“โรม” เผย กมธ.กฎหมายฯ มีมติเสียงข้างมากใช้ พ.ร.บ.อำนาจเรียก ให้นายกฯ-อดีตอธิบดี สถ.-มศว แจงปมโกงสอบท้องถิ่น ขู่ 8 ต.ค. ไม่มาต้องดำเนินการตามกฎหมาย จี้ “อนุทิน” บอก “ทองเจือ” ให้มาแจง กมธ.
วันที่ 24 กันยายน 2569 ตั้งแต่เวลา 09.30 น. ที่รัฐสภา มีการประชุมคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ที่มี นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) ในฐานะประธาน กมธ. ทำหน้าที่ประธานการประชุม เพื่อพิจารณาการดำเนินการกรณีทุจริตสอบบรรจุราชการส่วนท้องถิ่น ในช่วงปี 2567-2569 นายรังสิมันต์ กล่าวก่อนการประชุม ว่า ขณะนี้ก็เริ่มเห็นรายชื่อเด็กนาย แต่คนที่อยากสอบถามข้อเท็จจริงมากที่สุดคนหนึ่ง คือ นายทองเจือ ชาติกิจเจริญ
เมื่อถามต่อ คำว่าเด็กนาย กังวลหรือไม่ว่าจะไม่อยู่ในสำนวนที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กำลังสืบสวนอยู่ นายรังสิมันต์ กล่าวว่า เราเป็นห่วงว่าจะมีการตัดตอน โดยที่นักการเมืองหรือข้าราชการระดับสูงจะไม่ถูกดำเนินคดีใดๆ เลย ยอมรับว่าเราเป็นห่วงเรื่องนี้ว่าอาจจะมีการตัดตอนฝ่ายการเมืองรอดพ้นจากการถูกตรวจสอบเรื่องนี้ โดยในกรณีนายทองเจือ เชิญไปแล้วหลายครั้งแต่ก็ไม่มา ไม่ตอบ หมายเลขที่ท่านเรียกไม่สามารถติดต่อได้ ก่อนหน้านี้เห็นว่ามีนายอนุทินที่ไหน มีนายทองเจือที่นั่น ซึ่งวันนี้แม้จะพยายามโลว์โปรไฟล์ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่านายทองเจือมีความสัมพันธ์กับเรื่องนี้
ต่อมาเวลา 14.20 น. นายรังสิมันต์ ให้สัมภาษณ์เปิดเผยหลังประชุมถึงกรณี กมธ.การกฎหมายฯ มีมติเสียงข้างมากใช้ พ.ร.บ.อำนาจเรียก เรียกนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เรียกอดีตอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น และเรียก นายชลวิทย์ เจียรจิตต์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) เข้าชี้แจง กมธ. กรณีการทุจริตสอบท้องถิ่น วันที่ 8 ตุลาคมนี้
เมื่อถามว่าหากใช้อำนาจเรียกแล้วนายกฯ ไม่มาอีก จะมีการดำเนินการอย่างไรต่อ นายรังสิมันต์ ระบุว่า ต้องมีการดำเนินการตาม พ.ร.บ. ซึ่งถ้านายกฯ ไม่มานั้น ไม่มาด้วยเหตุผลอะไร ถ้าไม่มีเหตุผลอันสมควรก็ต้องดูว่าอาจจะต้องพิจารณาในการดำเนินการ ซึ่งมีโทษที่สามารถดำเนินการได้ ทั้งทางการเมืองและทางกฎหมาย ส่วนของข้าราชการก็ดำเนินการเรื่องของวินัย ดังนั้น สุดท้ายขอให้รอดูวันที่ 8 ตุลาคม ว่าท่านจะมาหรือไม่มา ย้ำว่าหากใครไม่มาก็ต้องดำเนินการตามกฎหมายอยู่แล้ว ซึ่งอาจจะมีเรื่องอื่นๆ ตามมา
นายรังสิมันต์ กล่าวต่อไปอีกว่า ประเด็นที่ 2 ที่ตนคิดว่าเป็นประเด็นใหญ่และน่าจะเป็นประโยชน์ต่อสาธารณะคือคนที่เกี่ยวข้องกับการทุจริต ซึ่งหน่วยงานของรัฐ มีข้อมูลเส้นเงินที่เชื่อมโยงกับบุคคลต่างๆ ไม่น้อยกว่า 70 คน ซึ่งเป็นทั้งบุคคลที่เป็นระดับสูงและบุคคลทั่วไป ซึ่งบุคคลที่เราพบว่าเกี่ยวข้องกับการทุจริตเชื่อได้ว่าสูงกว่าระดับอธิบดีแล้วน่าจะอยู่ในกระทรวงมหาดไทย แต่ขอไม่ระบุว่าเป็นใคร ยังอยากให้โอกาสเขา จากที่ทราบน่าจะเป็นข้าราชการคนหนึ่งที่อยู่ใกล้ชิดกับนายอนุทิน ไปไหนไปกัน ไปไหนไปด้วย อยู่ตลอดเวลา หากข้อกล่าวหานี้เป็นจริงก็คงจะต้องมีการดำเนินการต่อ
นอกจากนี้ ตนได้รับข้อมูลเรื่องเด็กนายมาว่ามีใครบ้าง จากที่ตรวจสอบเบื้องต้นเป็นคนนามสกุลดัง และบุคคลสำคัญหลายคน ซึ่งข้อมูลดังกล่าวยืนยันโดยหน่วยงานของรัฐว่าเป็นข้อมูลที่ได้มาเช่นเดียวกัน ฉะนั้นจึงมีมูลที่ กมธ. ต้องตรวจสอบต่อไปว่ามีข้อเท็จจริงอย่างไร รวมถึงความเชื่อมโยงนี้ยังไปถึงนักการเมือง บางคนเป็น สส. บางคน เป็นระดับประธาน กมธ. บางคนอาจจะใหญ่กว่า สส. ซึ่งจะมีการตรวจสอบต่อไป
ส่วนที่มีการระบุว่าใหญ่กว่า สส. เป็นระดับรัฐมนตรีหรือไม่ และที่บอกว่าใหญ่กว่าอธิบดีคือปลัดใช่หรือไม่ นายรังสิมันต์ ตอบว่า ตนยังระบุเช่นนั้นไม่ได้ เนื่องจากเส้นเรื่องของเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับหลายคน ซึ่งอาจจะใหญ่กว่า สส. และอาจจะใหญ่กว่ารัฐมนตรี ขณะนี้ยังบอกได้เท่านี้ก่อน เพราะจำเป็นต้องตรวจสอบทางข้อเท็จจริงก่อน
ผู้สื่อข่าวถามต่อ กรณีของนายทองเจือนั้น นายอนุทินเคยบอกว่าทำหนังสือถามความเชื่อมโยงของนายทองเจือกับการทุจริตสอบท้องถิ่นถึงผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ไปแล้ว ได้คำตอบแล้ว แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยเรื่องของคำตอบได้ มองว่ามีนัยอะไรหรือไม่ นายรังสิมันต์ กล่าวว่า “ผมคิดว่าเรื่องนายทองเจือ ให้นายทองเจือตอบไหม ผมว่าหากให้ดี นายกฯ ควรจะไปบอกนายทองเจือ ให้เข้ามาชี้แจงกับกรรมาธิการ ผมคิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์มากกว่า”