรรมาธิการฯ

นายธเนวัชร ให้ข้อมูลว่า จากการตรวจสอบ พบว่ามีโรงงานอุตสาหกรรม 3 แห่งในพื้นที่ มีค่ากลิ่นสูงเกินกว่ามาตรฐานที่กฎหมายกำหนด จึงได้เข้าไปตรวจสอบอย่างละเอียด ทำให้พบจุดบกพร่องที่บ่อบำบัดน้ำเสีย มีตะกอนยางตกค้างจำนวนมาก ทั้งยังมีกรด สารเคมีที่ทำให้เกิดกลิ่น จึงได้เรียก 2 โรงงานเข้ามารับทราบข้อกล่าวหา และรับสารภาพว่าเกิดกลิ่นจากกระบวนการผลิตยางจริง พร้อมกับสั่งการให้ดำเนินการแก้ไขโดยทันที ซึ่งจะครบกำหนดที่จะต้องปรับปรุงแก้ไขให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 30 กันยายนนี้ ส่วนอีกหนึ่งโรงงานพบว่า กลิ่นเกิดจากกระบวนการเผาไหม้ที่สูงเกินกว่าค่ามาตรฐานอย่างมาก และขณะนี้อยู่ระหว่างการรวบรวมข้อมูล เพื่อทำข้อกล่าวหาก่อนที่จะเรียกผู้ประกอบการเข้ามาลงนามรับทราบข้อกล่าวหาต่อไป เพื่อเข้าสู่กระบวนการแก้ไข

นางมุกดา ยืนยันว่า สำนักงานสิ่งแวดล้อมจังหวัดไม่เคยปล่อยปละละเลย ที่ผ่านมาได้บูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อตรวจสอบความผิดปกติด้านสิ่งแวดล้อมมาโดยตลอด แต่เรื่องการสั่งปิดโรงงานที่เป็นต้นตอของกลิ่น เป็นอำนาจของอุตสาหกรรมจังหวัดที่จะต้องดำเนินการ ในส่วนของสำนักงานสิ่งแวดล้อมจังหวัด ได้มีการตรวจสอบพื้นที่โดยรอบโรงงานโดยเฉพาะแหล่งน้ำ ยอมรับว่าพบคุณภาพน้ำมีปัญหา พบแอมโมเนียปนเปื้อนอยู่ในน้ำเป็นจำนวนมาก อาจเป็นเพราะแหล่งน้ำรับน้ำเสียจากโรงงานที่ใช้แอมโมเนียในการรักษาคุณภาพของยางพารา แต่อย่างไรก็ตาม แอมโมเนียอาจมาจากกลุ่มกิจกรรมอื่น ๆ เช่น การทำเกษตร ที่มีการใช้ปุ๋ยเคมีร่วมด้วย ขณะเดียวกัน น้ำเสียที่เกิดขึ้นจนทำให้ปลาตาย อาจเกิดจากการปล่อยน้ำเสียจากแหล่งชุมชนมาปะปนด้วยเช่นกัน พร้อมย้ำว่า ขณะนี้มลพิษทางกลิ่นที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนเป็นปัญหาที่สุกงอมมาก ต้องรอดูว่าผู้ประกอบการจะดำเนินการตามที่มีการสั่งการเอาไว้หรือไม่

ขณะที่อนุ กมธ.ส่วนใหญ่เห็นตรงกันว่า ขณะนี้ประชาชนกำลังเดือดร้อนเป็นอย่างมาก จึงอยากให้อุตสาหกรรมจังหวัดใช้ยาแรงในการจัดการกับโรงงานที่ปล่อยมลพิษทางกลิ่นที่เกินค่ามาตรฐาน โดยย้ำว่า ควรสั่งปิดโรงงานเป็นการชั่วคราว ไปจนกว่าโรงงานเหล่านั้นจะสามารถแก้ไขได้แล้วเสร็จและไม่ส่งกลิ่นเหม็นออกมาอีก อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าหากมีการปิดโรงงานเพียงแห่งเดียว เพื่อให้ดำเนินการแก้ไขก็จะมีโรงงานอื่นๆ เร่งกำจัดกลิ่นเหม็นนี้ไปโดยอัตโนมัติ พร้อมให้ข้อเสนอแนะว่าควรส่งผลตรวจสภาพสิ่งแวดล้อมที่อยู่โดยรอบโรงงาน ให้กับกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุขตรวจสอบว่าคุณภาพสิ่งแวดล้อมขณะนี้เป็นอันตรายต่อสุขภาพของประชาชนหรือไม่ เพื่อใช้เป็นหลักฐานยืนยันว่า ประชาชนได้รับความเดือดร้อนโรงงานควรหยุดกิจการชั่วคราวเพื่อปรับปรุงแก้ไขให้มลพิษหายไปแล้วค่อยกลับมาดำเนินกิจการใหม่อีกครั้ง ที่สำคัญผู้ประกอบการต้องมีความจริงใจในการแก้ไขปัญหาเหล่านี้ด้วย

นายศักดิ์สิทธิ์ กล่าวว่า เชื่อว่าถ้าปิดสักหนึ่งโรงงาน ทุกโรงงานเดี๋ยวก็ไม่เหม็นแล้ว ตนกล้าการันตี ปิดสักหนึ่งโรงงานปิดปรับปรุงแก้ไขสักเดือน ที่เหลือก็จะปรับปรุง แล้วมันจะเป็นผลงานที่แท้จริงของพวกท่าน

อย่างไรก็ตาม นายเกรียงยศ กล่าวช่วงท้ายว่า ปัญหานี้สะสมมาอย่างยาวนานกว่า 20 ปี ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทำเพื่อประชาชน ไม่ต้องกลัวว่าจะถูกผู้ประกอบการฟ้องร้องดำเนินคดี และหากวันที่ 30 กันยายนนี้ ซึ่งเป็นวันครบกำหนดที่ 2 โรงงานแรกจะต้องดำเนินการแก้ไขให้แล้วเสร็จ เมื่อมีการลงพื้นที่ไปตรวจสอบขอเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมทั้ง สส. ในพื้นที่ร่วมเป็นสักขีพยานว่ามีการแก้ไขดำเนินการให้แล้วเสร็จเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และไม่ส่งผลกระทบต่อประชาชนอีก

นายเกรียงยศ กล่าวว่า ตนขอบคุณท่านมากเลยที่ ช่วยกันมันเพื่อประชาชนทั้งนั้น สมมติ บ้านท่านอยู่ตรงนั้น ผมเชื่อว่า ครึ่งวันท่านก็ไม่ไหวแล้ว ก็สงสารเขา ทางหน่วยงานเวลาลงตรวจช่วยแจ้งให้ท่านศักดิ์สิทธิ์ด้วย ท่านจะได้ไปเป็นพยาน พูดตามตรง ก็เป็นแบคอัพให้ด้วย แล้วท่านไม่ต้องไปกลัวบริษัทพวกนี้หรอก ยังไงนายศักดิ์สิทธิ์ ก็ไม่ทิ้งพวกท่าน